ท่านผู้อ่านที่เคารพครับ อีกไม่กี่เดือนจะมีวันสำคัญอีกวันหนึ่งของชาติไทย คือ วันที่ 28 ธันวาคม เนื่องด้วยเป็นวันคล้ายวันขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติของ สมเด็จพระศรีสรรเพชร์ (สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 4) พระมหากษัตริยาธิราชที่ยิ่งใหญ่ ที่รู้กันจักกันดีในพระนาม ‘สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี’ หรือ ‘สมเด็จพระเจ้าตาก (สิน) มหาราช’ พระมหาคุณูปการของพระองค์เป็นที่ทราบกันทั่วไป จนมีผู้สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบรมรูปในลักษณาการต่างๆ เป็นที่เคารพสักการะไปทั่วและมีกฤษฎาภินิหารปรากฏเป็นที่อัศจรรย์มากมาย

สมเด็จพระเจ้าตาก (สิน) มหาราช พระนามเดิมว่า "สิน" ชื่อจีนเรียกว่า “เซิ้นเซิ้นซิน” เป็นบุตรของขุนพัฒน์ (นายหยง หรือ ไหฮอง แซ่อ๋อง บางตำราก็ว่า แซ่แต้) และ นางนกเอี้ยง (กรมพระเทพามาตย์) เกิดเมื่อวันอาทิตย์ มีนาคม พ.ศ.2277 ในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศแห่งกรุงศรีอยุธยา ต่อมา เจ้าพระยาจักรีผู้มีตำแหน่งสมุหนายกเห็นบุคลิกลักษณะจึงขอไปเลี้ยงไว้เหมือนบุตรบุญธรรม รับการศึกษาขั้นต้นจากสำนักวัดโกษาวาส (วัดคลัง) และบรรพชาเป็นสามเณรเมื่ออายุ 13 ขวบ ที่วัดสามพิหาร หลังจากสึกออกมาแล้ว ได้เข้ารับราชการเป็นมหาดเล็ก และอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่ออายุครบ 21 ปี ตามขนบประเพณีไทย อุปสมบทได้ 3 พรรษา ก็ลาสิกขาบทกลับมาเข้ารับราชการตามเดิม และได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายสินเป็นมหาดเล็กรายงานด้วยราชการทั้งหลายในกรมมหาดไทย และกรมวังศาลหลวง

สมเด็จพระเจ้าตาก (สิน) มหาราช

ปี พ.ศ. 2301 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศเสด็จสวรรคต สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอุทุมพรเสด็จเสวยราชสมบัติได้ 3 เดือนเศษ ก็ถวายสิริราชสมบัติแก่พระเจ้าเอกทัศน์ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้นายสินมหาดเล็กรายงานเป็นข้าหลวงเชิญท้องตราพระราชสีห์ขึ้นไปชำระความหัว เมืองฝ่ายเหนือ ซึ่งนายสินได้ปฏิบัติราชการด้วยความวิริยะอุตสาหะและมีความดีความชอบมาก จึงได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นหลวงยกกระบัตรเมืองตาก ครั้นเมื่อพระยาตากถึงแก่กรรมลงก็ทรงโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนหลวงยกกระบัตร (สิน) เป็นพระยาตาก ปกครองเมืองตากแทน พ.ศ. 2308 โปรดเกล้าฯ ให้เข้ามาช่วยราชการสงครามเพื่อป้องกันพม่าในกรุงศรีอยุธยา พระยาตาก (สิน) มีฝีมือการรบป้องกันพระนครอย่างเข้มแข็งมีความดีความชอบมาก จึงได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็น พระยาวชิรปราการ (สิน) สำเร็จราชการเมืองกำแพงเพชรแทนเจ้าเมืองเดิมที่ถึงแก่กรรม

28 ธันวาคม วันคล้ายวันขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ

จนปี พ.ศ. 2310 กรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าในเดือนเมษายน พระยาตากก็สามารถกอบกู้กรุงศรีอยุธยากลับคืนได้ แล้วก็คิดจะปฏิสังขรณ์กรุงศรีอยุธยาขึ้นเป็นราชธานีใหม่ แต่เมื่อได้ตรวจความเสียหายแล้วเห็นว่ายากที่จะบูรณะให้เหมือนดังเดิมได้ จึงเลือกเมืองธนบุรีเป็นราชธานี และทรงทำพิธีปราบดาภิเษกเป็นกษัตริย์ เมื่อวันพุธ เดือนอ้าย แรม 4 ค่ำ จุลศักราช 1130 ปีชวด สัมฤทธิศก ตรงกับวันที่ 28 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2311 ขณะมีพระชนมายุได้ 34 พรรษา ทรงนามว่า สมเด็จพระศรีสรรเพชญ์ หรือ สมเด็จพระบรมราชาที่ 4 แต่ประชาชนทั่วไปยังนิยมขนานพระนามพระองค์ว่า สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี หรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เสด็จสวรรคต เมื่อวันเสาร์ เดือน 5 แรม 9 ค่ำ จ.ศ. 1144 ปีขาล ตรงกับวันที่ 6 เมษายน 2325 พระชนมายุ 48 พรรษา รวมสิริราชสมบัติ 15 ปี

พระรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  วัดสุทัศน์ ปี 2494-หน้า

ด้วยพระราชกรณียกิจในการกอบกู้ชาติของพระองค์ และความสำนึกพระมหากรุณาธิคุณ ราชการจึงมีนโยบายที่จะสร้าง “พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช" ขึ้น โดยกำหนดให้ตั้งที่วงเวียนใหญ่ ธนบุรี ซึ่งกรมศิลปากรได้ออกแบบมาให้ประชาชนเลือกด้วยกัน 7 แบบ ปรากฏว่าประชามติที่ได้คือแบบบรมรูปทรงม้าในพระหัตถ์ทรงดาบ แต่การดำเนินงานต้องชะงักลงเนื่องจากเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2492 จอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้อนุมัติเงินงบประมาณ 200,000 บาท สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ขนาดหนึ่งเท่าครึ่งของคนจริง โดยกรมศิลปากรออกแบบพระบรมรูปและพระแท่น ปั้นหล่อเรียบเรียงและจัดทำแผ่นจารึก กรมโยธาธิการตกแต่งบริเวณวงเวียนใหญ่ บริษัท สหการก่อสร้าง จำกัด สร้างแท่นฐาน พ.ศ. 2494 ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี ทำการปั้นพระบรมรูปเสร็จ ทางราชการจึงจัดประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์และเททองพระเศียรเป็นปฐมฤกษ์ ในวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2494 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเสด็จพระราชดำเนินเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ เมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2497 ในปี พ.ศ. 2494

พระรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  วัดสุทัศน์ ปี 2494-หลัง

ขณะนั้น วัดสุทัศนเทพวราราม โดย ท่านเจ้าคุณศรีสัจจาญาณมุนี (สนธิ์) ได้ดำริจัดสร้างพระรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชขนาดเล็กขึ้น โดยจัดพิธีเททองหล่อพระรูปดังกล่าว 2 ครั้งด้วยกัน คือ วันที่ 26 มกราคม 2494 ทำพิธีหล่อจำนวน 3,000 องค์ และในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2494 เทหล่อเพิ่มอีก 5,000 องค์ โดยใช้ชนวนเก่าที่เหลือจากการเทพระกริ่งรุ่นต่างๆ ของสายวัดสุทัศน์มาผสมด้วย ลักษณะของรูปหล่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเป็นรูปเหมือนเต็มองค์ทรงเครื่องกษัตริย์นักรบ สวมพระมาลาพระหัตถ์ซ้ายทรงพระแสงดาบ ประทับนั่งบนพระแท่นฐาน 2 ชั้น น้ำหนักถ่วงมือ เนื้อสีเหลืองอมเขียว ได้รับความนิยมเสาะหากันทั่วไปทั้งในหมู่ชาวไทย และชาวไทยเชื้อสายจีน

ในวันที่ 28 ธันวาคมนี้ กระผมจึงขอเรียนเชิญชาวไทยทั่วประเทศกราบสักการะดวงพระวิญญาณแห่งองค์สมเด็จพระเจ้าตาก (สิน) มหาราช เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ มีพระคาถาบูชาจำง่ายๆ สั้นๆ ป้องกันภัยพิบัติกำจัดเสี้ยนศึกศัตรูสร้างความเป็นสิริมงคลกับตนเองโดย ตั้งนโมสามจบอธิษฐานบูชาเก้าคาบว่า "โอม ปู่ตากจตุอิตัง ตากสินราชะโย ตังอิ" ครับผม

โดย:รามวัชรประดิษฐ์