สมบัติ ภู่กาญจน์

กาลครั้งหนึ่ง เมื่อหนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ตีพิมพ์จำหน่ายมาได้ครึ่งปี ท่านผู้อ่านท่านหนึ่ง ซึ่งใช้นามว่า ‘สาธิต’ ก็เขียนจดหมายฉบับหนึ่งมาถึง ‘คึกฤทธิ์ ปราโมช’ ด้วยข้อความดังนี้

เบอร์นาร์ด ชอว์ ได้ถึงแก่มรณกรรมไปแล้ว แต่วาทะของท่านผู้นี้ยังก้องกังวานอยู่ ท่านเคยกล่าวสุนทรพจน์ต่อพระพักตร์พระเจ้าแผ่นดิน และต่อหน้านักการเมืองอังกฤษ ไว้ว่า

“ ประชาธิปไตยนั้น ไม่ผิดอะไรกับบอลลูนที่ลอยอยู่ในอากาศ เราประชาชนที่ยืนอยู่บนพื้นดิน แหงนหน้ามองดูมันอย่างเพลิดเพลิน ในขณะเดียวกัน ก็มีพวกนักล้วงกระเป๋า มาแอบควักเอาทรัพย์สินเงินทองของพวกเราไปเสียจนหมดสิ้น ครั้นถึงระยะ 4 ปี เจ้าบอลลูนนั้นก็ลอยลงมายังพื้นดินเสียคราวหนึ่ง ตอนนี้จะมีการโฆษณาชักชวนให้พวกเราได้หาโอกาสขึ้นมันบ้าง แต่โดยที่พวกเราส่วนใหญ่ เป็นพวกสัมมาอาชีวะ ไม่มีเงิน และไม่มีเวลาพอ พวกเราจึงไม่ประสงค์จะขึ้นมัน ดังนั้นคนที่ได้มีโอกาสขึ้นบอลลูนอีก จึงมักจะเป็นพวกผู้ร้ายหน้าเก่าทั้งสิ้น ”

วาทะนี้ควรค่าแก่การศึกษาเพียงไร?
( ลงนาม ‘สาธิต’ )

*********** ***********

ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช นำจดหมายนี้มาลงในคอลัมน์ปัญหาประจำวัน แล้วก็ให้คำตอบไว้ดังนี้

“ คำว่าประชาธิปไตยนั้น แปลไปได้หลายแง่เต็มที วาทะของเบอร์นาร์ด ชอว์ ที่คุณนำเอามากล่าวนี้ก็เป็นอีกทัศนะหนึ่ง

และคำกล่าวของเบอร์นาร์ด ชอว์นี้ สำหรับเมืองไทยเราในปัจจุบันก็ออกจะน่าคิดอยู่มาก เพราะใกล้เคียงต่อเหตุการณ์ที่เราเห็นอยู่มากมายเต็มที ยิ่งเบอร์นาร์ด ชอว์ คนที่อยู่ในเมืองอังกฤษ ซึ่งเป็นและใช้ประชาธิปไตยมาตั้งพันปีแล้ว ยังพูดอย่างนี้ ฟังดูก็ออกจะน่าวิตกอยู่เหมือนกัน

แต่อย่าลืมว่า ความวิตกนั้นไม่สามารถช่วยอะไรเราได้

อีกอย่างหนึ่ง นายชอว์ แกมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักกัน ก็เพราะความปากจัด และจัดเสียจนเรียกได้ว่าเป็นปาปมุติ คือไม่มีใครถือสาอีกต่อไป คำพูดของนายชอว์ในความเห็นของผม จึงเห็นว่า บางครั้งก็มีคติลึกซึ้งน่าคิด แต่บางครั้งก็พูดไปเพื่อความปากจัดเท่านั้นเอง เรื่องนี้ผมจึงสงสัยว่านายชอว์จะกล่าววาทะข้างต้นนี้เพื่อความปากจัดมากกว่า เพราะระบอบประชาธิปไตยของอังกฤษทุกวันนี้ ก็ปรากฏว่ายังใช้ได้ดีอยู่ แม้จะผ่านสงครามมาไม่น้อย ก็เพียงแค่บุบสลาย ไม่ถึงกับใช้การไม่ได้เสียเลยทีเดียว ขณะที่ระบอบอื่นๆไม่สามารถต้านทานมรสุมแห่งสงครามได้ ล้วนสูญหายไปแล้วเป็นอันมาก

ในความเห็นของผม ผมเห็นว่าประชาธิปไตยก็ยังดีกว่าอย่างอื่น

เพราะบอลลูนประชาธิปไตยนั้น ถึงอย่างไร 4 ปี ก็ยังลงมาหนหนึ่ง แต่บอลลูนลูกอื่น ขึ้นแล้วไม่เคยลงมาก็ยังมี บางลูกต้องเอาปืนยิงจึงจะร่วงลงมา

ส่วนเรื่องคนที่คอยล้วงกระเป๋านั้น เราที่เป็นพวกสัมมาอาชีวะ ก็ต้องคอยระวังให้แก่กันและกันเอง อย่ามัวแต่มองลูกบอลลูนเสียจนเพลิดเพลินไปนัก พยายามคิดเสียว่า มันก็เหมือนกันทุกๆลูก และทุกๆ 4 ปี มันก็จะลงมาถึงพื้นดินอีก ตอนลง เราก็ช่วยกันเขี่ยคนที่เราเห็นว่าไม่ดีออกเสียบ้าง และพยายามจับคนดีๆยัดเข้าไป บางทีลูกบอลลูนลูกใหม่อาจจะดีขึ้นบ้างกระมัง

อย่านึกว่า วิธีป้องกันคนล้วงกระเป๋าที่ดีที่สุดนั้น คือการขึ้นไปอยู่บนลูกบอลลูนเสียเองก็แล้วกัน เพราะผมเองคอยลองมาแล้ว คุณเอ๋ย! บนลูกบอลลูนนั้น บางครั้งมันยิ่งโดนหนักขึ้นไปอีก จนต้องเผ่นลงมาทั้งที่ลูกบอลลูนกำลังลอยติดลม หวุดหวิดจะคอหักตายเชียวละคุณ

ที่ๆปลอดภัยที่สุด ก็คือ พื้นดินราบๆนี่แหละครับ ถึงจะถูกล้วงกระเป๋าบ้าง เวลาเราเผลอ แต่ก็ยังดีที่คอไม่หักตาย ”

( ลงชื่อ คึกฤทธิ์ ปราโมช ลงวันที่ 6 ธันวาคม 2493 )

เป็นไงบ้างครับ การสื่อสารมวลชนของสังคมไทย เมื่อ 68 ปีที่ผ่านมา

และสังเกตกันบ้างไหมครับ ว่าบรรยากาศการเมืองไทยในอดีต กับปัจจุบันนั้น ก็น่าจะยังไม่แตกต่างกันอยู่ ตามนามธรรมที่สะท้อนผ่าน‘อารมณ์-ความรู้สึก’ของผู้คน ที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันผ่านทางคำถามคำตอบดังกล่าว ซึ่งกลับมาอ่านกันอีกครั้งในวันนี้ ก็ยังสามารถให้อารมณ์และความรู้สึก ที่ใกล้เคียงกันได้ สำหรับการพิจารณาว่าประชาธิปไตยคืออะไร? หรือการเมืองคืออะไร?

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากที่นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของไทยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านเพิ่งจะให้สัมภาษณ์ชัดเจนว่าเริ่มสนใจการเมืองขึ้นบ้างแล้ว เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ความเห็นในอดีตเหล่านี้ จึงสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในปัจจุบันกับคนไทยทุกคนได้ทั้งสิ้น ตั้งแต่ประชาชนคนธรรมดาไปจนถึงนายกรัฐมนตรี

ท่านสนใจลูกบอลลูนกันแค่ไหน? อยากจะดู- อยากจะขึ้น- หรือเพียงแค่ว่าไม่อยากจะลงอีก? กันอย่างไรแค่ไหน? ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคิด และพิจารณา

ดังที่ผมเคยอ้างถึงไว้แล้วในข้อเขียนตอนก่อน ว่านักวิชาการฝรั่งในยุคนี้เขาบอกว่า ในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง ประชาธิปไตยกำลังมีภัยคุกคามอยู่ทั่วโลก เราจะต้องพยายามเข้าใจในสิ่งมันเกิดขึ้นอย่างไม่เศร้า ไม่ท้อถอย เพื่อเรียนรู้และพัฒนาประชาธิปไตยให้ดีขึ้นกันต่อไป

คึกฤทธิ์ ปราโมช ทำสิ่งเหล่านี้ไว้อย่างหนักหน่วงให้กับสังคมไทยเมื่อก่อนพุทธศักราช 2500 หลายเรื่องยังน่าฟังน่าคิด และสามารถนำไปปฏิบัติด้วยก็ยังได้ ถ้าท่านไม่รังเกียจและสนใจในแนวคิดคึกฤทธิ์ ก็ขอเชิญติดตามกันต่อไปครับ