รศ. ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์
มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

จากการที่ คสช. ประกาศคลายล็อกให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมได้ ยกเว้นการหาเสียงที่กำหนดห้ามใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์และโซเชียลมีเดียนั้น ทำให้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ เนื่องจากการเลือกตั้งอาจมีขึ้นเร็วในเดือนก.พ. 2562 ดังนั้น พรรคการเมืองต่างๆ จะต้องเร่งดำเนินการหาเสียงแข่งกับเวลาที่เหลืออยู่ไม่มาก

แล้วเมื่อนักการเมือง จำเป็นต้องเริ่มต้นเดินหน้าหาเสียงแบบเต็มสูบแล้ว ก็น่าจะทำให้กระแสการบ้านการเมืองไทยกลับมาทวีความดุเดือดขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะการหาเสียงเพื่อแย่งชิงคะแนนนิยมของพรรคการเมืองต่างๆ ซึ่งในขณะนี้มีสัญญาณที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการเลือกตั้งสนามใหญ่ใน ครั้งหน้า จะเป็นสมรภูมิการเลือกตั้งที่มีการต่อสู้กันอย่างดุเดือดเผ็ดมันชนิด “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” อย่างแน่นอน

เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งหน้า น่าจะได้เห็นยุทธวิธีการหาเสียงที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นป้ายหาเสียงของผู้สมัครจากพรรคต่างๆ ที่ดูเหมือนจะเป็นสัญลักษณ์ของการหาเสียง การหาเสียงแบบ “เคาะประตูบ้าน” เป็น “ยุทธวิธีอ้อนขอคะแนนนิยม” แบบไทยไทยซึ่งค่อนข้างได้ผลดีและซื้อใจประชาชนได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็มี “จุดอ่อน” ในแง่ของการเข้าถึง “ประชาชน” ได้จำนวนไม่มาก

หรือแม้แต่การใช้ “สื่อ” ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์ วิทยุ หรือโทรทัศน์ เป็นช่องทาง ในการสื่อสารกับประชาชน ซึ่งการใช้สื่อต่างๆ จะได้ผลดีมากน้อยเพียงใด? ก็คงต้องขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญในการคัดกรองเนื้อหาที่ใช้สื่อสาร และเลือกใช้สื่อให้เหมาะสมกับพฤติกรรมการรับข้อมูลข่าวสารที่แตกต่างของแต่ละบุคคล

อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ยุทธวิธีการหาเสียง ถ้าจะให้ได้ผลนั้น ก็คงต้องถาม “ประชาชน” ตรงตรง ซึ่งน่าจะทำให้ได้แนวทางที่โดนใจแน่นอน จากเหตุผลดังกล่าวทำให้ “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิตได้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,174 คน ในประเด็น คนไทยคิดอย่างไร? กับ การหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. สรุปผลได้ ดังนี้

ประชาชนคิดอย่างไร? กับการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. ผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดีย พบว่า “คำตอบ” ที่ “ประชาชน” ตอบมากที่สุด ร้อยละ 48.15 คือ เป็นวิธีการที่ดี ทันสมัย ช่วยประหยัดเวลาและงบประมาณ รองลงมา ได้แก่ ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย สะดวก สามารถแสดงความคิดเห็นถามตอบได้ ร้อยละ 34.57 ควบคุมได้ยาก ตรวจสอบไม่ได้ อาจเกิดการใส่ร้ายโจมตีกัน ร้อยละ 25.93 สื่อสารได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย เป็นการหาเสียงเจาะกลุ่มเฉพาะ ร้อยละ 17.04 และละเมิดพื้นที่ส่วนตัว ร้อยละ 13.58

วิธีการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. แบบใด? ที่ถูกใจประชาชนมากที่สุด พบว่า “คำตอบ” ที่ “ประชาชน” ตอบมากที่สุด ร้อยละ 29.32 คือ ตั้งเวทีปราศรัย รองลงมา ได้แก่ ใช้สื่อโซเชียลมีเดีย ร้อยละ 26.00 เคาะประตูบ้าน ร้อยละ 25.13 มีขบวนรถหาเสียง ร้อยละ 9.08 ผ่านเว็บไซต์ของพรรคการเมือง ร้อยละ 6.98 ติดตั้งป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ ร้อยละ 6.81 และส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือ ร้อยละ 0.52

ประชาชนชอบการปราศรัยหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. บนเวทีหรือไม่? พบว่า “คำตอบ” ที่ “ประชาชน” ตอบมากที่สุด ร้อยละ 61.88 คือ ชอบ เพราะ ได้เจอผู้สมัครตัวจริง ได้ฟังแนวคิด วิสัยทัศน์ นโยบายการทำงาน ได้เห็นท่าทาง อากัปกริยา ฯลฯ รองลงมา ได้แก่ ไม่ชอบ ร้อยละ 38.12 เพราะ คนเยอะ เสียงดัง วุ่นวาย รบกวนผู้อื่น คุยโม้ โอ้อวด ต้องหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีการปราศรัย ฯลฯ

“สื่อ” ที่ใช้หาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. ที่ประชาชนให้ความสนใจ พบว่า “คำตอบ” ที่ “ประชาชน” ตอบมากที่สุด ร้อยละ 33.85 คือ โทรทัศน์ รองลงมา ได้แก่ สื่อบุคคล เช่น ตัวผู้สมัคร/หัวหน้าพรรค/ผู้สนับสนุน ร้อยละ 27.55 โซเชียลมีเดีย ร้อยละ 20.70 และ อื่นๆ ได้แก่ หนังสือพิมพ์ วิทยุ รถหาเสียง แผ่นพับ ใบปลิว เป็นต้น ร้อยละ 17.90

ผู้สมัคร ส.ส. หาเสียงแบบใด? ที่ประชาชนไม่ชอบ พบว่า “คำตอบ” ที่ “ประชาชน” ตอบมากที่สุด ร้อยละ 35.92 คือ คุยโม้โอ้อวด อวดอ้าง ขายฝัน ทำไม่ได้ตามที่พูดไว้ รองลงมา ได้แก่ ซื้อเสียง ติดสินบน กระทำผิดกฎกติกาที่กำหนด ร้อยละ 34.24 หาเสียงด้วยวิธีการรบกวนผู้อื่น เช่น รถแห่เสียงดัง ติดป้ายสมัครบังทาง รบกวนเวลาส่วนตัว ร้อยละ 25.84 ใส่ร้ายผู้สมัครฝั่งตรงข้าม โจมตี สาดโคลนกันไปมา ร้อยละ 18.28 และไม่ลงพื้นที่เอง ใช้หัวคะแนนลงพื้นที่ ไม่เข้าหาประชาชน ร้อยละ 14.92

ผู้สมัคร ส.ส. หาเสียงแบบใด? จึงจะถูกใจประชาชน พบว่า “คำตอบ” ที่ “ประชาชน” ตอบมากที่สุด ร้อยละ 41.93 คือ เน้นสิ่งที่ทำได้จริง พูดแล้วทำจริง ทำตามที่พูด ไม่สร้างภาพ รองลงมา ได้แก่ มีนโยบายที่ทำเพื่อประชาชน ไม่เป็นประชานิยม มีแนวทางการทำงานที่เป็นรูปธรรม ร้อยละ 32.29 ลงพื้นที่ จัดเวทีปราศรัย หาเสียงผ่านสื่อโซเชียลต่าง ๆ ไลฟ์สด ร้อยละ 23.27 เคารพกฎกติกา ไม่ใส่ร้าย โจมตีกัน พูดมีสาระ สุภาพ น่าฟัง ร้อยละ 21.80 และดีเบตแบบในต่างประเทศ แสดงวิสัยทัศน์ออกทีวี ร้อยละ 15.51

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ คือ ความคิดเห็นของ “ประชาชน” เกี่ยวกับการหาเสียง ซึ่งเชื่อว่าข้อมูลที่ปรากฏน่าจะมีประโยชน์ต่อ “นักการเมืองหน้าเก่า...หน้าใหม่” ไม่น้อย และคงไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่า ยุทธวิธีที่ใช้ในการหาเสียง ณ วันนี้ มีให้เลือกได้หลากหลาย

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการหาเสียง คือ การใช้ยุทธวิธีที่ ถูกกฎหมาย โปร่งใส และเป็นการสื่อสารด้วยความจริงใจต่อประชาชนอย่างแท้จริง...หากใช้ยุทธวิธีแบบนี้ รับรองว่า “โดนใจ” ประชาชนแน่นอน...!!