จักรยานคันเล็กๆ ที่บรรจุอุปกรณ์ช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือปฐมพยาบาลขั้นต้น รวมถึงเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ (AED) คือจักรยานของกลุ่ม “AED Bike Thailand” หรือกลุ่มจักรยานกู้ชีพ

เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มคนรักการปั่นจักรยานที่มีความรู้เบื้องต้นในการปฐมพยาบาลและช่วยชีวิตฉุกเฉิน จะออกปฏิบัติภารกิจในงานอีเว้นท์ที่มีผู้คนรวมตัวกันมากๆ เช่น งานวิ่ง งานปั่นจักรยาน หรือเทศกาลต่างๆ


นพ.อุกฤษฏ์ มิลินทางกูร กรรมการมูลนิธิการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติซึ่งมีส่วนสำคัญในการก่อตั้งจักรยานกู้ชีพ กล่าวว่า เป็นการรวมตัวของจิตอาสาจากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น อาสาสมัครจากทีมพาราเมดิค พยาบาล นักเวชกิจฉุกเฉิน แพทย์ หรือประชาชนที่มีความรู้เรื่องการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน ที่มีใจรักปั่นจักรยาน ตั้งแต่ปี 2558 จนปัจจุบันมีผู้มาร่วมเกือบ 100 คนแล้ว

หน้าที่หลักๆ คือคอยช่วยเหลืออำนวยความสะดวกในเรื่องการแพทย์ฉุกเฉินให้ประชาชนที่เข้าร่วมงานวิ่ง งานปั่นจักรยาน หรืองานกีฬาที่มีคนดูมากๆ ทีมจะเข้าไปปะปนเพื่อดูแล และเมื่อเกิดเหตุแบบเฉียบพลัน จะสามารถเข้าถึงจุดเกิดเหตุได้รวดเร็ว และช่วยทำ CPR พร้อมใช้เครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจด้วยไฟฟ้าแบบอัตโนมัติหรือ AED ในการกู้ชีพระหว่างรอทีมแพทย์จากสายด่วน 1669 หรือรถพยาบาลเข้ามาช่วยเหลือต่อไป

อุปกรณ์ของทีมจักรยานกู้ชีพ ประกอบด้วยรถจักรยานที่นำมาดัดแปลงติดตั้งกระเป๋าใส่อุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมมีเครื่อง AED แบบกระเป๋าหิ้วติดอยู่ในรถของทีมเกือบทุกคน แต่ละทีมจะมีบัดดี้และช่วยทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลเบื้องต้น โดยเฉพาะการปฐมพยาบาลการกู้ชีพพื้นฐาน ใช้เครื่อง AED โดยจะดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินให้พ้นระยะวิกฤตไปก่อนในระยะเวลา 4 นาที ก่อนที่ทีมแพทย์หรือจากสายด่วน 1669 จะเข้ามาช่วยเหลือ

“หลักเบื้องต้นที่ทีมเราใช้คือ ขั้นตอนห่วงโซ่แห่งการรอดชีวิต ประกอบด้วย การแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือ ทำ CPR ใช้เครื่อง AED จัดส่งรถพยาบาลมารับผู้ป่วย และนำผู้ป่วยส่งต่อไปรักษายังโรงพยาบาลอย่างปลอดภัย โดยเมื่อเราพบเหตุทีมเราจะรีบแจ้งรถพยาบาลที่ประจำการในงานหรือแจ้งเหตุ ไปที่สายด่วน 1669 พร้อมประเมินอาการผู้ป่วย และหากพบผู้ป่วยมีภาวะหัวใจหยุดเต้น ก็เริ่มปั๊มหัวใจหรือ CPRและหากมีข้อบ่งชี้ ให้ใช้เครื่อง AED ก็จะนำเครื่อง AED มาใช้ควบคู่กันทำ CPR จนกว่ารถพยาบาลหรือทีมแพทย์จะมาถึง”

ด้านนพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) กล่าวถึงการรวมตัวกันของทีมจักรยานกู้ชีพว่า สพฉ.ได้เข้าไปมีส่วนร่วมโดยสนับสนุนเครื่อง AED หรือจัดอบรมปฐมพยาบาลเบื้องต้น ซึ่งการทำงานของทีมจักรยานกู้ชีพน่ายกย่องอย่างมาก ทุกคนต่างเสียสละโดยไม่รับค่าตอบแทนใดๆ

ทั้งนี้ ในงานออกกำลังกายจะมีผู้ป่วยที่ไม่ทราบอาการตนเองแล้วเกิดภาวะหัวใจวายหรือหัวใจหยุดเต้นบ่อยครั้ง การทำงานของทีมจักรยานกู้ชีพจึงเป็นส่วนหนึ่งที่จะเข้าไปอุดรูโหว่ในการช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีภาวะดังกล่าวได้ สามารถเพิ่มโอกาสรอดให้ผู้ป่วยได้มากถึง 50% จากเดิมที่ต้องรอกู้ชีพอย่างเดียวซึ่งโอกาสรอดมีเพียง 27%

ที่ผ่านมาทีมงานจักรยานกู้ชีพได้ร่วมช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินหลายงานแล้ว ไม่ว่าจะเป็น งานปั่นจักรยานเทิดพระเกียรติ Bike for Dad และ Bike for Mom งานวิ่งสุราษฎร์ธานีมาราธอน งานวิ่งกรุงเทพมาราธอน งานวิ่งจอมบึงมาราธอน หากจะติดตามการทำงานของทีมจักรยานกู้ชีพได้ที่เพจเฟสบุ๊ค “AED BIKE Thailand”