ยูร กมลเสรีรัตน์
k_yoon_w_c@hotmail.com

กุหลาบ สายประดิษฐ์หรือศรีบูรพา เพื่อนร่วมรุ่นและเพื่อนร่วมชั้นโรงเรียนมัธยมวัดเทพศิรินทร์ ในฐานะกัลยาณมิตรได้กล่าวยกย่องนวนิยายเรื่อง“ละครแห่งชีวิต” เอาไว้ว่า...

“เมื่อข้าพเจ้าได้อ่านหนังสือ ‘ละครแห่งชีวิต’ โดยฝีปากหม่อมเจ้าอากาศดำเกิง ในปีพ.ศ. 2472 สวรรค์เป็นพยานว่าข้าพเจ้าได้อ่านรวดเดียวจบ ข้าพเจ้าไม่เคยอ่านหนังสือขนาด 500 หน้ารวดเดียวจบ ละครแห่งชีวิตเป็นหนังสือเล่มแรกที่ทำให้ข้าพเจ้ามีความสำเร็จในการอ่านหนังสือ ข้าพเจ้าจับใจในความสามารถของเพื่อนผู้นี้อย่างยิ่ง และข้าพเจ้าได้รีบเขียนจดหมายด้วยความปิติยินดีอย่างใหญ่หลวงไปยังผู้แต่งในวันรุ่งขึ้น

ข้าพเจ้าได้บอกในจดหมายว่า ข้าพเจ้าไม่ได้เขียนถึงท่านเพื่อรักษาประเพณีของคอนแกรตจูเลชั่นให้คงอยู่ในโลก ข้าพเจ้าไม่มีความจำเป็นอันใดที่ต้องรักษาประเพณีอันนี้กับหม่อมเจ้าอากาศฯหรือกับใคร ๆ ข้าพเจ้าเขียนเพราะเลื่อมใสในความสามารถของผู้ซึ่งความร่วมความคลั่งหนังสือมาตั้งแต่สมัยเด็กด้วยกัน เขียนอย่างสุจริตใจแท้จริง”

การพิมพ์ครั้งที่ 2 ของนวนิยายเรื่อง“ละครแห่งชีวิต” ซึ่งเป็นหนังสือที่มีราคา 2 บาท ได้กล่าวไว้ในฉบับก่อน ถือว่าเป็นหนังสือเล่มแรกที่แพงที่สุดและขายดีที่สุดในยุคนั้นเมื่อปีพ.ศ. 2472 ในขณะที่เมืองไทยมีประชากร 11 ล้าน5 แสนคน เกี่ยวกับเรื่องนี้หนังสือพิมพ์สุภาพบุรุษรายปักษ์ได้ลงข่าวในปีนั้น อันถือว่าเป็นปรากฏการณ์สำคัญในวงการหนังสือว่า...

“เป็นหนังสือเล่มแรกที่มีราคาขายสูงและขายได้ดีที่สุด มีผู้นิยมมากหลาย ผู้แต่งได้รับจดหมายชมเชยกว่าสองร้อยฉบับจากผู้ที่มีชื่อเสียง และสุภาพบุรุษและสตรีทั่วพระราชอาณาจักรสยาม รวมทั้งพระบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ จินตกวีเลิศของชาวเรา”

มีคนตั้งคำถามถามกันมากว่านวนิยายเรื่อง“ละครแห่งชีวิต” เป็นชีวิตจริงของหม่อมเจ้าอากาศดำเกิง รพีพัฒน์หรือเปล่า ท่านเอาชีวิตจริงของท่านมาเขียนใช่หรือไม่ ท่านทรงชี้แจงด้วยการตอบแบ่งรับแบ่งสู้ว่า...

“มีเพื่อนฝูงวงศ์ญาติมาถามข้าพเจ้าเนืองๆ ว่าในการที่ได้เขียนและนำหนังสือ ‘ละครแห่งชีวิต’ ออกจำหน่าย ข้าพเจ้ารู้สึกเสียใจและดีใจอย่างไรบ้าง? คำถามเช่นนี้จะมีความหมายเพียงใด ย่อมแล้วแต่ความเกี่ยวพันระหว่างผู้ถามกับข้าพเจ้า มีหลายท่านที่ไม่สามารถจะตกลงใจได้แน่นอนว่า ‘ละครแห่งชีวิต’ เป็นเรื่องของข้าพเจ้า ผู้แต่งเอง หรือเป็นนิยายเริงรมย์ ซึ่งแต่งขึ้นโดยความคิดฝัน

มีผู้อ่านบางพวกลงความเห็นอย่างเด็ดขาดว่า ‘ละครแห่งชีวิต’ เป็นชีวิตของท่านอากาศฯ นายวิสูตร ศุภลักษณ์ ณ อยุธยาก็คือท่านอากาศฯ นั่นเอง ไม่ใช่คนอื่น ‘ละครแห่งชีวิต’ ไม่ใช่เรื่องจริง และไม่ใช่เรื่องของท่านอากาศฯ แต่การที่ข้าพเจ้าเขียนเรื่องของคนอาภัพและเรื่องหนังสือพิมพ์เมืองนอก ก็เพราะสิ่งเหล่านั้นเป็นวงจรชีวิตดวงเดียวที่ข้าพเจ้าได้เคยเห็นและรู้จักดี ข้าพเจ้าต้องการจะเขียนให้ใกล้ความจริงที่สุด และไม่ต้องการให้ใครมาหัวเราะเยาะได้ว่าเปิ่น”

กุหลาบ สายประดิษฐ์ได้กล่าวสนับสนุนว่า การที่มีผู้เชื่อกันมากว่า “ละครแห่งชีวิต”เป็นเรื่องของหม่อมเจ้าอากาศดำเกิง รพีพัฒน์ อีกทั้งมีผู้เชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ต่างเป็นผู้ที่เชื่อกันผิดทั้งสองพวก โดยให้เหตุผลว่า...

“ท่านผู้อ่านควรทราบว่านักประพันธ์ที่ดี แทบทุกคนเขียนเรื่องด้วยใช้ชีวิตของบุคลคลจริง ๆ เป็นแบบอย่าง ดังที่หม่อมเจ้าอากาศฯเอง ได้ทรงกล่าวรับรองไว้ในเรื่องหนึ่งของ ‘วิมานทลาย’ แต่การเขียนเรื่องจากชีวิตของบุคลคลจริง ๆ นี้ ท่านผู้อ่านควรจะทราบต่อไปด้วยว่า ตามธรรมดาผู้แต่งจะไม่เอาชีวิตของคนคนหนึ่งทั้งหมดมาเขียนเป็นอันขาด ผู้แต่งจะเก็บบางตอนในชีวิตของคนหลายคนนำมาปั้นเป็นรูปตัวละครของเขา

ดังนั้น ผู้ที่ใกล้ชิดสนิทสนมกับผู้แต่งจะแลเห็นตัวละครบางตัวละม้ายหรือเหมือนกับบุคคลจริง นี่เป็นวิธีการหนึ่งของนักประพันธ์ ที่จะปั้นตัวละครให้มีทั้งชีวิตและความแปลกประหลาดรวมอยู่ในคนคนเดียว ซึ่งจะฝากความดูดดื่มไว้ในความรู้สึกของผู้อ่านอย่างลึกซึ้ง มาเรีย วินซีนี ผู้ซึ่งหม่อมเจ้าอากาศฯอุทิศหนังสือให้กับมาเรีย เกรยฺ ต้องไม่ใช่คนคนเดียวกัน

แต่มาเรีย วินซีนีอาจเป็นความฝันที่ให้กำเนิดมาเรีย เกรยฺ ได้อย่างไม่มีปัญหา ‘ละครแห่งชีวิต’จึงเป็นเรื่องที่มีทั้งความจริงและความฝันรวมกัน หม่อมเจ้าอากาศฯได้นำลักษณะและอัธยาศัยของบุคลคลหลายคนมาปั้นเป็นรูปวิสูตร์ขึ้นและแน่ทีเดียวมีชีวิตของหม่อมเจ้าอากาศฯรวมอยู่ในวิสูตร์ด้วย แต่หม่อมเจ้าอากาศฯไม่ใช่วิสูตร์ ท่านเองก็ได้รับว่าท่านจะเป็นวิสูตร์ไม่ได้ วิสูตร์เป็น Idealist”

นอกจากนี้กุหลาบ สายประดิษฐ์ได้ให้ความเห็นในกรณีนี้ หลังทราบข่าวการจากไปของหม่อมเจ้าอากาศดำเกิง รพีพัฒน์ในเดือนพฤษภาคม 2475 อันเสมือนบทไว้อาลัยและรำลึกถึงว่า...

“...ในชั่วเวลาราว 3 ปี นับแต่หม่อมเจ้าอากาศฯ ได้กลับจากต่างประเทศ ท่านได้แต่งหนังสือไว้ทั้งหมดกะอย่างหยาบ ๆ ราว 1.200 หน้า ถ้าจะมีนักประพันธ์สักสองสามคนที่ข้าพเจ้าได้อ่านเรื่องที่เขาแต่ง หม่อมเจ้าอากาศฯก็เป็นคนหนึ่งในจำนวนอันเล็กน้อยนี้และยังมีอีกหลายร้อยคนที่อ่านทุกเรื่องของหม่อมเจ้าอากาศฯ ข้าพเจ้าโปรดฝีปากของนักประพันธ์หนุ่มผู้นี้ด้วยเหตุผล 3 ประการคือ

1. เรื่องทั้งหมดของหม่อมเจ้าอากาศฯที่ทรงนิพนธ์ในยุค 3 ปีนี้ เป็นเรื่องที่แต่งด้วยหัวคิดของท่านเองทั้งสิ้น ไม่ได้แปลหรือแปลงจากเรื่องฝรั่ง เป็น Original Work อย่างบริสุทธิ์ผุดผ่องอย่างแท้จริง เป็นเรื่องที่ทำให้ท่านผู้แต่งรับรองว่า ท่านเป็นนักประพันธ์ไทยได้ อย่างเต็มปากเต็มคำ

2. เรื่องของหม่อมเจ้าอากาศฯทุกเรื่องเป็นเรื่องเศร้าที่เป็นรสใหม่ของตลาดหนังสือเมืองไทย

3. ข้าพเจ้ามีความเห็นว่าการอ่านชีวิตเศร้าของบุคคลต่าง ๆ ช่วยให้เราเป็นคนไม่ประมาทในข้อแรก และช่วยให้เราเกิดความเห็นอกเห็นใจในคนอื่นเป็นข้อสุดท้าย...”

เหตุผลของกุหลาบ สายประดิษฐ์ข้อ 2 และข้อ 3 คำว่า “รสใหม่” ของตลาดหนังสือเมืองไทยในที่นี้หมายถึง นวนิยายเรื่อง“ละครแห่งชีวิต” ซึ่งสมัยก่อนเรียกว่าเรื่องอ่านเล่น หรือเรียกให้แคบลงไปว่าเรื่องยาว ในยุคนั้นและก่อนหน้านั้นไม่ปรากฏว่ามีเรื่องอ่านเล่นของนักประพันธ์ไทยใช้ฉากต่างแดน ที่สมัยนี้เรียกว่านวนิยายต่างแดนหรือไพรัชนิยายมาก่อน

นอกจากนี้ “ละครแห่งชีวิต”ยัง เป็นเรื่องเศร้ากินใจและสะท้อนให้เห็นความเป็นจริงของชีวิตซึ่งหาอ่านได้ยากในยุคนั้นที่เป็นเรื่องอ่านเล่นสมชื่อ เพราะล้วนเป็นเรื่องเริงรมย์หรือเรื่องพาฝันที่เป็นไปได้ยากในชีวิตจริง

* อ่านย้อนหลังได้ที่ ........
ตอนที่ 4- https://siamrath.co.th/n/45419
ตอนที่ 3- https://siamrath.co.th/n/46335
ตอนที่ 2- https://siamrath.co.th/n/47196
ตอนที่ 1- https://siamrath.co.th/n/44710