ดร.วิชัย พยัคฆโส
payackso@gmail.com


เปิดตัว “พรรคพลังประชารัฐ” ออกมาตามคาดด้วยรัฐมนตรี 4 ท่านในรัฐบาลยุคยุทธศาสตร์ชาติเป็นหัวหอกรวบรวมเอาประชาชนหลากหลายอาชีพ ล้วนแล้วแต่ได้รับอานิสงส์จากนโยบายประชารัฐ ลุกขึ้นมาเพื่อสร้างพรรคการเมืองด้วยน้ำพักน้ำแรงของประชาชนที่หวังสร้างประเทศไทยสู่ศตวรรษที่ 21

ด้วยการนำของ 4 รัฐมนตรีที่มีผลงานทั้งด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การศึกษา สังคม ซึ่งมีประสบการณ์จากการปฏิรูปประเทศตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ คงมีความมั่นใจในตนเองและผู้ร่วมอุดมการณ์หลากหลายอาชีพว่าจะสามารถนำพาประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยเฉพาะเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อยและคนยากคนจนเป็นเป้าหมายหลัก แต่ต้องตอบโจทย์การใช้อำนาจรัฐมาหาเสียงให้ได้เท่านั้น

เพราะในขณะที่รัฐบาลเองได้วางรากฐานในการพัฒนาชุมชนและสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อพัฒนาต่อยอดจากกองทุนพัฒนาชุมชน 2,000 ล้านบาทในการมุ่งตั้งสภาชุมชนใน 10 จังหวัด 700 ตำบล ที่เป็นชุมชนที่มีรายได้น้อยของประเทศ ประกอบกับโครงการ Quick Win 100 เรื่อง ที่ ดร.กอบศักดิ์ ดูแลอยู่จะสามารถแก้ปัญหาความยากจนในรัฐบาลชุดนี้ให้เกิดผลงานได้อีกทาง

พ.ร.บ.สวัสดิการแห่งรัฐ ได้ผ่านความเห็นชอบของ สนช.ไปแล้ว พ.ร.บ.นี้จะช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิตให้กับคนจนที่ลงทะเบียน 11.4 ล้านคนอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น และได้ยินว่าจะเน้นไปที่ผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ซึ่งในปัจจุบันมีศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุอยู่แล้ว 878 แห่ง จะขยายอีก 400 แห่งให้ชุมชนบริหารจัดการกันเอง แต่ไม่ทราบว่ามีกิจกรรมอะไรเป็นหลักประกันสำหรับผู้สูงอายุบ้าง แม้แต่ผู้เขียนเองยังไม่เคยได้ข่าวจาก อบต. อบจ. หรือจังหวัดว่าศูนย์นี้อยู่ที่ไหน ทำอะไรกัน ไม่อยากให้ใช้งบประมาณแล้วไม่เกิดผล

จริงอยู่ประเทศไทยได้รับการประเมินจาก UNDP และ WHO ให้ไทยมีดัชนีการพัฒนามนุษย์สูงขึ้น เป็นต้นแบบของหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า สูงขึ้นจากอันดับที่ 41 มาอยู่ที่ 27 จาก 56ประเทศ ซึ่งรัฐบาลดูแลสุขภาพประชาชนต่อหัวลดลงร้อยละ 40 คิดเป็น 7,086 บาท ขณะที่อายุขัยเฉลี่ยคนไทยจากเดิม 74.6 ปี เป็น 75.1 ปี หมายความว่าคนไทยอายุยืนยาวขึ้นเพราะสุขภาพพลานามัยได้รับการดูแลจากภาครัฐเพิ่มขึ้น

ยิ่งกว่านั้นได้รับฟังจากอดีตอธิบดีกรมอนามัยมุ่งมั่นจะพัฒนาสุขภาวะคนไทย โดยสร้างสถาบันเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพให้เกิดองค์กรและชุมชนรอบรู้ด้านสุขภาพอย่างทั่วถึง จะทำให้สุขภาพของคนไทยโดยเฉพาะผู้สูงวัยที่มีอยู่ถึง 20% ในปี 64 และจะเพิ่มถึง 30% ในอีก 15 ปีข้างหน้า ทำอย่างไรจะมีคุณภาพชีวิตยืนยาวเฉลี่ยเกิน 80 ปี เช่นประเทศที่พัฒนาแล้ว รัฐบาลและทุกหน่วยงานและทุกองค์กรต้องช่วยกันสนับสนุน

รัฐบาลออกมาแถลงโมเดลเศรษฐกิจ BCG ที่ประกอบไปด้วยเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว ตามแนวทางศาสตร์พระราชาและ SDGs 17 ข้อของสหประชาชาติ พร้อมๆกับจัดสรรงบปี 63 ให้กับแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดและจังหวัดอีก 28,000 ล้านบาทไว้ล่วงหน้า เท่ากับว่ารัฐบาลทุ่มเทกับชุมชนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อยเป็นเป้าหมายหลัก

ทำอย่างไรกับการสวมหมวก 2 ใบ จะแยกแยะอย่างไรไม่ให้ผิดกฎหมายเลือกตั้ง เพราะนโยบายรัฐบาลกับแผนปฏิรูปประเทศซึ่งรัฐมนตรีทั้ง 4 ท่ายต่างเป็นผู้บุกเบิกแนวทางไว้ เมื่อลงพื้นที่และชุมชนย่อมเอ่ยถึงนโยบายเหล่านั้นจะถือเป็นการหาเสียง เพื่อเอาเปรียบพรรคอื่นที่หลายพรรคกดดันอยู่ในขณะนี้หรือไม่

แม้ว่านายกรัฐมนตรียังไม่ตกลงใจที่จะสานต่อยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่สร้างไว้หรือไม่ก็ตาม แต่ค่อนข้างชัดเจนว่าแนวทางและแนวคิดของ “พลังประชารัฐ” จะสืบสานนโยบายของรัฐบาลมาสร้างต่อด้วยวิถีทางของประชาชนเพื่อประชาชนค่อนข้างแน่ จะไปโลดหรือไม่ ว่าจะเป็น “พรรคเฉพาะกิจ” หรือ “ยั่งยืน” กันแน่ รอดูกัน?