ชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์

ห้วงเวลานี้ บางนรา - นราธิวาส เต็มไปด้วยความคึกคักจากผู้คนที่เดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศ ด้วยเป็นช่วงมีการจัดงาน “ของดีเมืองนรา ประจำปี 2561” โดยไม่กี่วันก่อน มีการแข่งขันเรือกอและ เรือยอกอง และเรือคชสีห์นานาชาติ ชิงถ้วยพระราชาทานหน้าพระที่นั่งฯ บริเวณพลับพลาหาดนราทัศน์ อ.เมือง จ.นราธิวาส และ พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์มอบถ้วยพระราชทานแก่ทีมเรือที่ชนะเลิศการแข่งขันเรือกอและ รอยอกอง เรือคชสีห์นานาชาติ ชิงถ้วยพระราชทานหน้าพระที่นั่งฯ ครั้งที่ 43 บรรยากาศการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศหน้าพระที่นั่งฯ เป็นไปด้วยความสนุกสนาน มี สุรพล พร้อมมูล ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในพื้นที่ รวมถึง อิสระ ละอองสกุล ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ในพื้นที่นราธิวาส ตลอดจนประชาชนเข้าร่วมชมการแข่งขันเป็นจำนวนมาก ในโอกาสนี้ ผู้แทนพระองค์ยังได้มอบของพระราชทานที่ระลึกให้แก่ผู้ที่สนับสนุนการจัดการแข่งขันเรือกอและ เรือยอกอง และเรือคชสีห์นานาชาติ ชิงถ้วยพระราชาทาน หน้าพระที่นั่งฯ อีกด้วย

สำหรับการแข่งขันเรือกอและ เรือยอกอง และเรือคชสีห์นานาชาติ ชิงถ้วยพระราชาทาน หน้าพระที่นั่งฯ จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีในห้วงการจัดงานของดีเมืองนรา เพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมกาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และเพื่อเทิดพระเกียรติ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อพสกนิกรชาวไทยของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ที่เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานมาประทับแรม ณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ เป็นประจำทุกปี พร้อมทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในการเยี่ยมเยียนราษฎรในจังหวัดนราธิวาส และจังหวัดใกล้เคียง ถึงแม้จะเป็นถิ่นทุรกันดารเพียงใด แต่พระองค์ก็ทรงเสด็จพระราชดำเนินเพื่อรับทราบปัญหาของพสกนิกร และได้พระราชทานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต่อการแก้ไขปัญหาเหล่านั้น ยังความสงบสุข ร่มเย็น แก่พสกนิกรชาวไทยถ้วนหน้า ชาวนราธิวาส จึงตระหนักและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น นอกจากนี้ การแข่งขันเรือยังเป็นการส่งเสริมศิลปะการต่อเรือกอและ อันเป็นพาหนะที่จำเป็นในการประกอบอาชีพของชาวประมง และยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดนราธิวาส รวมถึงเป็นการสืบสานให้ประชาชนในท้องถิ่นได้อนุรักษ์ รักษา ประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป

ผลการแข่งขันเรือชิงถ้วยพระราชทานหน้าพระที่นั่งฯ ประจำปี 2561 มีเรือเข้าแข่งขัน 3 ประเภท ได้แก่เรือกอและ เรือยอกอง และเรือคลสีห์นานาชาติ รวม 52 ลำ ประเภทเรือกอและ จำนวน 18 ลำ ชนะเลิศ เรือฉลามเสือ ค่ายจุฬาภรณ์ สังกัด กรม ร.3 พล.นย. รองชนะเลิศอันดับ 1 เรือสันติวารี สังกัดสำนักงานชลประทานที่ 17 รองชนะเลิศอันดับ 2 เรือ อบต.ปะเสยะวอ สังกัด อบต.ปะเสยะวอ และรองชนะเลิศอันดับ 3 เรือ อบต.โคกเคียน สังกัด อบต.โคกเคียน ประเภทเรือยอกอง จำนวน 16 ลำ ชนะเลิศ เรือเทศบาลเมืองตากใบ A สังกัดเทศบาลเมืองตากใบ รองชนะเลิศอันดับ 1 เรือเทศบาลเมืองตากใบ B สังกัดเทศบาลเมืองตากใบ รองชนะเลิศอันดับ 2 เรือ อบต.โคกเคียน สังกัด อบต.โคกเคียน และรองชนะเลิศอันดับ 3 เรือ อบต.พร่อน สังกัด อบต. พร่อน และประเภทเรือคชสีห์นานาชาติ จำนวน 18 ลำ ชนะเลิศ เรือฉลามเสือ ค่ายจุฬาภรณ์ สังกัด กรม ร.3 พล.นย. รองชนะเลิศอันดับ 1 เรือนครศรีธรรมราช สังกัดโรงเรียนปากพนัง รองชนะเลิศอันดับ 2 เรือนราทัศน์ A สังกัดเทศบาลเมืองนราธิวาส รองชนะเลิศอันดับ 3 เรือศรีบารู สังกัด อบต.บางตาวา

ทั้งนี้ เมื่อพูดถึง “ของดีเมืองนรา” แล้ว ย่อมยังหมายรวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอีกหลายแห่งซึ่งต่างมีเอกลักษณ์โดดเด่นแตกต่างกันไป ผู้เขียนขอยกตัวอย่างสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติซึ่งเป็นที่นิยมกันมาก 3 แห่ง คือ ศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร (ป่าพรุโต๊ะแดง) เป็นส่วนหนึ่งของป่าพรุโต๊ะแดงซึ่งเป็นป่าพรุที่สมบูรณ์ที่สุดในจำนวนป่าพรุที่ยังเหลืออยู่ในประเทศไทย มีเนื้อที่ประมาณ 209,900 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอ คือ อ.ตากใบ อ.สุไหงปาดี และ อ.สุไหงโก-ลก ป่าพรุโต๊ะแดงเป็นป่าที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ด้วยสัตว์ป่ามากกว่า 200 ชนิด มีหลายชนิดที่หายาก เช่น แมวป่าหัวแบน เสือไฟ กระรอกบินแก้มแดง ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีพรรณไม้ป่าอีกกว่า 400 ชนิด หนึ่งในนั้นก็คือ หมากแดง ปาล์มพื้นเมืองของไทยซึ่งมีถิ่นกำเนิดจากป่าพรุของจังหวัดนราธิวาส

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา ตั้งอยู่บริเวณทิวเขาสันกาลาคีรีแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย พื้นที่รับผิดชอบประมาณ 270,725 ไร่ ประกอบด้วยผืนป่าดงดิบที่สมบูรณ์ 2 ส่วน คือ ป่าฮาลา ในเขตอำเภอเบตง จังหวัดยะลา อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส และป่าบาลา ในเขตอำเภอแว้ง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส สภาพพื้นที่เกือบทั้งหมดของเขตฯ เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนและปกคลุมด้วยป่าดงดิบหรือป่าฝนที่อุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง กอปรกับมีอาณาเขตติดต่อกับพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ของประเทศมาเลเซีย ทำให้ป่าฮาลา-บาลา เป็นแหล่งอาศัยของพืชพรรณและสัตว์ป่าที่หายากจำนวนมาก หลายชนิดมักพบเห็นได้เฉพาะบริเวณป่าแถบนี้เท่านั้น โดยเฉพาะนกเงือกชนิดต่างๆ ที่พบได้จากป่าแห่งนี้ประมาณ 9-10 ชนิด เช่น นกเงือกหัวแรด นกชนหิน เป็นต้น

อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี ตั้งอยู่บริเวณบ้านปาโจ ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ พื้นที่ประมาณ 294 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของนราธิวาส ยะลา และปัตตานี เทือกเขาบูโด-สุไหงปาดี เป็นส่วนหนึ่งของทิวเขาสันกาลาคีรีที่แบ่งเขตแดนไทย-มาเลเซีย มีน้ำตกที่สวยงามเป็นที่เชิดหน้าชูตาของชาวอำเภอบาเจาะคือ น้ำตกปาโจ สูง 60 เมตร เคยได้รับรางวัลที่ 5 ในการประกวดแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นน้ำตกที่รัชกาลที่ 7 ได้เคยเสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรเมื่อครั้งตรวจหัวเมืองปักษ์ใต้ และได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพลับพลาขึ้นหน้าน้ำตกเมื่อพุทธศักราช 2471 พร้อมทั้งสลักพระปรมาภิไธยบนก้อนหินบริเวณน้ำตกปาโจ และเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2502 ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาที่น้ำตกปาโจ ได้มีการสร้างพลับพลาขึ้นใหม่แทนพลับพลาที่ประทับในรัชกาลที่ 7 หลังเก่าที่ทรุดโทรม และพระราชทานชื่อว่า พลับพลาธารทัศน์ แปลว่า ศาลาดูน้ำ และสลักพระปรมาภิไธยบนก้อนหินก้อนเดียวกับที่รัชกาลที่ 7 ได้สลักไว้ด้วย พันธุ์ไม้เด่นที่อุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี คือ ใบไม้สีทอง หรือย่านดาโอ๊ะ เพราะพันธุ์ไม้ชนิดนี้ถูกค้นพบเป็นครั้งแรกที่นี่เมื่อปี 2531

สถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติสำคัญทั้ง 3 แห่งนี้ หากใครมาเยือนบางนรา - นราธิวาส ไม่ว่าจะเป็นช่วงนี้ หรือช่วงไหนๆ ก็ตาม หากพอมีเวลา ก็ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง รวมถึงการได้สัมผัสของดีเมืองนราอื่นๆ อีกมากมาย