ร่วมสมัย / ชะมวง พฤกษาถิ่น

เรื่องเล่าพื้นบ้านไทย
ในโลกที่เปลี่ยนแปลง

มีหนังสือแนววิจัยคติชนที่น่าสนใจนั่นคือ เรื่องเล่าพื้นบ้านไทย ในโลกที่เปลี่ยนแปลง เขียนโดย ศิราพร ณ ถลาง และคณะ
หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์เมื่อสามปีที่แล้ว แต่เนื้อหาในเล่มยังคงสอดรับปัจจุบัน เป็นหนังสือหนึ่งในชุดโครงการเมธีวิจัยอาวุโส สกว. เรื่อง “คติชนสร้างสรรค์” : พลวัตและการนำคติชนไปใช้ในสังคมไทยร่วมสมัย รวมบทความวิจัย 3 เรื่องจากโครงการวิจัยย่อย 3 โครงการ วิจัยโดยใช้ข้อมูลคติชนประเภทนิทานพื้นบ้าน/เรื่องเล่าพื้นบ้านเป็นหลัก ให้เห็นภาพรวมของข้อมูลนิทานพื้นบ้านที่มีการนำมาประยุกต์ใช้ในบริบทใหม่ๆ วิธีคิดของคนไทยในการประยุกต์นิทานพื้นบ้าน ตลอดจนชี้ให้เห็นบทบาทและความสำคัญของเรื่องเล่าพื้นบ้านในสังคมไทยปัจจุบัน

ศิราพร ณ ถลาง ในฐานะเมธีวิจัยอาวุโส และหัวหน้าชุดโครงการวิจัยฯ กล่าวในบทถ้อยแถลงฯ ตอนหนึ่งว่า “ความน่าสนใจของเรื่องเล่าพื้นบ้านไทย...อยู่ที่ข้อมูลใหม่ และประเด็นใหม่ในการศึกษาวิจัยทางคติชนวิทยา กล่าวคือ เป็นการศึกษาการประยุกต์นิทานพื้นบ้านที่สืบทอดมาในสังคมประเพณีที่มีการนำมาใช้ในบริบทใหม่ๆ ในปัจจุบัน เช่น บริบทเศรษฐกิจสร้างสรรค์ บริบทท่องเที่ยว วงการพุทธพาณิชย์/เครื่องรางของขลัง วงการหนังสือวรรณกรรมเด็ก ซึ่งทำให้ได้สรุปว่า นิทานพื้นบ้านไทยซึ่งน่าจะสูญสลายไปตามกาลเวลากลับกลายเป็น “ทุนทางวัฒนธรรม” ที่สำคัญ มีพลวัต มีบทบาทและยังดำรงอยู่ได้อย่างน่าสนใจยิ่งในบริบทสังคมไทยปัจจุบันท่ามกลางกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลง”

พลิกหน้าไปในเนื้อหา “เล่าเรื่อง เรื่องเล่า” ศิราพร ณ ถลาง เขียน ยกมาสังเขป “ถ้าให้นึกว่า นิทานพื้นบ้านไทย หรือ เรื่องเล่าพื้นบ้าน ที่คนไทยรู้จักดีมีอะไรบ้าง คนที่เติบโตมาในประเทศไทยคงนึกถึง ปลาบู่ทอง สังข์ทอง นางสิบสอง พระสุธน-มโนห์รา แก้วหน้าม้า ศรีธนญชัย ตาม่องล่าย พญากง-พญาพาน ชาละวัน พระร่วง ผาแดง-นางไอ่ นางเลือดขาว พญาคันคาก แม่นากพระโขนง ยายกะตา ฯลฯ ในทางคติชน ชื่อนิทานต่างๆ ที่เอ่ยมาข้างต้นจัดได้เป็นนิทานพื้นบ้าน (folktale) หลายประเภท (genre) มีทั้งนิทานจักรๆ วงศ์ๆ (fairy tale) นิทานมุขตลก (joke/jest) นิทานประจำถิ่น (legend) ตำนาน (myth) นิทานเรื่องผี (ghost stories) นิทานลูกโซ่ (chain tale)”
“เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไป เด็กไทยสมัยนี้อาจรู้จัก ซินเดอเรลลา สโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด แจ๊คผู้ฆ่ายักษ์ 101 ดัลมาเชียน ทอมแอนด์เจอรี่ เมาคลี โดราเอมอน อิคิวซัง ฯ มากกว่านิทานพื้นบ้านเก่าๆ ของไทย แต่นี่ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเรื่องเล่าของผู้คนในแต่ละยุคสมัย ในแต่ละช่วงเวลาอาจต่างกันไปในตามบริบททางสังคม แม้นิทานเรื่องเดียวกันก็อาจแตกเป็นหลายสำนวนขึ้นอยู่กับการตีความของผู้คนในแต่ละยุคสมัย และอาจถูกนำไปใช้ด้วยวัตถุประสงค์ใหม่ที่ต่างไปจากวัตถุประสงค์เดิมก็เป็นได้”

ในเรื่องเดียวกัน การนำนิทานพื้นบ้าน/เรื่องเล่าพื้นบ้านมาใช้ในปัจจุบัน เช่น ในบริบทสังคมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ มาประยุกต์ใช้ประโยชน์ในการส่งเสริมการผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว อภิลักษณ์ เกษมผลกูล ชี้ให้เห็นว่า “ผู้มีกำลังซื้อ “อยากซื้อ” และ “รู้สึก” ว่าผลิตภัณฑ์นั้นๆ มีคุณค่าทางสังคมวัฒนธรรม เพราะถูกเพิ่มคุณค่าด้วยเรื่องราว ประวัติที่มา ความหมายและหน้าที่ในชุมชนท้องถิ่น นิทานพื้นบ้าน/เรื่องเล่าพื้นบ้านจึงเป็นแหล่งอ้างอิงที่สำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและสินค้าโอท็อป เรียกได้ว่า นิทานพื้นบ้านไทย ถูกนำไปใช้ทั้งในระดับชุมชน ตำบล อำเภอ จังหวัด ประเทศ จนถึงระดับข้ามชาติหรือระดับนานาชาติก็ว่าได้”

ในส่วนบทอื่นๆ เรื่องเล่าพื้นบ้านกับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น (OTOP) ในบริบทเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (อภิลักษณ์ เกษมผลกูล) การประยุกต์ใช้คติชนในการสร้างวัตถุมงคลในปัจจุบัน (สุกัญญา สุจฉายา) การผสมผสานวัฒนธรรมในหนังสือนิทานแนว edutainment (สาระบันเทิง) ภาษาไทย (ศิริพร ภักดีผาสุข) และบทสังเคราะห์ เรื่องเล่าพื้นบ้านไทย : การนำไปประยุกต์ใช้ และ “พื้นที่ทางสังคม” ในปัจจุบัน (ศิราพร ณ ถลาง)
หนังสือ เรื่องเล่าพื้นบ้านไทย ในโลกที่เปลี่ยนแปลง นับว่าเหมาะกับองค์กร ชุมชน และหน่วยงานภาครัฐส่งเสริมงานวัฒนธรรม ที่ควรมีไว้ศึกษาอย่างยิ่ง