แสงไทย เค้าภูไทย

สึนามีถล่มสุลาเวสีคาดว่าจะมีคนตายกว่าครึ่งหมื่นคน ล่าสุด 2,000 คน รัฐบาลอินโดนีเเซียทำหลุมศพหมู่ที่คาดว่าจะใหญ่ที่สุดในโลก เหตุการณ์เช่นนี้ หากเกิดกับกรุงเทพฯ จะเป็นอย่างไร

กรุงเทพฯมีประชากรในทะเบียนบ้านราว 12 ล้านคน ประชากรแฝง6 ล้านคน จะตายกันกี่คน ?

นี่เป็นเพียงสมมติฐานที่แนวโน้มที่จะเกิดสึนามิหรือคลื่นยกตัว ( storm surge ) จากอ่าวไทยพุ่งเข้าหาฝั่ง อันมีกรุงเทพฯเป็นก้นลึกสุด ไกลจากทะเลไม่กี่กิโลเมตร

วันนี้ยังไม่ถือเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ แต่นับแต่ปี 2033

คืออีก 15 ปีข้างหน้า ที่นักวิทยาศาสตร์ คำนวณว่า ความเป็นไปได้จะสูงถึงเกือบ 100%

ทฤษฏีเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกที่ก่อให้เกิดอุบัติภัยร้ายแรงจากธรรมชาตินี้ มีนานนับร้อยๆปี

แรกๆคนไม่เชื่อทฤษฎีทวีปเลื่อน (Continental Drift Theory)ที่อัลเฟรด เวเกเนอร์ นักฟิสิกส์ชาวเยอรมันตั้งข้อสมมติฐานไว้เมื่อกว่าร้อยปีก่อน แต่เหตุการณ์แผ่นดินไหว แผ่นดินทรุด ภูเขาถล่ม ภูเขาไฟระเบิด สึนามิ การเปลี่ยนแปลงเส้นทางน้ำในมหาสมุทร ฯลฯ

ล้วนพิสูจน์แล้วว่า เกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก

มีทฤษฎีใหม่อีกหลายทฤษฎีมาสนับสนุน เช่นการขยายตัวของพื้นก้นมหาสมุทร (Sea Floor Spreading) ทฤษฎีการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก ( Plate Tectonic Theory) และล่าสุด ทฤษฎีวงจร

นำพาความร้อน (Convection Current Theory) ที่นำไปสู่การค้นพบแกนโลกเอียง อันเกิดจากของเหลวหลอมละลายร้อนเดือดที่แกนโลก เทน้ำหนักไปทางโลกด้านที่เอียงอยู่แล้วให้เอียงมากขึ้น
ไปตุงอีกด้าน แรงกดทำให้แผ่นเปลือกโลกชั้นในสุดเกิดการเคลื่อนที่ในแต่ละแผ่นชั้น

แผ่นเปลือกโลกมี 13 แผ่น ได้แก่ แผ่นอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ยูเรเซีย แอฟริกา อินเดีย แปซิฟิก แอนตาร์กติก ฟิลิปปินส์ อาหรับ สกอเทีย โกโก้ แคริเบียน และนาซก้าแผ่นเปลือกโลกทั้งหมดไม่หยุดนิ่ง ยังคง เคลื่อนอยู่ตลอดเวลาใน 3 รูปแบบ ได้แก่เคลื่อนเข้าหากัน แยกจากกัน และเลื่อนออกจากการซ้อนกัน

ผลที่เกิดขึ้นคือ แผ่นดินไหว เมื่อปะทะกันก็เกิดการยกตัวเป็นแผ่นดิน เป็นเทีอกเขา เป็นภูเขาไฟ และกระบวนการเกิดแร่และหิน

เทือกเขาหิมาลัยอันเป็นเทือกเขาที่สูงที่สุดในโลกนั้น เกิดจากการเคลื่อนที่ของทวีปที่แยกจากทวีปออสเตรเลีย เคลื่อนมาชนทวีปเอเชีย ซึ่งขณะนี้ก็ยังมีแรงเคลื่อนอยู่

พื้นที่ไหล่ทวีปเอเชียในอีกหมื่นปีข้างหน้าอาจจะยกตัวสูงขึ้น แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น อีกไม่กี่สิบปีมันจะจมเสียก่อน โดยเฉพาะเมืองหลวง 10 แห่งที่อัตราจมน้ำเร็วที่สุดในโลก

มหานครที่เสี่ยงจมน้ำภายใน 15 ปีข้างหน้า เรียงลำดับตามอัตราเร่งคือ 1 . จาการ์ต้า 2.มนิลา 3.โฮจิมินห์ซิตี้ 4. นิวออร์ลีน 5. กรุงเทพฯ 6. โอซาก้า 7.ดักก้า 8.เซี่ยงไฮ้ 9. เวนิซ 10. อเลกซานเดรีย
สาเหตุคือ

1.ชั้นดินใต้มหานครเหล่านี้เป็นชั้นดินปากแม่น้ำที่มีลักษณะนุ่ม (soft sediments)

2.มีการสูบน้ำ(บาดาล)หรือน้ำมันดิบขึ้นมาจากพื้นที่ใกล้เคียง อย่างกรุงเทพฯนั้น ห่างจากแหล่งน้ำมันดิบและก๊าซในอ่าวไทยไม่กี่สิบกิโลเมตรเป็นต้น

3.การเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก(tilting of tectonic plates)

4.การกดทับของน้ำหนักสิ่งปลูกสร้างที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลา โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมและอาคารสูงนับสิบๆชั้น

กรุงเทพฯ เหมาปัจจัยจมน้ำเหล่านี้ทั้งหมด แม้ว่าข้อแรกคือการสูบน้ำบาดาล จะห้ามเด็ดขาดไปนานแล้ว แต่ก็สายไปแล้ว

พื้นที่กรุงเทพฯขณะนี้ อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะลไปแล้วถึง 15 เขตและแผ่นดินทรุดตัวลงไปปีละ 1-2 เซนติเมตรโดยเฉลี่ย

ปี 2033 ที่ประมาณการกันไว้ว่า 10 มหานครจะถูกท่วมเป็นเมืองบาดาล ระดับแผ่นดินกรุงเทพฯ จะต่ำกว่าระดับน้ำทะเล 1.50-2.00 เมตร ใกล้เคียงกับระดับน้ำท่วมปี 2554

จะทำเขื่อนกั้นก้นอ่าวไทยแบบซุยเดอซีของเนเธอร์แลนด์ ที่ดำริกันในรัฐบาลทักษิณ 1 ก็คงจะไม่่ทันแล้ว

ทำได้ก็แต่แบบเวียดนาม ที่สร้างเขื่อนเลียบชายทะเลกว่า 100กิโลเมตรคลุมตั้งแต่ชายฝั่งโฮจิมินห์ซิตี้ไปจนถึงดานัง ซึ่งก็ยังไม่เชื่อมั่นได้ว่าจะป้องกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเกิดสึนามิหรือสตอร์มเสิร์จ อย่างที่เกิดกับสุลาเวสีของอินโดนีเซีย

มีนักธรรมชาติวิทยา นักธรณีวิทยา นักอุทกวิทยา ฯลฯ เตือนและแนะนำให้ย้ายกรุงเทพฯไปอยู่นครราชสีมา เพราะน้ำทะเลจะท่วมไปถึงแถวๆสระบุรี แต่ไม่มีใครฟัง

เพราะคนที่ปกครองประเทศอยู่ในวันนี้ ไม่มีใครคิดว่า อายุจะยืนจนได้เห็นกรุงเทพฯจมน้ำ

แต่อย่าลืมว่า กว่าทฤษฎีทวีปเลื่อนของเวเกเนอร์กว่าจะมีคนยอมรับก็ 106 ปีล่วงแล้ว

ยุคดิจิตัล อะไรๆล้วนมาเร็วกว่ากำหนด ยุคปู่ย่าตายาย ฝนตกท่วมกรุงแค่แตะๆพื้นถนน ถึงยุคเราเยาว์วัย ท่วมแค่ครึ่งล้อรถ

ตอนนี้นายกรัฐมนตรีวัยเกษียณ ท่วมกันมิดล้อแล้ว

เป็นไปได้ไหม อีกสิบปีมันจะท่วมกรุงเทพฯแบบถาวรจนมิดหลังคารถเก๋ง ?