จากกรณีที่ ครม.เห็นชอบ ร่าง พรบ.ทารุณกรรมสัตว์ เตรียมจับหมา-แมว ขึ้นทะเบียน ตัดปัญหาทิ้งสัตว์เลี้ยง ที่ได้นำเสนอข่าวเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 10 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ ร่างพ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรม และการจัดสวัสดิภาพสัตว์ สืบเนื่องจากปัญหาสัตว์จรจัด ที่ส่งลกระทบแก่คนและสภาพสังคม ที่ผ่านมา พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ.2557 ยังไม่ปรากฎว่า มีบทบัญญัติข้อใดที่ระบุว่า พี่น้องประชาชนต้องมีการควบคุมทางทะเบียนต่อสัตว์เลี้ยงของตัวเอง ทำให้เกิดปัญหาการทอดทิ้งสัตว์เลี้ยงเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว เน้นย้ำเรื่องการควบคุมทางทะเบียน เพื่อความรับผิดชอบแก่เจ้าของสัตว์เลี้ยง รวมทั้งเพิ่มบทบาทหน้าที่หน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น ในการออกข้อบัญญัติต่างๆ เพื่อให้เกิดการขึ้นทะเบียนสัตว์ โดยส่วนราชการท้องถิ่น จะเป็นผู้ออกข้อบัญญัติต่างๆ ในการขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยง และเก็บค่าธรรมเนียม ค่าปรับอันเกิดจากประชาชนในพื้นที่ท้องถิ่นนั้นไม่ปฏิบัติตามข้อบัญญัติข้างต้น หากมีบุคคลใดฝ่าฝืน จะมีระวางโทษปรับไม่เกิน 25,000 บาท

“ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวใช้กับสัตว์ทุกประเภท อย่างไรก็ตาม ส่วนราชการท้องถิ่นจะเป็นผู้ออกข้อบัญญัติปลีกย่อย โดยเน้นที่สุนัขและแมวก่อน เพื่อเป็นการคุ้มครองและป้องกันไม่ให้เกิดการทารุณกรรมสัตว์ โดยผู้เลี้ยงต้องจัดสวัสดิภาพให้สัตว์อย่างดี โดยไม่ปล่อยออกมาสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น”

จากประเด็นดังกล่าว ชาวโซเชียลผู้เลี้ยงสุนัขและแมว ก็ต่างออกมาแสดงความคิดเห็นในประเด็นดังกล่าว เป็นจำนวนมาก โดยที่มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยเพราะจะทำให้เจ้าของมีความรับผิดชอบต่อสัตว์เลี้ยงมากขึ้น

แต่อีกฟากหนึ่งของก็ยังคงกังวลว่าอาจจะทำให้หมาและแมวถูกนำมาปล่อยทิ้งเป็นจำนวนมากด้วยเช่นกัน เนื่องจากบางคนรับเลี้ยงหลายสิบตัว จนบางรายอาจมีถึงร้อยตัวก็มี และจะทำให้ผู้เลี้ยงต้องแบกรับภาระมากขึ้นตามไปด้วย ขณะที่บางรายก็ถามถึงเรื่องสวัสดิการว่าจะได้รับอะไรบ้างหลังขึ้นทะเบียนแล้ว

กรมปศุสัตว์ได้มีการนำร่างพรบ.ไปรับฟังตาม มาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยตั้งแต่ 16 ก.ค. 61-1 ส.ค. 61 ในเว็บไซด์ ทั้งนี้เมื่อร่างพรบ.ผ่านสภานิติบัญญัติแล้ว ให้บังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 180 วันนับแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจในการเปรียบเทียบปรับ

อย่างไรก็ตามเบื้องต้นจะเริ่มที่สัตว์เลี้ยง 2 ชนิดคือ สุนัข และแมว ยังไม่ขยายไปยังสัตว์เลี้ยงในกลุ่มอื่น
ทั้งนี้ร่างพรบ.กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพรบ. ว่า คำร้องขอขึ้นทะเบียนฉบับละ50 บาท สมุดประจำตัวสัตว์ฉบับละ 100 บาท และเครื่องหมายประจำสัตว์ตัวละ 300 บาท

สำหรับความเห็นของหน่วยงานอื่นเช่น สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ(สศช. ) เสนอว่า กรมปศุสัตว์ควรทำความเจ้าใจกับประชาชนในระยะแรก และให้ท้องถิ่นประชาสัมพันธ์เป็นระยะเพื่อสร้างความรับรู้เบื้องต้น และท้องถิ่นควรมีการติดตามการขึ้นทะเบียนทุกปี รวมถึงการฉีดวัคซีน และเชื่อมโยงกับข้อมูลสาธารณสุข

ในขณะที่เลขาธิการครม.เห็นว่าเมื่อมีการดำเนินการตามกฎหมายจะเป็นการลดภาระงบประมาณ ลดการเกิดโรคระบาดสัตว์ที่ติดมนุษย์

ประเด็นคำถามที่ตามมาคือ 1. 450 บ. ต่อปีหรือตลอดชีพ 2. เครื่องหมายประจำตัวสัตว์ ทำไมถึงราคาแพง 3.หมา-แมวในวัดนี่ หลวงพ่อต้องจ่ายไหม 4.คนที่เค้าดูแลหมา-แมวเยอะๆ จะทำยังไง 5.รายได้จากการขึ้นทะเบียนเอาไปใช้อะไรบ้าง 6.ชาวบ้านคนจนๆต่างจังหวัด จะจ่ายไหวไหม ดังนั้นคงต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องกลับไปทบทวนดู ร่าง พรบ.ทารุณกรรมสัตว์ กันอีกครั้ง