ยูร กมลเสรีรัตน์
k_yoon_w_c@hotmail.com

นวนิยายเรื่อง “ละครแห่งชีวิต”ของหม่อมเจ้าอากาศดำเกิง รพีพัฒน์ นอกจากจะสร้างความตื่นตาตื่นใจและเป็นที่กล่าวขวัญในหมู่นักอ่าน เพราะถือว่าเป็นแนวแปลกใหม่ในยุคนั้น ที่กุหลาบ สายประดิษฐ์ใช้คำว่า “รสใหม่” ยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่ได้อ่านนวนิยายเรื่องนี้ก้าวเข้าสู่เส้นทางนักเขียน-นักหนังสือพิมพ์ในเวลาต่อมาหลายต่อหลายคน

นอกจากนี้ยังมีอิทธิพลต่อนักประพันธ์ไทยหลายคนในการสร้างสรรค์นวนิยายต่างแดนหรือไพรัชนิยายได้แก่ ศรีบูรพา ผู้เขียน“ข้างหลังภาพ” สด กูรมะโรหิต ผู้เขียน “ปักกิ่งนครแห่งความหลัง” และ “คนดีที่โลกไม่ต้องการ” ฯลฯ เสนีย์ เสาวพงศ์ ผู้เขียน “ชัยชนะของคนแพ้” และ “ความรักของวัลยา” เป็นอาทิ แล้วยังส่งผลต่อนักเขียนรุ่นหลัง ๆ ในเวลาต่อมามาอีกหลายคนในการสร้างสรรค์นวนิยายต่างแดน

หากจะกล่าวว่านวนิยายเรื่อง “ละครแห่งชีวิต” เป็นต้นแบบของนวนิยายต่างแดนเรื่องแรกของไทยก็ย่อมไม่ผิดและยังเป็นนวนิยายเรื่องแรกของหม่อมเจ้าอากาศดำเกิง รพีพัฒน์ ซึ่งสร้างสรรค์ผลงานเรื่องนี้ออกมาเมื่อพระชนมายุเพียง 24 ชันษาเท่านั้น จึงถือว่าพระองค์เป็นนักประพันธ์หนุ่มที่เปี่ยมด้วยพระปรีชาสามารถสูง ดังที่นักเขียนชื่อก้อง “ศรีบูรพา”ได้ถวายพระสมญานามว่า “นักประพันธ์หนุ่มแห่งสยาม”

หม่อมเจ้าอากาศดำเกิง รพีพัฒน์ ทรงประสบความสำเร็จในด้านการเขียนในขณะที่มีพระชนมายุยังน้อย บรรณพิภพไทยต่างก็ตั้งความหวังว่าพระองค์จะทรงมีผลงานที่งดงามด้วยคุณค่าต่อ ๆ มาอีก หากด้วยพระชนมายุที่แสนสั้น จึงมีผลงานอีกไม่กี่เรื่อง นั่นก็คือปีพ.ศ. 2473 ทรงนิพนธ์เรื่อง “ผิวเหลืองหรือผิวขาว” ต่อมาเปลี่ยนเป็น“ผิวเหลือง ผิวขาว” เป็นนวนิยายที่สืบเนื่องมาจาก “ละครแห่งชีวิต”

จากนั้นมีรวมเรื่องสั้นขนาดยาวในปีพ.ศ. 2474 คือ “วิมานทลาย” ประกอบด้วยเรื่องสั้น 4 เรื่องคือ ทางโลกีย์,วัยสวาท,เจ้าไม่มีศาล,สมาคมชั้นสูง สำหรับรวมเรื่องสั้นขนาดยาว“ครอบจักรวาล” ประกอบด้วยเรื่องสั้น 4 เรื่องคือ ใช้บาป,รัก,ชีวิตกับความจริง,ยูเวลลิน แม้ว่าสองเล่มหลังนี้จะไม่โดดเด่นเท่า “ละครแห่งชีวิต” ดังที่หมู่นักอ่านตั้งหน้าตั้งตารอคอยก็ตาม แต่ก็ถือว่าเป็น“รสใหม่”ที่ดีที่สุดในยุคนั้น โดยเฉพาะเรื่องทางโลกีย์,วัยสวาท,เจ้าไม่มีศาลและสมาคมชั้นสูง

นอกจากนี้ทรงนิพนธ์เรื่องสั้นตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ อีกจำนวนหนึ่งได้แก่ ดาราคู่ชีพ (ลงในหนังสือไทยเขษม),โชคมนุษย์(ลงในหนังสือพิมพ์สุภาพบุรุษ),อำนาจกฎธรรมดา(ลงในหนังสือพิมพ์สุภาพบุรุษ),เรื่องชีวิตเรื่องที่ 1,เรื่องชีวิตเรื่องที่ 2 ,รักจอดรัก(ลงในหนังสือศัพท์ไทย),ลูกผู้ชายใจทหาร(ลงในหนังสือศัพท์ไทย รายเดือน) กล่าวกันว่าเรื่องสั้น “โชคมนุษย์”ที่ลงในหนังสือพิมพ์สุภาพบุรุษ โดยมีกุหลาบ สายประดิษฐ์หรือ “ศรีบูรพา”เป็นบรรณาธิการ เป็นเรื่องสั้นที่ยอดเยี่ยมที่สุดของหม่อมเจ้าอากาศดำเกิง รพีพัฒน์

หม่อมเจ้าอากาศดำเกิง รพีพัฒน์ ทรงประสบความผิดหวังในเรื่องความรักถึงสองครั้ง ครั้งแรกทรงมีความรักเมื่อมีพระชนมายุ 23 พรรษา กับหม่อมเจ้าหญิงสวาสดิ์วัฒโนดม ประวิตร เจ้าของนามปากกา“ดวงดาว” ผู้เขียนนวนิยายเรื่องเคหาสน์สีแดง,เชลยศักดิ์,ผยอง ฯลฯ พระธิดาใน
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประวิตรวัฒโนดม กรมหลวงปราจิณกิติบดี ต้นราชสกุล “ประวิตร” แต่ท่านหญิงสวาสดิ์ฯ มิได้มีพระทัยตอบสนอง ทำให้หม่อมเจ้าอากาศดำเกิง รพีพัฒน์ทรงเสียพระทัยมาก เรียกว่าถึงขั้นอกหัก

ความรักครั้งที่สอง กับคุณแสนสุข ศตะรัต บุตรีพระยาอรรถกระวีสุนทร(สงวน ศตะรัต)
กระทั่งทรงเข้าพิธีหมั้น แต่ญาติฝ่ายหญิงบ่นถึงฐานะที่ไม่สมเกียรติของพระองค์ เมื่อได้รู้ความจริงในภายหลัง หม่อมเจ้าอากาศดำเกิง รพีพัฒน์ทรงเสียพระทัยมาก เห็นว่าไม่อาจประทานความสุขให้กับหญิงที่รักได้ เนื่องจากมีฐานะตกต่ำ จึงทิ้งงานราชการกรมสาธารณสุข เสด็จหนีไปฮ่องกงในช่วงปลายเดือนมกราคม 2474

หม่อมเจ้าอากาศดำเกิง รพีพัฒน์ทรงดำรงชีพด้วยการเขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์ฮ่องกง โดยเช่าห้องเล็ก ๆ ค่อนข้างซอมซ่อของโรงแรมเซซิลล์อยู่กับคนไทยที่ชื่อนายผล นิลอุบล ทรงมีความเป็นอยู่ที่แร้นแค้น ชีวิตมีแต่ความมืดมน หมดหวัง ไร้พระประยูรญาติ มีเพียงนายผลเพียงคนเดียวที่เป็นมิตรแท้ ซึ่งพักอาศัยและอยู่กินด้วยกันด้วยความยากลำบาก อีกทั้งเป็นผู้ที่คอยปลอบประโลมใจในการต่อสู้ชีวิต แต่ด้วยพลานามัยที่ไม่แข็งแรงอยู่แล้ว ประกอบกับจิตใจที่ย่ำแย่ ทำให้ร่างกายทรุดโทรมลงเรื่อย ๆ

หม่อมเจ้าอากาศดำเกิง รพีพัฒน์ สิ้นชีพิตักษัย เมื่อวันพุธที่ 18 พฤษภาคม 2475 ขณะมีพระชนมายุ 28 พรรษา ซึ่งเอกสารของฮ่องกงระบุว่า พระองค์ประชวรด้วยไข้มาลาเรีย เกี่ยวกับเรื่องนี้คนส่วนใหญ่เข้าใจกันว่าท่านประชวรด้วยโรคภัยไข้เจ็บ แต่ผู้เห็นเหตุการณ์คือนายผล กล่าวว่าเป็นการเปิดแก๊สฆ่าตัวตาย เรื่องนี้ยังสร้างความคลุมเครือ หากมีผู้เล่าต่อกันมาสอดรับกับข้อเท็จจริงข้างต้นว่า...

“วันที่ท่านฆ่าตัวตาย คุณผลออกไปข้างนอก กลับมา เข้าประคองท่านไว้ ตอนนั้นท่านสิ้น สติแล้ว ไม่รู้สึกตัว ท่านตายในอ้อมแขนของคุณผล อากาศที่นั่นหนาว ใช้แก๊สเป็นเครื่องช่วยทำความอบอุ่น ท่านเลยเปิดแก๊สฆ่าตัวตาย”

หนังสือพิมพ์ศรีกรุง ฉบับวันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม 2475 ลงข่าวล้อมกรอบไว้ในหน้าแรกเพียงสั้น ๆ สร้างความตกตะลึงให้กับนักอ่านเกี่ยวกับข่าวร้ายที่ฮ่องกงว่า...

“หม่อมเจ้าอากาศดำเกิง รพีพัฒน์ สิ้นชีพิตักษัย

ได้ทราบข่าวด้วยความสลดใจยิ่งว่า หม่อมเจ้าอากาศดำเกิง รพีพัฒน์ ซึ่งประทับอยู่ในฮ่องกงนั้น ได้สิ้นชีพิตักษัย เสียแล้วเมื่อวันที่ 28 เดือนนี้ โดยไข้มาลาเรียกำเริบ เวลานี้ทางนคราภิบาลฮ่องกงกำลังรอฟังคำสั่งทางกรุงเทพฯอยู่ว่า จะจัดการอย่างไรต่อไป ทั้งนี้ เราหวังว่าข่าวนี้คงเป็นที่เศร้าสลดใจ แก่บรรดาญาติมิตรและผู้ที่คุ้นเคย ของ หม่อมเจ้าอากาศดำเกิงเป็นอย่างยิ่ง”

กุหลาบ สายประดิษฐ์หรือ“ศรีบูรพา”ได้แสดงความรู้สึกในฐานะพระสหายร่วมชั้นของหม่อมเจ้าอากาศดำเกิง รพีพัฒฯ ครั้งเรียนที่โรงเรียนมัธยมวัดเทพศิรินทร์ต่อข่าวมรณกรรมว่า...

“...ความรู้สึกของข้าพเจ้าสั่นสะเทือนไปด้วยความเศร้าสลดใจอันลึกซึ้ง และคงมีอีกหลายร้อยคนที่มีความรู้สึกเหมือนหรือคล้ายคลึงกับข้าพเจ้า....ชีวิตของหม่อมเจ้าอากาศฯ เหมือนสายฟ้าแลบ มีประกายสว่างวูบชั่วขณะหนึ่ง แล้วก็มามืดสนิทไป หนังสือสามเล่มจะเตือนให้เรารำลึกถึงแสงสว่างอันนั้น เราผู้ได้รับความสุข ความสราญจากหนังสือของหม่อมเจ้าอากาศฯ จงมีใจกตัญญูต่อท่าน...”

พระอังคารของหม่อมเจ้าอากาศดำเกิง รพีพัฒน์นำกลับมาประเทศไทย บรรจุในสถูปของราชสกุล“รพีพัฒน์” ในบริเวณสุสานหลวงวัดราชบพิตรสถิตมหาสีมาราม และถึงแม้ว่าม่านชีวิตของหม่อมเจ้าอากาศดำเกิง รพีพัฒน์ได้ปิดลงเป็นเวลาเนิ่นนานแล้ว แต่นวนิยายเรื่อง“ละครแห่งชีวิต” ซึ่งเปรียบได้กับอัญมณีอันล้ำค่า ยังคงส่งประกายวาววามในโลกวรรณกรรมเป็นเวลายาวนานอีกหลายสิบปี สร้างความประทับใจและความภาคภูมิใจให้กับคนไทย รวมทั้งวงวรรณกรรมไทย ในหนังสือ “ละครแห่งชีวิต”ทรงนิพนธ์เป็นข้อความอุทิศไว้ว่า....

“หนังสือเล่มนี้เขียนสำหรับคนไทย และชาติไทย ซึ่งข้าพเจ้ารักและต้องการให้เป็นสุข”

อ่านย้อนหลัง
อ่านต่อนที่ 1 https://siamrath.co.th/n/44710
อ่านตอนที่ 2 https://siamrath.co.th/n/45419
อ่านตอนที่ 3https://siamrath.co.th/n/46335
อ่านตอนที่ 4 https://siamrath.co.th/n/47196
อ่านตอนที่ 5 https://siamrath.co.th/n/47952