เสือตัวที่ 6

สถานการณ์การต่อสู้ระหว่างรัฐกับกลุ่มผู้เห็นต่างในพื้นที่ปลายด้ามขวานของไทย ทีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์การต่อสู้ในพื้นที่แห่งนี้ไม่เคยหยุดนิ่ง ต่างมีการชิงไหวชิงพริบกันโดยเฉพาะการต่อสู้เชิงยุทธศาสตร์อันมีผลต่อการแพ้-ชนะในระดับยุทธวิธีเล็กๆ ก็ว่าได้ การขับเคลื่อนในระดับยุทธศาสตร์ของความแตกต่างทางความคิดระหว่างรัฐกับคนกลุ่มหนึ่ง จึงนับได้ว่า มีความสำคัญต่อความได้เปรียบหรือเสียเปรียบในทุกระดับของความขัดแย้ง ด้วยแกนนำระดับนักคิด นักวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ จะต้องมีความว่องไวในการปรับเปลี่ยนกระบวนการต่อสู้ให้ได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์การต่อสู้ให้เหนือกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง

และในกระบวนการต่อสู้ทางความคิดของทั้งสองฝ่ายดังกล่าว มีกระบวนการหนึ่งที่สำคัญยิ่งในเวทีนี้ก็คือ การพูดคุยระหว่างทั้งรัฐและแกนนำผู้เห็นต่าง ซึ่งเป็นการะบวนการในระดับยุทธศาสตร์อันหนึ่งที่จะส่งผลต่อเป้าหมายปลายทางของทั้งสองฝ่าย ในขณะที่ฝ่ายมาเลเซียได้เสนอตัวเข้ามาเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุยเพื่อหาจุดลงตัวของรัฐไทยกับกลุ่มขบวนการแห่งนี้ แม้กาลเวลาได้ล่วงเลยมาระยะหนึ่งแล้ว หากแต่ความคืบหน้าของกระบวนการพูดคุยโดยมี พล.อ.อักษรา เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยฝ่ายรัฐ กับกลุ่มมาราปาตานี ที่อ้างตัวเป็นตัวแทนกลุ่มเห็นต่างของกลุ่มต่างๆ ในพื้นที่นั้น ยังไม่เป็นผลเชิงยุทธศาสตร์อย่างจริงจังต่อสันติสุขในพื้นที่แห่งนี้เท่าที่ควร ผลสัมฤทธิ์ที่ควรจะเป็น ยังไม่สามารถเดินหน้าไปหาจุดลงตัวของทั้งสองฝ่ายได้อย่างชัดเจน

ท่ามกลางการชิงไหวชิงพริบของรัฐไทยกับกลุ่มผู้เห็นต่างนั้น ขณะเดียวกันก็มีกระแสข่าวว่า มหาธีร์ โมฮาหมัด นายกฯ คนใหม่ของมาเลเซีย มีนโยบายที่จะไม่ให้กลุ่มก่อความไม่สงบจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ข้ามฝั่งเข้าไปหลบ กบดาน ทำงาน หรือสะสมทุน สะสมอาวุธในมาเลย์เหมือนที่ผ่านๆ มาด้วย ข่าวนี้ทำให้ฝ่ายความมั่นคงไทยประเมินอย่างมีความหวังว่า กระบวนการพูดคุยรอบใหม่ที่จะเกิดขึ้นภายใต้ผู้อำนวยความสะดวกคนใหม่ คือ นายตันสรี อับดุลราฮิม นูร์ ที่เป็นคนของนายกฯ มหาธีร์ และเคยมีผลงานโดดเด่นเมื่อครั้งจับมือกันกับฝ่ายไทยในการแก้ไขปัญหา จคม. หรือโจรจีนคอมมิวนิสต์มลายา เมื่อเกือบ 30 ปีที่แล้ว ปรากฏการณ์นี้ทำให้มีแนวโน้มว่า จะทำให้สถานการณ์ภาพรวมดีกว่าเดิม และกดดันกลุ่มก่อความไม่สงบได้มากกว่าเก่า ทั้งยังอาจเป็นช่องทางการดึงแกนนำคนสำคัญของกลุ่มบีอาร์เอ็น เข้ามาร่วมโต๊ะพูดคุยอย่างจริงๆ จังๆ ในขณะที่ฝ่ายไทย ก็มีกระแสข่าวตอบรับการเปลี่ยนแปลงอำนวยความสะดวกคนใหม่ในฝั่งมาเลเซีย ด้วยกระแสการเปลี่ยนแปลงตัวหัวหน้าคณะพูดคุยฝ่ายไทยที่อาจเป็น  พล.อ.อกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ ซึ่งเป็นเพื่อนนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 12 รุ่นเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และเป็นผู้เชี่ยวชาญงานภาคใต้ตัวจริงคนหนึ่ง ที่สำคัญคือ พล.อ.อกนิษฐ์ เคยร่วมงานกับ นายตันสรี อับดุลราฮิม นูร์ ผู้อำนวยความสะดวกคนใหม่ดังกล่าว

หากแต่ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น ก็คือ แม้การเปลี่ยนแปลงตัวหัวหน้าคณะพูดคุย และผู้อำนวยความสะดวกฝั่งมาเลเซีย จะเกิดขึ้นจริง แต่หากเป้าหมายปลายทางของการพูดคุยของทั้งฝ่ายไทยและกลุ่มผู้เห็นต่างนั้น เป็นจุดลงตัวที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับกันไม่ได้อย่างแท้จริง ก็ย่อมไม่สามารถนำสันติสุขมาสู่พื้นที่ปลายด้ามขวานได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งแม้จะเกิดขึ้นระหว่างการพูดคุยเพื่อหาจุดลตัวที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับ ก็จะเป็นเพียงสันติสุขเทียม ที่เป็นเพียงการซื้อเวลาให้ความรุนแรงทอดยาวออกไป โดยมีความรุนแรงอันเกิดจากความขัดแย้งรอคอยจังหวะในการประทุขึ้นมาเป็นระยะๆ อันทำให้บรรยากาศของการใช้ชีวิตและการพัฒนาต่างๆ ที่รัฐมุ่งหมายให้เกิดขึ้นนั้น ไม่เป็นผลอย่างแท้จริง ด้วยจุดลงตัวสุดท้ายของทั้งสองฝ่าย เป็นจุดลงตัวที่ยากจะเป็นไปได้จริง จุดลงตัวที่ฝ่ายรัฐไทยต้องการก็คือ การที่กลุ่มเห็นต่างต้องยอมเลิกการใช้ความรุนแรง และหันมาพูดคุยเพื่อหาจุดลงตัวบนเส้นทางของสันติวิธี หันมาร่วมคิดร่วมแก้ปัญหาและร่วมพัฒนาพื้นที่เพื่อนำสันติสุขและความเจริญมาสู่พื้นที่แห่งนี้ โดยเริ่มจาการตกลงกันที่จะให้เกิดความสงบหรือสันติสุขในพื้นที่แห่งใดแห่งหนึ่งก่อน โดยฝ่ายรัฐใช้คำว่า พื้นที่ปลอดภัยเป็นธงนำ ซึ่งฝ่ายไทยยืนยันชัดเจนว่า จุดลงตัวสุดท้ายของกระบวนการพูดคุยดังกล่าว จะต้องไม่กระทบต่ออธิปไตยของไทย

ในขณะที่ฝ่ายเห็นต่างจากรัฐ ต้องการจุดลงตัวที่ฝ่ายรัฐไทย ต้องยอมรับเงื่อนไขของการดำรงอยู่ของผู้คนตามวิถีที่แกนนำขบวนการต้องการอย่างสิ้นเชิง และเงื่อนไขในหลายๆ ประการที่กลุ่มผู้เห็นต่างหยิบยื่นมาให้ฝ่ายรัฐ ล้วนเป็นเงื่อนไขที่เป็นประเด็นสำคัญของการสื่อถึงอำนาจอธิปไตยในพื้นที่ของประเทศไทยโดยรวม หลายๆ ประเด็นล้วนมีความล่อแหลมต่อความเป็นเอกภาพทางดินแดนของประเทศ หลายๆ ประเด็นจะเป็นที่มาและเอื้ออำนวยต่อการเดินหน้าสู่เป้าหมายปลายทางของกลุ่มผู้เห็นต่างได้ไม่ยากในอนาคต เหล่านี้คือจุดลงตัวที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงระหว่างรัฐกับกลุ่มคนเห็นต่าง ซึ่งยากที่จะหาจุดกึ่งกลางที่ลงตัวระหว่างความแตกต่างของเป้าหมายปลายทางของกระบวนการพูดคุยได้

เหล่านี้ คือโจทย์ของการดับไฟใต้เชิงยุทธศาสตร์ที่ยากที่สุด การเปลี่ยนผู้นำประเทศ หรือเปลี่ยนหัวหน้าคณะพูดคุย หรือการเปลี่ยนกลุ่มผู้เห็นต่างจากมาราปาตานี ไปเป็นกลุ่มใดก็ตาม แม้จะเป็นกลุ่มบีอาร์เอ็น ที่เชื่อกันว่า เป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลสูงสุดในกระบวนการต่อสู้กับรัฐ หรือการเปลี่ยนผู้อำนวยความสะดวกฝั่งมาเลเซีย ก็จะมีผลต่อการดับไฟใต้เพียงเล็กน้อย แต่จะมีผลในระดับยุทธศาสตร์ไม่มากนัก และนั่น จะทำให้สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ยังคงมีให้เห็นอยู่ต่อไป เพียงอาศัยจังหวะเวลาที่เอื้ออำนวยในการก่อเหตุร้ายเพื่อเรียกร้องความสนใจในสายตาชาวโลกให้คงอยู่ต่อไป และความพยายามในการต่อสู้กับรัฐเพื่อบรรลุเป้าหมายปลายทางของคนกลุ่มเห็นต่างจากรัฐ ยังคงมีอยู่ต่อไป ตราบใดที่สื่อสารระหว่างรัฐกับคนกลุ่มนี้ยังไม่สามารถหาจุดกึ่งกลางที่ลงตัวเป็นที่พึงพอใจของทั้งสองฝ่ายได้ ซึ่งนั่น ก็คืออธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน อันเป็นประเด็นสำคัญของจุดลงตัวที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงระหว่างทั้งสองฝ่าย