ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยฝ่ายบริหาร คณะที่ปรึกษา ประชุมร่วมหัวหน้าส่วนราชการ และข้าราชการทุกส่วนงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อมอบนโยบายการบริหารหลังได้รับคำสั่งแต่งตั้งอย่างเป็นทางการตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) ที่ 15/2561 เรื่องการแก้ไขปัญหาระบบบริหารราชการเมืองพัทยา โดยระบุว่าขณะที่รัฐบาลอยู่ในระหว่างดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยาเพื่อไม่ขัดต่อหรือแย้งหรือมีความสอดคล้องกับบท บัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีรูปแบบพิเศษที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อเพิ่มศักยภาพในการส่ง เสริมการท่องเที่ยว การค้าการลงทุน พัฒนากิจกรรมทางเศรษฐกิจ จัดให้มีกิจกรรมภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จครบวงจรจัดทำโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคที่มีประสิทธิภาพและพัฒนาเมืองให้ทันสมัยระดับนานาชาติตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2561

นายสนธยา กล่าวว่าภารกิจสำคัญของการมาทำหน้าที่ในตำแหน่งนายกเมืองพัทยา นอกจากจะสานเจตนารมณ์ของรัฐบาลในการผลักดันแผนการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ให้เกิดเป็นรูปธรรมแล้ว การพัฒนาและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ของเมืองพัทยาที่ถือเป็นศูนย์กลางทางการท่องเที่ยวและ EEC ก็สำคัญ โดยเฉพาะการส่งเสริมการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม โครงสร้างพื้นฐาน และสาธารณูปโภค ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน

ทั้งนี้นอกจาก Function ที่รัฐกำหนดมาแล้ว แผนการพัฒนาและแก้ไขปัญหาในพื้นที่จากการหารือร่วมกับทีมงานก็เน้นภารกิจพิเศษในการแก้ไขปัญหาที่สำคัญ 3 ประการ ได้แก่ 1.เรื่องการบริหารจัดการน้ำ ทั้งเรื่องของน้ำท่วม น้ำขัง น้ำเสีย ที่เกิดขึ้นในพื้นที่เมืองพัทยามาอย่างต่อเนื่องยาวนานหลายปี ซึ่งเรื่องนี้สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์และการท่องเที่ยวอย่างมาก สิ่งสำคัญขณะนี้คือการจัดลำดับความ สำคัญของปัญหา หรือการกำหนดหาพื้นที่จุดวิกฤติเพื่อแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด ซึ่งปัจจุบันได้รับทราบข้อ มูลแล้วว่าปัญหาส่วนใหญ่เกิดที่ไหนและมาจากสาเหตุใดบ้าง โดยได้มีการประชุมร่วมกับ อปท.ใกล้เคียงเพื่อหาความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา รวมทั้งการวางแผนร่วมกับชุมชนที่ให้ไปศึกษาและสำรวจปัญหาหรือแนวทางแก้ไขเพื่อนำมาวิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพราะแหล่งรับน้ำหายไปจากการเติบโตที่รวดเร็วของเมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่ จึงต้องมีการวางแผนระบบโครงข่ายอย่างมีประสิทธิภาพและแผนการระบายน้ำที่รวดเร็ว ไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมด้วย

2.ปัญหาเรื่องของสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องของ ขยะมูลฝอย ทั้งการเก็บกวาด การรวบรวม และการกำจัด ซึ่งพบว่าทั้งหมดเป็นการดำเนินการจากเอกชนคนละส่วนการทำงานแยกกันจึงทำให้ความสอดคล้องหายไป ซึ่งปัญหาเหล่านี้ก็ต้องจัดลำดับแผนความสำคัญเช่นกันว่าสิ่งไหนควรดำเนินการก่อนหลัง แต่สุดท้ายปัญหาขยะตกค้างต้องหมดไป เรื่องนี้เป็นเรื่องการปรับรูป แบบการบริหารจัดการที่ต้องเน้นการทำงานที่ถูกต้อง เช่น ในช่วงของวันที่มีปริมาณขยะเพิ่มขึ้นกว่าปกติ อย่างวันหยุด หรือวันนักขัตฤกษ์ ที่มีปริมาณขยะเพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีอยู่ประมาณ 450 ตัน/วัน ก็ต้องดูแลเพิ่มขึ้นหรือจัดเก็บอย่างเป็นระบบ สำหรับเมืองพัทยาชายหาดเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญก็ต้องดำเนินการเก็บกวาดและดำ เนินการเป็นพื้นที่แรกเพื่อเป็นการรักษาภาพลักษณ์

3.ปัญหาการจราจร เรื่องนี้ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ ที่ต้องมีการวางแผนการแก้ไขไว้ทั้งในระยะสั้น กลาง และยาว โดยกำหนดแผนจากโครงข่ายถนนและการบริหารจัด การตามจุดตัด จุดแยก จุดร่วม ที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการวางแผนการบรรเทาปัญหาในช่วงของการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวหรืออื่นๆที่มีจะมีปริมาณรถหนาแน่นมากขึ้นในพื้นที่ ซึ่งคงต้องมีการหารือร่วมกันในทุกาภคส่วนเพื่อกำหนดรูปแบบและวางแผนอย่างมีประสิทธิภาพ

นายสนธยา กล่าวต่อไปว่า สิ่งหนึ่งที่อยากให้ทุกภาคส่วนเร่งรัดดำเนินการตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีคือเรื่องของการเบิกจ่ายงบประมาณ ที่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของเวลาที่เคร่งครัด เพื่อให้เกิดการพัฒนาและการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ ไม่เกิดปัญหางบตกค้างหรือถูกตัดเหมือนในยุคที่ผ่านมา โดยควรจะเร่งดำเนิน การในแล้วเสร็จในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีงบประมาณเพื่อหาผู้รับจ้างล่วงหน้าอันจะเป็นผลดีต่อการประชาสัมพันธ์ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วย

ขณะที่แผนการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรือ EEC นั้นปัจจุบันมีความคืบหน้าไปมาก ทั้งเรื่องของรถไฟฟ้าความเร็วสูง หรือเรื่องของการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา การพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง มาบตาพุด และการทำ Smart City รวมทั้งการนำเสนอยุทธศาสตร์เพิ่มอีก 2 ช่องทางหรือการพัฒนาพื้นที่เพื่อรองรับ EEC และการจัดการสิ่งแวดล้อมและสาธารณูปโภค ที่ต้องรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น จากแผน Sector เดิมจำนวน 10 รายการ อีกทั้งภาคการเกษตร และท่าเรือ Cruise ที่กำลังเสนอพิจารณาเพื่อความเหมาะสม

นายสนธยา กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับปัญหาที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียหรือ “เพจ” ต่างๆนั้นส่วนตัวแล้วได้ดู และอ่านทุกข้อความ แต่เรื่องเหล่านี้ส่วนตัวมองว่าเป็น “ยาชูกำลัง” ไม่คิดโต้ตอบอะไร เพราะการมาทำงานตรงนี้เป็นเรื่องที่ถูกต้อง เป็นเรื่องของการทำงานไม่ใช่ผลประโยชน์ทั้งทางตรงและอ้อม จึงจะนำมาใช้เป็นเพียงเรื่องที่ต้องนำมาแก้ไขและทำตรงกันข้ามเพื่อให้เกิดการแก้ไข รวมทั้งเรื้องของครอบครัวอย่างคดีเขาไม้แก้ว ซึ่งได้อธิบายไปจนครบถ้วนแล้ว ไม่ใช่เรื่องที่จะมาเตะถ่วง เพราะทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย สิ่งสำคัญคืออย่างที่ได้กล่าวไว้คือ “ความสำเร็จหรือความล้มเหลวในอดีตถือเป็นบทเรียน ที่นะนำมาปรับปรุงหรือแก้ไขอนาคตและวันนี้ให้ดีขึ้นและดีที่สุด” เพื่อบ้านเมืองเท่านั้น...