“เอพี ไทยแลนด์” มั่นใจตลาดอสังหาฯไทยโค้งสุดท้ายเติบโตต่อเนื่อง เตรียมแผนเปิดโครงการใหม่ 18 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 31,230 ล้านบาท ล่าสุดผุด “THE PALAZZO ศรีนครินทร์ จับตลาดบ้านเดี่ยวซูเปอร์ลักชัวรี่ เพียง 52 ยูนิต เริ่ม 29 ล้านบาท มั่นใจสิ้นปีทำยอดขายเกินเป้าใหม่ 39,800 ล้านบาทแน่นอน

นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กร และการสร้างสรรค์ บมจ. เอพี (ไทยแลนด์) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาฯ ไตรมาสสุดท้ายมีแนวโน้มการเติบโตดี กำลังซื้อในธุรกิจอสังหาฯ ยังมีอยู่ และตอบรับดีโดยเฉพาะเซกเมนต์สินค้าระดับกลางบนที่โฟกัสทำเลใจกลางเมืองยังคงได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าครอบครัวคนเมือง ดังนั้นบริษัทจึงวางแผนที่จะเปิดตัวโครงการใหม่อย่างต่อเนื่องในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี จำนวน  18 โครงการ มูลค่า 31,230 ล้านบาท แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 2โครงการ มูลค่า 14,000 ล้านบาท บ้านเดี่ยว 6 โครงการ มูลค่า 7,840 ล้านบาท และทาวน์โฮม 10 โครงการ มูลค่า 9,390 ล้านบาท

สำหรับโครงการล่าสุดที่เปิดตัวในไตรมาสสุดท้าย คือ คฤหาสน์หรูโมเดลใหม่เป็นโครงการแรก ที่ "THE PALAZZO ศรีนครินทร์" โครงการแฟล็กชิพระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ที่ได้รับการออกแบบให้เหมาะสำหรับการอยู่อาศัย ภายใต้คอนเซปต์ Masterpiece for Generations ที่พร้อมส่งมอบเป็นมรดกล้ำค่าแก่สมาชิกในครอบครัวทุกเจนเนอเรชั่น โดยมีจำนวนยูนิตเพียง 52 ยูนิต สะดวกสบายด้วยทำเลที่เข้าถึงได้ทุกการเดินทาง เชื่อมต่อกับตัวเมืองทั้งถนนสุขุมวิท ถนนพัฒนาการ และถนนบางนา-ตราด อีกทั้งยังใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ที่จะสร้างเสร็จในปี 2564  และยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ทั้งแหล่งช้อปปิ้ง สถานศึกษา สถานพยาบาล และเดินทางสะดวกสู่สนามบินสุวรรณภูมิ

สำหรับ THE PALAZZO ศรีนครินทร์ มีแบบบ้าน 3 รูปแบบ ได้แก่ ANTONIO คฤหาสน์2 ชั้น 4 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 3 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 391 ตารางเมตร พื้นที่ 102 ตารางวา , MONTICELLO คฤหาสน์ 2 ชั้น 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย528 ตารางเมตร พื้นที่ 125 ตารางวา  และ LORENZO คฤหาสน์ 2 ชั้น 5 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 4 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 547 ตารางเมตร พื้นที่ 160 ตารางวา  พร้อมClubhouse สระว่ายน้ำระบบเกลือ ฟิตเนส และ Social Club ขนาดใหญ่ รองรับกิจกรรมสำหรับครอบครัวตลอด 365 วัน เอกสิทธิ์ของการใช้ชีวิตเหนือระดับ เริ่มต้น29 – 60 ล้านบาท

ด้านผลประกอบการ 9 เดือนแรกที่ผ่านมา บริษัทสร้างยอดขายรวมได้แล้วถึง 30,700 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายจากคอนโดมิเนียม มูลค่า 15,080 ล้านบาท แนวราบมูลค่า 15,620 ล้านบาท มีสินค้ารอรับรู้รายได้ (Backlog) มูลค่ามากถึง 55,240 ล้านบาท เป็นโครงการแนวราบมูลค่าราว 10,035 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้ทั้งหมดภายในปีนี้ และคอนโดมิเนียมมูลค่า 45,205 ล้านบาท (รวมโครงการร่วมทุน) โดยจะทยอยรับรู้ไปจนถึงปี 2566

“ยอดขายใน 9 เดือนแรกที่ทำได้ 30,700 ล้านบาท คิดเป็น 77% ของเป้ายอดขายใหม่ที่ปรับขึ้นเป็น 39,800 ล้านบาท แต่บริษัทมองว่าทั้งปีน่าจะมียอดขายเกินเป้าหมายใหม่ที่ตั้งไว้แน่นอน”นายวิทการ กล่าว