เสือตัวที่ 6

ถ้ามองด้วยความเป็นธรรม จะเห็นได้ว่าการขับเคลื่อนดับไฟใต้ของภาครัฐในภาพรวมๆ แล้ว นับได้ว่าได้ผลความคืบหน้าไปได้อย่างน่าพอใจ ด้วยตัวชี้วัดของหน่วยงานภาครัฐในด้านการป้องกันไม่ให้ฝ่ายขบวนการร้ายโดยเฉพาะกลุ่มคนหัวรุนแรง สามารถก่อเหตุร้ายสร้างความเสียหายใดๆ ได้อย่างเช่นที่เคยเกิดมาเมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมา การก่อเหตุที่กลุ่มคนหัวรุนแรงพยายามก่อให้เกิดขึ้น เพื่อหล่อเลี้ยงสถานการณ์ความไม่สงบให้ดำรงคงอยู่ จนกว่าถึงจุดที่จะอาศัยแรงหนุนจากภายนอกประเทศในการปกครองตนเองได้นั้น ขบวนการร้ายแห่งนี้ ถูกฝ่ายความมั่นคงของรัฐ จำกัดเสรีในการปฏิบัติได้อย่างชัดเจน พร้อมใช้โอกาสของการควบคุมสถานการณ์ให้กลับมาอยู่ในมือฝ่ายรัฐได้นี้ เข้าทำความเข้าใจรับรู้ เปิดมุมมองใหม่ให้เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้ฝ่ายกองกำลังติดอาวุธตลอดจนแนวร่วมขบวนการร้ายแห่งนี้ ขาดมวลชนในพื้นที่ในการสนับสนุนการต่อสู้กับรัฐลงไปได้อย่างเห็นได้ชัด

มุมมองใหม่ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ กำลังมีโอกาสมากขึ้นๆ ที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารอีกด้านหนึ่งจากรัฐ เป็นโอกาสที่ดีในการตั้งสติที่จะพิจารณาได้ว่า กลุ่มคนฝ่ายไหนกันแน่ที่เป็นผู้สร้างสรรค์ความอยู่ดีมีสุขให้คนในพื้นที่ และกลุ่มคนฝ่ายไหนกันแน่ที่เป็นผู้ทำลาย เหนี่ยวรั้งความสงบสุขอันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาความเจริญให้ผู้คนในท้องถิ่นแห่งนี้ โดยเฉพาะอนาคตดีๆ ที่ลูกหลานของคนในพื้นที่จะได้รับจากการพัฒนาของรัฐในทุกรูปแบบ ในขณะที่ฝ่ายขบวนการร้ายแห่งนี้แอบอ้างมาตลอดถึงประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงหลักความเชื่อทางศาสนา หากแต่ในท้ายที่สุด คนระดับแกนนำของขบวนการเหล่านี้ กลับตอบไม่ได้ว่า เมื่อถึงจุดนั้นแล้ว ใครกันแน่ที่จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการปกครองกันเอง และตอบคำถามสำคัญไม่ได้ว่า หากอยู่กันเองได้จริงๆ แล้ว คนระดับแกนนำจะสามารถให้ความอยู่ดีมีสุข และอนาคตที่ดีอย่างที่อยู่ในสถานนะปัจจุบันได้อย่างไร

ด้วยทรัพยากรในพื้นที่แห่งนี้ ยังไม่มีศักยภาพพอที่จะสร้างสรรค์สิ่งที่กล่าวอ้างได้อย่างที่ฝัน ในขณะที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่างตระหนักรู้แล้วว่า หากความปกติสุขเกิดขึ้นในพื้นที่แห่งนี้ ความเจริญรุ่งเรือง ความสุขสบายในทุกๆ ด้านและทุกๆ ชีวิต จะเกิดขึ้นจริง เพราะห้วงเวลาที่ผ่านมานี้ พี่น้องประชาชนในพื้นที่สามารถสัมผัสได้ จากการลงมือกระทำของหน่วยงานภาครัฐทุกกลุ่มทุกฝ่าย ที่พร้อมใจกันสานพลังประชารัฐ เข้าแก้ไขปัญหา และร่วมกันพัฒนาท้องถิ่นแห่งนี้ ให้เจริญก้าวหน้ามาเป็นลำดับ ในขณะที่ฝ่ายขบวนการไม่สามารถใช้กองกำลังติดอาวุธ สร้างเหตุร้าย ก่อความเสียหายรุนแรงเฉกเช่นในอดีตได้ ความพยายามของกลุ่มก่อความไม่สงบ กลับใช้เวทีของการปฏิบัติการข่าวสาร (IO) ปั่นป่วนสถานการณ์ หาช่องโจมตีทำลายความชอบธรรมของรัฐในความพยายามสานต่อ ขยายความสำเร็จในการควบคุมสถานการณ์ความรุนแรงลงได้

รวมทั้งพยายามใช้สงครามข่าวสาร ทำลายขวัญและกำลังใจของหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผลสัมฤทธิ์ของการปฏิบัติงานเพื่อนำความสงบสุขมาสู่พื้นที่แห่งนี้ ทั้งในแง่จำนวนกำลังพลหน่วยงานความมั่นคงที่โจมตีต่อเนื่องว่า มีจำนวนมากมายเกินจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีเรื่องวงเงินงบประมาณแผ่นดินที่ใช้ในการดับไฟใต้ที่มุ่งทำลายว่ามีมากมายมหาศาล หากแต่แท้ที่จริงแล้ว การใช้สื่อโจมตีทางข้อมูลข่าวสารดังกล่าว เป็นเพียงวิธีการต่อสู้ของขบวนการแบ่งแยกดินแดนอย่างหนึ่ง ในห้วงที่คนกลุ่มนี้ ยังไม่สามารถลงมือก่อเหตุร้ายได้ เป็นห้วงที่คนกลุ่มนี้ ทำได้เพียงการหล่อเลี้ยงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ให้ดูประหนึ่งว่า ยังไม่ปกติสุขอยู่นั่นเอง และหากตั้งสติให้ดี จะพบว่า สื่อของคนกลุ่มนี้ กลับไม่กล่าวถึงขบวนการร้ายแห่งนี้ ที่เป็นต้นเหตุสำคัญในการผลาญเงินงบประมาณของชาติ ตลอดจนสิ้นเปลืองชีวิตเจ้าหน้าที่รัฐในการระวังป้องกันเหตุร้ายมากมายขนาดนั้น

เหล่านี้คือเหตุและผลที่ได้มาจากการมีเวลาอันสงบสุขจากเหตุร้ายที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ มีเวลาในการคิดและไตร่ตรองว่า เรื่องใดจริง และเรื่องใด เป็นเรื่องที่กล่าวอ้างขึ้นเพื่อมุ่งประสงค์อันซ่อนเร้นแอบแฝงเพื่อประโยชน์ของกลุ่มตนเท่านั้น ทำให้ห้วงเวลาที่ผ่านมาของแม่ทัพภาคที่ 4 คนแล้วคนเล่า จวบจนคนปัจจุบัน เป็นผลงานที่น่าชื่นชมในการสานต่อ สานพลังทุกภาคส่วนเพื่อนำความสงบสุขมาสู่คนในพื้นที่อย่างมีจังหวะจะโคน ความสงบเรียบร้อยในระดับที่หน่วยงานภาครัฐอื่นๆ สามารถเข้าไปสร้างความเจริญในทุกด้านอย่างมั่นใจ ทำให้โลกทัศน์ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่มีหูตาที่กว้างไกลมากขึ้นเป็นลำดับ และนั่น จะเป็นการสานพลังทุกภาคส่วนที่รัฐบาลนี้ เรียกว่า “พลังประชารัฐ” อันเกิดจากรวมพลังภาครัฐทุกส่วนงาน ภาคเอกชน ภาคประชาชนโดยเฉพาะพี่น้องประชาชนในท้องถิ่น ให้เป็นเครื่องมือสำคัญ ในการร่วมกันแก้ไขปัญหา อุปสรรคทั้งปวง ร่วมพัฒนาความเจริญในทุกด้าน อย่างสอดคล้องกับสภาพแวดล้อม และตรงกับที่คนในท้องถิ่นต้องการ ซึ่งหากการสานพลังประชารัฐดังกล่าว เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนเมื่อใด ก็เชื่อว่า คนกลุ่มใดไม่ว่าจะเปลี่ยนความคิดหรือไม่ ก็จะไม่สามารถต้านศักยภาพที่เกิดจากการรวมกันของการสานพลังครั้งนี้ได้