นับตั้งแต่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ โครงการแรก คือ โครงการอ่างเก็บน้ำเขาเต่า เมื่อปี 2505 ซึ่ง กรมชลประทาน ได้สนองพระราชดำริก่อสร้างโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จในปี 2506 และมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เกิดขึ้นอีกมากมาย โดยบูรณาการทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) ในรูปแบบคณะทำงาน เพื่อขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้บรรลุสู่เป้าหมาย

ปัจจุบัน มีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ จำนวน 3,089 โครงการ โดยเป็นโครงการที่ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ จำนวน 2,809 โครงการ เป็นโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ 180 โครงการ และมีโครงการที่ยังไม่ได้ดำเนินการก่อสร้าง 100 โครงการ

ทั้งนี้ ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน ได้ระบุว่า การขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กรมชลประทาน ภายใต้กรอบแนวคิด “RID No.1” โดยเร่งรัดการดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริที่ยังไม่ได้ดำเนินการให้แล้วเสร็จ พร้อมดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติการและติดตามประเมินผลอย่างเป็นระบบ

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ยังไม่ได้ดำเนินการก่อสร้าง จำนวน 100 โครงการ กรมชลประทาน มีแผนที่จะดำเนินการก่อสร้างในปีงบประมาณ 2562 จำนวน 51 โครงการ ส่วนโครงการที่เหลือจำนวน 49 โครงการ จะดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ปีงบประมาณ 2563 เนื่องจากอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อม การประสานขอใช้พื้นที่ รวมทั้งการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และการออกแบบ

สำหรับโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ จำนวน 2,809 โครงการ ช่วยสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก โดยสามารถกักเก็บน้ำได้ 6,590 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตร จำนวน 7.9 ล้านไร่ แบ่งเป็น พื้นที่ชลประทานจำนวน 3.1 ล้านไร่ และพื้นที่รับประโยชน์ จำนวน 4.8 ล้านไร่ นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภคของราษฎร จำนวน 550,000 ครัวเรือน หลังจากนี้ กรมชลประทาน จะเข้ามาดูแล บำรุงรักษา ให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน เช่น ประยุกต์ใช้น้ำในพื้นที่ ส่งเสริมเกษตรกรใช้แนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ หรือการนำแนวทางการเติมน้ำจากอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง มายังอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ในลักษณะอ่างพวง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สามารถแบ่งการบริหารจัดการน้ำออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มขาดแคลนน้ำ 2.กลุ่มป้องกันอุทกภัย 3.กลุ่มรักษาคุณภาพน้ำ และ4.กลุ่มน้ำท่วม น้ำแล้ง
อาทิ โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านป่าละอู อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง มีความจุระดับกักเก็บ 10.46 ล้านลูกบาศก์เมตร กรมชลประทาน ได้ทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ในการดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำบ้านป่าละอู บริเวณตอนล่างของอ่างเก็บน้ำห้วยป่าเลา ที่หมู่บ้านสหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่ตามแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ช่วยเหลือราษฎรที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ ตั้งแต่ปี 2554 แต่ก็ยังไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างต้องขออนุญาตเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จำนวน 49 ไร่ ต่อมาเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา ครม.ได้เห็นชอบให้เพิกถอนพื้นที่ดังกล่าวออกจากพื้นที่อุทยานแห่งชาติแล้วโดยจะเร่งดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ปี 2561 คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2564 หากดำเนินการแล้วเสร็จ จะสามารถส่งน้ำช่วยเหลือราษฎรและสร้างความมั่นคงในพื้นที่หมู่ที่ 3 และหมู่บ้านใกล้เคียงในตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ จำนวน 1,095 ครัวเรือน ประชากรประมาณ 3,250 คน มีพื้นที่รับประโยชน์ 6,490 ไร่ รวมทั้งจะมีการส่งน้ำให้กับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนเรศวรป่าละอู เพื่อให้ครูและนักเรียนมีน้ำใช้เพื่อการอุปโภค-บริโภคอย่างเพียงพอ

รวมทั้ง กรมชลประทาน ได้ยึดเอาพระราชปณิธานของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ในหลวงรัชกาลที่ 10 ในการ “สืบสาน รักษา ต่อยอด” โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ จำนวน 2,809 โครงการ โดยมีการดูแล บำรุงรักษา และปรับปรุงโครงการให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิ และในปีงบประมาณ พ.ศ.2561 กรมชลประทานได้มีโครงการสร้างเครือข่ายและการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ : พื้นที่ลุ่มน้ำแม่ปาม อำเภอเชียงดาว และอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการดูแลบำรุงรักษา และใช้ประโยชน์จากโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนในพื้นที่โครงการ

นอกจากนี้ กรมชลประทาน ได้น้อมนำพระราชดำรัส “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” มาเป็นหลักการบริหารจัดการน้ำ โดยเรียนรู้จากข้อเท็จจริง ต้องระเบิดจากข้างใน รู้ถึงปัญหาของพื้นที่ด้านภูมิศาสตร์ ภูมิสังคม และประชาชน เพื่อนำมาจัดสรรว่าควรอยู่กลุ่มโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริไหน ถ้าเป็นโครงการที่ทรงพระราชดำริไว้ สามารถดำเนินตามแนวทางนั้น หรือโครงการพระราชดำริที่มีอยู่ สามารถนำไปใช้ได้ในพื้นที่ ถือเป็นการขยายผล เพื่อสืบสาน ต่อยอด

อย่างไรก็ดี โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นบทเรียนต้นแบบแห่งความสำเร็จในการบริหารจัดการน้ำสู่ความยั่งยืน โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ ประชาชน ได้รับประโยชน์จากการใช้น้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น