สมบัติ ภู่กาญจน์

ยังมีคำถาม-คำตอบ ที่น่าสนใจอีกสองคำฯ ที่ผมอยากนำเสนอ

คำถามแรก ถามว่า “ เมืองไทยนั้นจะปกครองด้วยระบอบใดก็ได้ แต่สำคัญอยู่ที่คนปกครอง ท่านมีความเห็นว่าอย่างไร? ”

คำถามที่สอง ถามว่า “ ลักษณะและคุณสมบัติที่แท้จริงของนักการเมืองมีอะไรบ้าง? ”

สองคำถามนี้ ปรากฏอยู่ในสื่อสารมวลชนไทยเมื่อหกสิบแปดปีที่ผ่านมา ซึ่งผมคิดว่า ถ้าจะถามกันวันนี้ คำถามคำตอบนี้ก็ยังน่าฟังอยู่ ว่าผู้ตอบจะมีความเห็นว่าอย่างไร?

ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ครูผู้ยิ่งใหญ่ในชีวิตของผม ตอบคำถามนี้ไว้ขณะที่มีอายุ 39 ปี ผู้ตอบ มีประสบการณ์ในชีวิตทั้งการศึกษาและการเมืองพอสมควร และใช้สติสัมปชัญญะในการทำหน้าที่นักสื่อสารมวลชน ที่รู้จักมวลชนมากพอสมควรว่าใครเป็นคนรุ่นเก่ารุ่นใหม่ และ รู้จักการใช้อารมณ์ว่าควรจะใช้กับใครหรือไม่อย่างไรแค่ไหน? ตอบคำถามข้อแรกเอาไว้ด้วยความเห็นว่า

“ ผมเห็นว่า ระบอบประชาธิปไตยนี่แหละดีที่สุด

เพราะในระบอบนี้ หากคนที่ปกครองทำอะไรไม่ถูกใจเรา เราก็ยังด่าเล่นได้อย่างที่ทำกันอยู่

ส่วนในระบอบอื่นนั้นไม่มีอะไรเป็นหลักประกันได้เลยว่า ถ้าคนปกครองเกิดไม่ดีขึ้นมา เราจะทำอะไรได้อย่างไร

ความจริง ไม่ว่าจะเป็นประเทศใดหรือการปกครองระบอบใดในโลก ถ้าหากได้ ‘คนปกครองที่ดี’แล้วผมก็เชื่อว่าทุกระบอบใช้ได้เสมอ แต่เขาเชื่อกันว่า ระบอบประชาธิปไตยนั้น มีหลักประกันและมีวิธีการ ที่จะทำให้ได้ ‘คนปกครองที่ดี’เข้ามา

ถ้าเมืองไทยเป็นประชาธิปไตยจริง คนปกครองที่เราสามารถหาได้ในขณะนี้ ก็คงจะเป็นคนดีที่สุดเท่าที่จะหาได้แล้วละมังครับ ”

ทุกประโยค ยังน่าฟังและฟังได้ ในสถานการณ์บ้านเมืองทุกวันนี้ครับ

สำหรับคำถามข้อที่สอง ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ มีคำตอบเพียงสั้น ๆ ว่า

“ ได้ยินเขาพูดกันว่า นักการเมืองนั้น จะทำสิ่งใดก็ต้องนึกถึงการเลือกตั้งคราวหน้า

ส่วนรัฐบุรุษ จะทำสิ่งใด ก็ต้องนึกถึงอนาคต นึกถึงยุคที่จะผ่านมาเข้ามาใหม่ หรือสิ่งที่เราจะต้องเผชิญกันต่อไป

ใครควรมีคุณสมบัติอย่างไร คนที่อยากได้คำตอบ ก็ต้องรู้จักพิจารณาดูเอาเองด้วย ”

ทำไม ผมจึงคิดว่า คำถามคำตอบนี้ น่าสนใจ?

ตอบได้ว่า ในสถานการณ์บ้านเมืองของประเทศไทยขณะนี้ ที่เรากำลังจะจัดให้มีการเลือกตั้งกันอีกครั้งในต้นปีหน้า การให้ความรู้หรือความคิดความเห็นในเรื่องของประชาธิปไตย หรือเรื่องของการเมืองการปกครองอันเหมาะสมที่จะทำให้คนส่วนใหญ่ในประเทศมีความสุข มีสภาพสังคมมีสภาวะเศรษฐกิจที่เป็นแนวศิวิไลซ์สอดคล้องต้องไปตามครรลองของสังคมโลก นั้นเป็นสิ่งจำเป็นมากที่สุด ที่รัฐบาล หรือสื่อสารมวลชน หรือใครอื่นที่หวังดีต่อชาติบ้านเมืองหรือประเทศ น่าจะร่วมมือกันสร้างเสริมให้ความรู้เหล่านี้ เกิดขึ้นมา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้ ที่เรากำลังก้าวสู่โลกยุคใหม่ ซึ่งกำลังมีการเปลี่ยนแปลงทุกด้านเกิดขึ้น ที่ไม่ว่าจะเป็นด้านภูมิศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ตลอดไปจนถึงแนวคิดของมนุษย์ ที่ล้วนแตกต่างจากเดิมไปอย่างเห็นได้ชัด ในโลกยุคปัจจุบัน

ปัจจุบัน – ที่แนวคิดย้อนแย้ง กำลังเป็นTrendแห่งกระบวนการคิดของกลุ่มคนยุคใหม่

ปัจจุบัน – ที่ผู้บริหารประเทศหลายคนยังอยู่ในแนวคิดเก่า แต่คนกลุ่มแนวคิดใหม่ก็กำลังทวีจำนวนเพิ่มขึ้นมา ปัจจุบัน - ที่คนส่วนใหญ่ของประเทศ (ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าแทบทุกประเทศ) ก็ยังมองไม่ออก หรือตัดสินใจไม่ได้แน่ชัด ว่าแนวคิดไหน ใหม่หรือเก่า ? ที่จะดีกว่า หรือให้ประโยชน์ต่อตนหรือสังคม มากกว่ากัน

สังคมไทย กำลังต้องการความรู้เหล่านี้ คำตอบเหล่านี้ หรือการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเหล่านี้ อย่างมากที่สุด

หรือมากพอ ที่จะสร้างภาพรางๆ ได้บ้างว่า ประชาธิปไตยที่ถูกต้องเหมาะสม กับชาติบ้านเมืองของเรา นั้นคืออะไร?

หรือพอที่จะแยกแยะออก ว่า ประชาธิปไตยที่ดี กับผู้บริหารประเทศที่ดี นั้น ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

หรือคำว่า การเมือง ที่ในแนวคิดเก่าของคนบางคนยังมีความหมายอยู่ในแง่ลบ นั้น นักการเมืองที่ดี หรือนักการเมืองที่อ้างว่าตนเป็นแนวคิดใหม่ จะปฎิบัติตนใน ‘งานการเมือง’ ของตน ในรูปแบบใด?

ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ครูของผม สร้างการเรียนรู้เหล่านี้ไว้มากมายในประวัติศาสตร์การเมืองไทยมาตลอด ตั้งแต่ก่อนปี พ.ศ. 2500 และมาทำให้ผมได้เห็นประจักษ์กับตาตนเองด้วยผลงานอันมีทั้งลบและบวก ในช่วงก่อนและหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 หลังจากนั้นประเทศไทยยังผ่านเหตุการณ์ปฏิวัติสาหัสบ้างไม่สาหัสบ้างอีกหลายครั้ง ก่อนที่จะถูกลากเข้าไปเป็นนักการเมือง ‘เพื่อชาติบ้านเมือง’ครั้งสุดท้ายในชีวิต และทำงานด้วยความทุกข์มากกว่าความสุข แถมด้วยความลำบากยากไร้แก่ผู้ใกล้ชิดที่ไม่นิยมใช้นาฬิกาเพื่อน มาอีก 10 ปี ก่อนที่จะลาออกมาสู้กับพยาธิของตนเองได้เพียง๒ปี แล้วก็ลาจากโลกไป

จากประสบการณ์ที่ได้จากการอ่าน ศึกษา ค้นคว้า - รวมทั้ง ได้เห็น ได้พบ- มาด้วยสายตาและด้วยวิชาชีพของตนเอง และใกล้ชิดกับท่านอยู่เกือบสามสิบปี ผมยืนยันได้ว่า การเมืองไทย (นับแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน) ยังวนอยู่กับที่ และไม่มีอะไรใหม่

แต่ผลงานที่ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ครูของผม สร้างการเรียนรู้ด้านประชาธิปไตย และการเมืองไทย ให้กับสังคมไทยและคนไทย ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมายสารพัด ที่ผมยินดีจะศึกษาค้นคว้า หรือระลึกถึง เพื่อนำมาเสนอ แก่ท่านผู้อ่านต่อไป

ถ้าท่าน จะเห็นว่าสิ่งเหล่านี้ น่าสนใจ เช่นเดียวกับผม