ชาวนาโคกร้องสยามรัฐ “สุดทนโรงหลอมโลหะจีน โผล่เขตนาเกลือ”ส่งกลิ่นเหม็นเดือดร้อนหนัก “พบเปลี่ยนมือเจ้าของ สั่งปิดตายรอเช็คใบอนุญาต”

ผู้สื่อข่าวสยามรัฐ รายงานว่า “ที่ ต.นาโคก อ.เมืองสมุทรสาคร” ได้รับร้องเรียนปัญหาและความเดือดร้อนจากชาวชุมชนนาโคกหลายหมู่ อาทิ หมู่ที่ 1 ม.2 และ ม.3 ประมาณ 120 ครัวเรือน นำโดย นายพูนศักดิ์ นิลเภตรา ผญ.บ.หมู่ 2 ว่า มีโรงงานหล่อหลอมโลหะหนักตะกั่ว ทองแดง ทองเหลือง และอื่นๆ ส่งผลกระทบจากทั้งกลิ่นเหม็นในอากาศ และปล่อยน้ำเสีย เป็นเหตุให้ได้รับความเดือดร้อนไปทั่วชุมชน ซึ่งเป็นลักษณะสารเคมีอันตรายต่อสุขภาพ กระจายออกทางปล่องควันของโรงงานมายาวนานกว่า 2 ปี

"ต่อมาจึงได้ประสานงาน ระหว่างสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด, ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสมุทรสาคร, รองปลัดตัวแทน อบต.นาโคก พร้อมด้วยผู้นำชุมชน พร้อมสื่อมวลชน นัดกันเข้าจู่โจมเพื่อตรวจสอบหาข้อเท็จจริงของปัญหาในครั้งนี้"

จากการสำรวจภายในปรากฏว่า เบื้องต้นไม่มีชื่อ รง. มีเพียงการระบุว่า เจ้าของคือ นายกษิด์เดชฯ ซึ่งประกอบการหลอมหล่อทองเหลือง และทองแดง โดยมีกับ นายประสิทธิ์ คำจันทร์ เป็นผู้รับหน้า และในตำแหน่งรักษาการผู้จัดการฯ ทั้งนี้จากการสอบสวนให้การว่า ตนเองเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งนี้มาเกือบ 3 ปี ซึ่งขณะนี้เจ้าของดั่งเดิมนั่นคือ “นายกษิด์เดช พูนเพิ่มศิริกุล” และต่อมาปล่อยให้เช่า รง.อีกทอดหนึ่ง คือ มิสเตอร์หยาง ซึ่งเป็นชาวจีน จากนั้นก็อำเนินกิจการดังกล่าวเรื่องมา อย่างไรก็ตามการสภาพโรงงานตามกฎหมายบังคับ ตามพระราชบัญญัติ รง.4 (อุตสาหกรรมหนัก) เบื้องต้นไม่พบไม่มีบ่อบำบัดน้ำเสียแต่อย่างใด ทั่วบริเวณ จนท.พบถุงกรองของเสีย อาทิ ฝุ่นเสียจากโลหะที่ใช้หล่อหลอมวางทิ้งอยู่กระจัดกระจาย โดยมีคราบน้ำเสียเป็นหย่อมๆ สลับเส้นทางปล่อยทิ้งน้ำเสียอยู่ที่ด้านข้าง และหลังรั้วโรงงานจำนวนหลายจุด เป็นต้น

นอกจากนนี้ยังมีกลิ่นเหม็นฉุนจากปล่องควันเป็นระยะๆ ส่วนเครื่องจักรจำนวนหลายเครื่องไม่ได้เปิดใช้งาน โดยมีเชื้อเพลิงถ่านหินถูกเก็บกองไว้ในบางจุด รวมทั้งกลางแจ้ง ในถุงบิ๊กแบ็ก ซึ่งส่งผลให้เมื่อเกิดฝนตกลงทำให้สิ่งปฏิกูลต่างๆ รั่วไหลออกลงสู่แหล่งน้ำตามธรรมชาติด้านข้าง สำหรับลักษณะใช้เก็บน้ำอยู่ในสภาพชำรุด โดยมีรูระบายออกโดยตรงแบบที่ไม่ผ่านการบำบัด อยู่ด้านข้างซึ่งเป็นคลอง ไม่ได้บำบัดเช่นกัน เจ้าหน้าที่จึงให้ “นายประสิทธิ์ คำจันทร์” เป็นผู้รับหน้ารักษาการผู้จัดการฯ เซ็นหนังสือยินยอมรับสิ่งที่ตรวจพบปัญหาขึ้นและกลิ่นฯ
ทั้งนี้นายประสิทธิ์ ได้กล่าวยอมรับว่า กลิ่นเหม็นและฉุนบางส่วนนั้นเกิดจากถุงกรองฝุ่นชำรุดการการหลอมโลหะ ที่ใช้ช่วยลดกลิ่นที่ฟุ้งกระจายออกไปแต่ชำรุด และไม่ได้เปลี่ยนตามรอบที่กำหนดไว้ตามระยะเวลาที่ต้องเปลี่ยน ส่วนสาเหตุที่สภาพไม่ค่อยมีสภาพดี เพราะเครื่องจักรเดิมภายในโรงงานค่อนข้างเก่า และมีบางอย่างที่ทรุดโทรม ตนเองก็จะแก้ไขใหม่ อย่างไรก็ตามก็ไม่ได้มั่นใจว่า หากจะปรับปรุงเปลี่ยนให้ดีแล้วกลิ่นจะหมดไป เนื่องจากกลิ่นเหม็นยังเกิดขึ้นจากเตาเผาได้อยู่บ้าง

ด้านนายปิติกร ประทุมชาติ ฐานะตัวทน สนง.อุตสาหกรรมสมุทรสาคร กล่าวว่า จากการตรวจสอบปัญหาภายในและพบสิ่งบกพร่องต่างๆ ทั้งเครื่องจักรประกอบกิจการที่ชำรุดทรุดโทรม จึงได้สรุปให้กับทางโรงงาน ต้องหยุดปรับปรุงแก้ไขกลิ่นเจ้าปัญหาที่ก่อความรำคราญในเบื้องต้น 30 วันก่อนจะกลับมาดำเนินกิจการตรวจสอบวิธีและขั้นตอนฯ เพื่อป้องกันปัญหา ตลอดจนมีหน่วยงานเข้ามาวัดค่ามลพิษทางอากาศด้วย

สำหรับระบบบำบัดน้ำที่ต่อลงแหล่งน้ำธรรมชาติ ให้ปิดกั้นการรั่วไหลไว้ทันที ส่วนเรื่องการเก็บกองนั้นจะต้องเก็บกองภายในอาคารทั้งหมดและระบบการชะล้างโลหะ ทั้งนี้ “เรื่องคดีการขอใบขออนุญาตกักเก็บสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช่แล้วบริเวณโรงงาน ได้หมดอายุไป (ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 61) ต้องจัดการไปตามกฎหมาย ขณะที่เรื่องของใบ รง.4 นั้น ที่ได้มีการขออนุญาตทำมาตั้งแต่ 28 ตุลาคม 2539 และจะสิ้นอายุ 1 มกราคม 2566 นั้น จนท.จะต้องทำการตรวจสอบความถูกต้องกันต่อไป เนื่องจากมีปัญหาซึ่งพบว่า ใบขออนุญาตนั้นแจ้งทำงานไว้ในพื้นที่หมู่ 1 ต.นาโคก แต่ตัวโรงงานกลับพบมาอยู่ในพื้นที่หมู่ 2 จึงนัดให้ทางโรงงานฯ เอาเอกสารของแท้ในเรื่องนี้มาชี้แจง สาเหตุที่ไม่ตรงกันเช่นนั้น ทั้งนี้จะได้พิจารณาความผิดถูกอีกเรื่องหนึ่งต่อไป”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการจู่โจมบุกตรวจพร้อมสื่อในครั้งนี้ นายพูนศักดิ์ ผญ.บ.หมู่ 2แกนนำฯ พร้อมกก.หมู่บ้านชุมชนฯ ได้กล่าวว่า ขอยื่นหนังสือด้วยเพื่อเรียกร้องความเห็นใจในการแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้าน ที่เดืดร้อนเรื้อรังมานานต่อหน้าสื่อมวลชน กับทาง อุตสาหกรรมจังหวัดฯ และร.อ.ทรัพย์ทพล เอี่ยมเจริญ รองปลัด อบต.ตัวแทนของ นายราชศักดิ์ มากสัมพันธ์ รักษาการนายก อบต.นาโคก (ซึ่งไม่ได้มา) รวมทั้งกำนันตำบลนาโคก ได้รับรู้ถึงผลกระทบจนเดือดร้อนของโรงงานนี้ ที่เป็นวงกว้างของชุมชนชาวนาเกลือบ้านนาโคกแห่งนี้ด้วย