อัครเดช สุภัคกุล

"ธรรมดาผู้มีปัญญาอันพิสดาร แม้จะคิดสิ่งใดก็ลึกซึ้ง 

ผู้มีปัญญาน้อยหาหยั่งรู้ถึงตลอดไม่ 

อุปมาเหมือนพญาครุฑ

แม้จะไปทิศใดก็ย่อมบินโดยอากาศอันสูงสุดสายเมฆ

มิได้บินต่ำเหมือนสกุณชาติซึ่งมีกำลังน้อย

อันผู้มีสติปัญญานั้นก็เหมือนนกทั้งปวงที่มีกำลังอันน้อย

มิอาจบินสูงเสมอพญาครุฑได้" ขงเบ้ง

สวัสดีครับพี่น้องประชาชน บัดนี้ถึงเวลานับพี่นับน้องกันอีกแล้ว ปราชญ์แต่โบราณกล่าวไว้น่าประทับใจว่า

"อดีตกำหนดปัจจุบัน และปัจจุบันกำหนดอนาคต"

แม้วันเวลาจะเปลี่ยนไปเนิ่นนานเพียงใดก็ตาม แต่เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ยังอาจซ้ำรอยเดิม แม้บริบท (contex) (น่าน! ดัดจริตใช้ศัพท์วิชาการเสียด้วย อันที่จริง ใช้คำว่า "สภาพการณ์" หรือ "สภาพแวดล้อม" ก็น่าจะพอ555) จะเปลี่ยนไป แต่ประวัติศาสตร์ยังไม่เปลี่ยนแปลง เหมือนเพลงที่เราฟังคุ้นชินกันโดยทั่วไป ตามประสา "ไทยนิยม" ล้วนแต่เป็นเพลง "ร้อยเนื้อ ทำนองเดียว" 

ด้วยเหตุนั้น พงศาวดารจีนเรื่อง "สามก๊ก" ที่ถูกนำมาแต่งเป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์ไว้เนิ่นนานนับพันปีโดย ปราชญ์จีน "ล่อกวนตง" จึงยังได้รับความนิยมมาจนถึงวันนี้ เพราะเนื้อหาสถานการณ์เมื่อพันปีกับวันนี้ ไม่ต่างกัน ดังบรรทัดแรก ของตอนที่ 1 ในหนังสือสามก๊ก ฉบับ เจ้าพระยาพระคลัง (หน) กล่าวไว้เป็นปฐมว่า

"เดิมแผ่นดินจีนทั้งปวงนั้น เป็นสุขมาช้านานแล้วก็เป็นศึก ครั้นศึกสงบแล้วก็เป็นสุข"

อันธรรมดาเรื่องราวในโลกนี้ไม่ว่าที่ไหน หรือแม้แต่เมืองไทยของเราเอง ต่างล้วนประกอบด้วยเรื่องทุกข์ เรื่องสุขสลับกันไป ไม่มีอะไรตั้งมั่นเป็นที่แน่นอน วันนี้สุข พรุ่งนี้ทุกข์ แล้วก็กลับมาสุขได้อีกที จะหวังให้สุขตลอดปี ทุกข์ตลอดชาตินั้นเห็นจะไม่มี ชีวิตจะสนุกต้องมีทั้งทุกข์ทั้งสุขสลับกันไปอย่างนี้ละครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักครับ

สถานการณ์บ้านเมืองไทยของเรานี้เอง ก็ไม่ได้แตกต่างจากสถานการณ์จีนยุคสามก๊กแต่โบราณสักเท่าใดนัก บัดนี้สถานการณ์ทางการเมือง ใกล้เวลาจะเลือกตั้งเข้าไปเต็มที ไม่ว่า จะช้า จะเร็ว จะยึดอำนาจกันสักกี่ที สุดท้ายก็ต้องเลือกตั้งกันอยู่ดี ภายในปีสองปี ผู้ที่จะเป็นว่าที่ ส.ส.ทั้งหลายคงถึงเวลา นับพี่นับน้องกับประชาชนกันอีกแล้ว

เร่เข้ามาครับเร่เข้ามา ผมขอปาวรณา เล่าเรื่อง "สามก๊ก ฉบับไทยนิยม" สนองพระเดชพระคุณ เป็นตอนๆ โปรดติดตามกันต่อไปครับ พี่น้องประชาชนที่เคารพรักครับ