อัครเดช สุภัคกุล

“คำสัญญายังรักษาไม่ได้ เสียทั้งเมือง เสียทั้งครอบครัว เสียไปทุกสิ่งทุกอย่าง ยากแก่การจะรื้อฟื้นคืนมา” เล่าปี่

ครั้นภายหลัง “โฮจิ๋น” จึงวางอุบายให้ “ตั๋งโต๊ะ” แม่ทัพใหญ่ เข้ามากำจัดอำนาจ “สิบขันที” ผู้ละโมบโลภมากให้หมดสิ้นไป แต่ยังไม่ทันที่ “ตั๋งโต๊ะ” จะยกทัพเข้ามาปราบขันทีในวังหลวงตามแผนการที่ “โฮจิ๋น” ตั้งใจไว้ ในทางกลับกัน “โฮจิ๋น” กลับถูกสมุนของ “สิบขันที” ลอบสังหาร เสียคอขาดกระเด็น เป็นผีเฝ้าวังหลวงเสียเอง เป็นเหตุให้ทหารของฝ่าย “โฮจิ๋น” ที่คอยดูลาดเลาอยู่นอกกำแพงวังหลวงไม่พอใจอย่างหนัก พากันลุกฮือบุกเข้าไปในวังหลวง เพื่อแก้แค้นแทนนายตน ที่ด่าวดิ้นสิ้นใจไปแล้ว ให้สาแก่ใจ แน่หละภายในวังหลวงเวลานั้นคงอลหม่านลุกเป็นไฟ

เมื่อเกิดศึกระหว่างทหารของ “โฮจิ๋น” กับ “สิบขันที” ในวังหลวงอย่างหนักหน่วง จนไม่รู้ฝ่ายไหนเป็นฝ่ายไหนแล้วนั้น “ตั๋งโต๊ะ” ซึ่ง “โฮจิ๋น” ได้วางตัวไว้แต่แรกให้เข้าทำการปราบเหล่า “สิบขันที” ก็แอบซุ่มอยู่นอกกำแพงวัง รอโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายรบกันจนล้มตายไปมาก จนได้ที่เสียก่อน จึงค่อยบุกเข้าวังหลวง ประหนึ่งนักเล่นหุ้นระดับพระกาฬ ที่คอยหุ้นร่วง จนสะเด็ดน้ำ แล้วจึงค่อยช้อนซื้อในราคาพาร์ (Par) ที่แสนจะราคาถูกแสนถูก 

การณ์ก็เป็นไปดัง “ตั๋งโต๊ะ” คาด แล้วจึงยาตราทัพเข้าวังหลวง ประกาศให้ทั้งสองฝ่ายยุติสงคราม แต่ทั้งสองฝ่ายก็หาได้มีท่าทีลดราวาศอกไม่ กลับดึงดันที่จะรบกันต่อไป การณ์นั้น “ตั๋งโต๊ะ” จึงประกาศขึ้นท่ามกลางคู่สงครามทั้งสองฝ่ายที่ฟังดูคุ้นหูว่า “งั้นข้าพเจ้าขอปฏิวัติ” แล้วไพร่พลของ “ตั๋งโต๊ะ” ก็พากันอุ้มคู่กรณีทั้งสองฝ่ายหายไปคนละทิศละทาง ไม่รู้ชะตากรรมว่า ถูกกำจัดไปแล้วหรืออย่างไร ที่ค่ายไหนบ้างก็สุดจะเดา

เป็นอันว่า “ตั๋งโต๊ะ” ปฏิวัติได้เป็นผลสำเร็จ ยุติสงครามกลางวังหลวงลงได้ราบคาบ นำความสงบกลับมาได้อีกครั้งหนึ่ง แล้ว “ตั๋งโต๊ะ” ผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ก็ประกาศแต่งตั้งตนเองขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี หรือเวลานั้นเรียกว่า “มหาอุปราช” มีอำนาจในการปกครองสูงสุด แต่ครั้นบริหารบ้านเมืองไปสักระยะ ก็ให้รู้สึกว่า มีเรื่องให้ตัวขัดเคืองใจ ด้วยว่าฝ่าย “พระเจ้าหองจูเปียน” ที่มี “พระนางโฮเฮา” พระราชมารดาครอบงำอยู่เบื้องหลังนั้น ดูทีจะไปด้วยกันไม่ได้ ในเมื่อมีอำนาจแล้วนี่ จะทำอะไรก็ได้ตามใจ อย่ากระนั้นเลย จะเสียเวลาอยู่ใย จึงปลด “พระเจ้าหองจูเปียน” ลงมาเป็นไพร่ แล้วสั่งให้นำไปประหารเสียทั้งลูก ทั้งแม่ ให้ตายตกไปตามกัน 

ครานั้น ท่านนายกรัฐมนตรี หรือท่านมหาอุปราช “ตั๋งโต๊” จึงได้สถาปนา “พระเจ้าหองจูเหียบ” ขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดินแทน โดยทรงมีพระนามว่า “พระเจ้าเหี้ยนเต้” ตามแผนการณ์ในการสืบทอดอำนาจของตนให้ยาวนานออกไป ไม่เพียงแต่เท่านั้น “ตั๋งโต๊ะ” เมื่อมีอำนาจล้นฟ้าแล้ว ได้ยกฐานะตนเองขึ้นเป็น “พระบิดาบุญธรรม” ของ “พระเจ้าเหี้ยนเต้” หลงอำนาจจนลืมอะไรควรไม่ควร หรืออาจจะหารือขุนนางมาแล้ว แต่คงได้คำตอบเหมือนกับทุกวันนี้ว่า “ถูกครับพี่ ดีครับผม เหมาะสมครับนาย สบายมากครับท่าน” เมื่อ “ตั๋งโต๊ะ” ได้ฟังแล้วก็ให้รู้สึกหน้าบานเหมือนจานดาวเทียม แล้วหัวเราะดังๆ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ พลางกล่าวว่า “เออ ดีๆๆ”

สำหรับ “ตั๋งโต๊ะ” นั้น ว่ากันว่า เดิมเป็นชาวอำเภอหลินเถา เมืองหลงเส ปัจจุบันคือ อำเภอหมิน อยู่ในมณฑลกานซู่ เมื่อเยาว์วัยนับว่า เป็นคนมีฝีมือคนหนึ่งทีเดียว คือ สามารถขี่ม้าแล้วยิงธนูได้แม่นยำราวจับวาง เมื่อเติบใหญ่ได้เข้ารับราชการ ได้ร่วมทัพกับ “จาง ฮ่วน” นับเป็นนายทหารที่มีฝีมือ ครั้งปราบ “กบฏชาวเกี๋ยง” ได้รับความดีความชอบ ได้รางวัลเป็นผ้าไหม 9,000ม้วน โดยได้นำไปแจกจ่ายแก่ผู้ร่วมรบ จึงได้รับการกล่าวขวัญเป็นอันมาก 

แต่เมื่อคราว “กบฏโจรโพกผ้าเหลือง” กลับถูกลดยศลงมา ด้วยว่า “ตั๋งโต๊ะ” นำทัพไปแพ้ในคราวนั้น อย่างไรก็ตาม ชีวิตคนเรานี้ มักเป็นดั่งคำโบราณ ที่กล่าวไว้น่าฟังว่า “ชั่วเจ็ดที ดีเจ็ดหน” ใช่จะจนตกต่ำอาภัพอัปภาคไปตลอดชาติก็หาไม่ คราวปราบ “กบฏมณฑลเหลียง” กองทัพของ “ตั๋งโต๊ะ” มีกำลังน้อยกว่า แต่ด้วยสติปัญญาของ “ตั๋งโต๊ะ” ที่ให้ทหารทดน้ำสะกัดกั้นการไล่ล่าของข้าศึก ได้เป็นผลสำเร็จ “ตั๋งโต๊ะ” จึงได้เลื่อนยศอีกครั้งหนึ่ง และได้เข้าสู่วงการเมือง จนมีชื่อปากฏ 

ครั้นเมื่อ “มหาราชวงศ์ฮั่น” เกิดสั่นคลอน “ตั๋งโต๊ะ” จึงรวบรวมกำลังผู้คน และทหารกล้า ประดุจตั้ง “พรรคการเมือง” ไว้ที่ “มณฑลเหลียง” เพื่อรอโอกาสเข้าไปมีอำนาจในวังหลวงเป็นการต่อไป ความตั้งใจของ “ตั๋งโต๊ะ” ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี หรือมหาอุปราชนั้น สุดท้ายก็สมปราถนา ด้วย “ตั๋งโต๊ะ” ได้วางแผนการณ์ไว้ก่อนล่วงหน้ามาอย่างดี ตามปรัชญาที่ว่า 

“ไม่มีใครล้มเหลวเพราะวางแผน แต่ที่ไม่วางแผนจึงล้มเหลว” 

ตอนหน้ามาติดตาม “รัฐนาวานายกรัฐมนตรีตั๋งโต๊ะ” กันต่อครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักครับ

ภาพจาก https://th.wikipedia.org

อ่านย้อนหลัง

อ่านตอนที่ 1 https://siamrath.co.th/n/47197
อ่านตอนที่ 2 https://siamrath.co.th/n/47954