รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์
มหาวิทยาลัยสวนดุสิต


“การแข่งขันทางการเมือง” หลายคนอาจจะมุ่งประเด็นไปที่การเลือกตั้ง โดยเฉพาะการเลือกตั้ง ส.ส. ที่กำลังจะมีขึ้นในช่วงต้นปี 2562 ถือเป็นการแข่งขันทางการเมืองที่ได้รับความสนใจจากสังคมมากจริงจริง…หรือใครกล้าจะปฏิเสธ

เมื่อกล่าวถึงการปกครองระบอบประชาธิปไตยแล้ว มิติการแข่งขันทางการเมืองที่ไม่อาจไม่พูดถึงได้ คงหนีไม่พ้น “การเลือกตั้ง” เนื่องจากเป็นมิติของการต่อสู้ของนักการเมือง เพื่อให้ได้มาซึ่งการยอมรับ และความไว้วางใจจากประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ในการตัดสินใจเลือกหรือมอบอำนาจให้เป็นตัวแทนไปปฏิบัติงานแทนตามกระบวนการและขั้นตอนที่กำหนดไว้

ดังนั้น การเลือกตั้งจึงเปรียบเสมือนเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้ลงคะแนนเสียงได้มีส่วนร่วมทางการเมืองในการเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตย โดยการเลือกตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่ในทางนิติบัญญัติ และมีความสัมพันธ์กับอำนาจทางฝ่ายบริหาร

จากความสำคัญของการเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งในทุกระดับเป็นสิ่งที่นักการเมืองและพรรคการเมืองต่างให้ความสำคัญ ดังนั้นแต่ละพรรคการเมืองจึงให้ความสำคัญกับการแข่งขันในรูปแบบการเลือกตั้ง มีการวางแผนการที่ดี หรือแม้แต่การวางแผนเชิงกลยุทธ์ เพื่อให้ได้รับชัยชนะ เป็นการรักษาฐานที่มั่นทางการเมือง หรือแม้แต่เป็นการรุกคืบแย่งชิงฐานที่มั่นทางการเมืองของคู่แข่ง

อย่างไรก็ตามจากการที่สังคมไทยห่างหายจากการเลือกตั้งมานานกว่า 4 ปี อาจทำให้พรรคการเมืองเก่าและพรรคการเมืองใหม่มีฐานข้อมูลเพื่อรับมือการแข่งขันทางการเมืองดังกล่าวไม่เพียงพอ จากเหตุผลดังกล่าว ทำให้ “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,085 คน ในประเด็น การแข่งขันทางการเมือง : กรณีเลือกตั้ง ส.ส. ต้นปี 62 สรุปผลได้ ดังนี้

การแข่งขันที่ประชาชนคาดว่าจะมีการแข่งขันที่ดุเดือด คืออะไร? พบว่า “คำตอบ” ที่ “ประชาชน” ตอบมากที่สุด ร้อยละ 25.19 คือ ผู้สมัคร รองลงมา ได้แก่ หัวหน้าพรรค ร้อยละ 21.62 พรรคการเมือง ร้อยละ 20.57 การหาเสียง ร้อยละ 18.09 และนโยบายพรรค ร้อยละ 14.53

เปรียบเทียบระหว่าง “การเลือกตั้ง ส.ส. ที่กำลังจะมีขึ้นในช่วงต้นปี 2562” กับ “การเลือกตั้ง ส.ส.ที่ผ่านมา” ประชาชนคิดว่าการแข่งขันจะเป็นอย่างไร? พบว่า “คำตอบ” ที่ “ประชาชน” ตอบมากที่สุด ร้อยละ 51.15 คือ พอ ๆ กัน รองลงมา ได้แก่ รุนแรงมากกว่าการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ผ่านมา ร้อยละ 28.48 และรุนแรงน้อยกว่าการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ผ่านมา ร้อยละ 20.37

การเลือกตั้ง ส.ส. ที่กำลังจะมีขึ้นในช่วงต้นปี 2562 ประชาชนวิตกกังวลเรื่องอะไร? พบว่า “คำตอบ” ที่ “ประชาชน” ตอบมากที่สุด ร้อยละ41.03 คือ ความไม่โปร่งใส ไม่เป็นกลาง การทุจริต ซื้อเสียง โกงเลือกตั้ง รองลงมา ได้แก่ ความขัดแย้ง การทะเลาะเบาะแว้ง สร้างสถานการณ์วุ่นวาย ปั่นป่วนร้อยละ 33.79 การรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน /ข่าวลือ ข่าวลวง ข่าวที่ไม่เป็นจริง ร้อยละ 16.44 คนที่จะเข้ามาบริหารประเทศ นโยบายสร้างภาพ ไม่มีผู้สมัครที่ถูกใจ ไม่รู้จะเลือกใครกลัวว่าจะเลื่อนเลือกตั้งออกไปอีก ฯลฯ ร้อยละ14.03

การแข่งขันทางการเมืองเชิงสร้างสรรค์ที่ประชาชนอยากเห็น คืออะไร? พบว่า “คำตอบ” ที่ “ประชาชน” ตอบมากที่สุด ร้อยละ 53.40 คือ แข่งขันด้วยความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ตรงไปตรงมา รองลงมา ได้แก่ แข่งขันเชิงนโยบาย ขายวิสัยทัศน์ ทันสมัย ทำได้จริง ร้อยละ 37.76 มีวิธีการหาเสียงที่น่าสนใจ มีสาระ เข้าใจง่าย หลากหลายช่องทาง ร้อยละ 18.37 และนึกถึงประโยชน์ของส่วนรวม สร้างบรรยากาศทางการเมืองที่ดี ทำงานเป็นทีม หัวหน้าพรรคและสมาชิกพรรคให้การสนับสนุน ฯลฯ ร้อยละ 6.80

การแข่งขันทางการเมืองที่ไม่ดี และประชาชนไม่อยากเห็น คืออะไร?
พบว่า “คำตอบ” ที่ “ประชาชน” ตอบมากที่สุด ร้อยละ 57.40 คือ ทุจริต ซื้อเสียง โกงเลือกตั้ง รองลงมา ได้แก่ ใส่ร้าย โจมตี ยุยง ปลุกปั่น ร้อยละ 36.11 ใช้อำนาจในทางที่ผิด ฝ่าฝืนกฎระเบียบ ไม่เคารพกฏหมาย ร้อยละ 27.22 และดูด ส.ส. ซื้อตัวผู้สมัคร หัวคะแนน ไม่ลงพื้นที่ด้วยตนเอง ฯลฯ ร้อยละ 5.22

ทำอย่างไร? การแข่งขันในการเลือกตั้ง ส.ส.ที่กำลังจะมีขึ้นในช่วงต้นปี 2562 จึงจะบริสุทธิ์ยุติธรรม พบว่า “คำตอบ” ที่ “ประชาชน” ตอบมากที่สุด ร้อยละ54.82 คือ ผู้สมัคร นักการเมืองต้องซื่อสัตย์ เคารพกฎกติกา เป็นแบบอย่างที่ดี รองลงมา ได้แก่ กกต.ประกาศกฎระเบียบข้อบังคับชัดเจน ควบคุมดูแลเข้มงวด บทลงโทษรุนแรง ร้อยละ 33.19 ประชาชนมีวิจารณญาณ ช่วยกันสอดส่องดูแล เป็นหูเป็นตา ร้อยละ 15.20 และปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม สื่อมวลชนเกาะติดสถานการณ์ เสนอข่าวตรงไปตรงมา ไม่สนับสนุนเรื่องผิดกฎหมาย ไม่ขายเสียง รณรงค์การเลือกตั้งแบบประชาธิปไตย ฯลฯ ร้อยละ 9.64

ที่กล่าวทั้งหมดนี้ คือ ความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการแข่งขันทางการเมืองที่เต็มไปด้วยความดุเดือด การชิงไหวชิงพริบ แล้วยิ่งการแข่งขันทางการเมืองทวีความรุนแรงมากเท่าไร คนที่ต้องทำงานหนักที่สุด คงหนีไม่พ้น “ประชาชน” ที่จะต้องใช้วิจารณญาณในการพิจารณาข้อมูลข่าวสาร เพื่อเลือกที่จะเสพข้อมูลได้อย่างถูกต้องเหมาะสม จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของการแข่งขันทางการเมืองเหมือนที่ผ่านๆ มา

แต่เชื่อว่าประสบการณ์จากสถานการณ์บ้านเมืองที่ผ่านมา...ย่อมทำให้ “ประชาชน” มีวิจารณญาณและไม่ตกเป็น “เหยื่อของการแข่งขันทางการเมือง” ง่ายง่ายแน่นอน..!!