ยูร กมลเสรีรัตน์
k_yoon_w_c@hotmail.com

หม่อมเจ้าอากาศดำเกิง รพีพัฒน์

เรื่อง“ละครแห่งชีวิต” ของหม่อมเจ้าอากาศดำเกิง รพีพัฒน์ ซึ่งได้รับฉายาว่า “เจ้าชายนักประพันธ์” ได้รับการเผยแพร่สู่สายตาของประชาชนเป็นครั้งแรกในปีพ.ศ. 2472 เป็นนวนิยายที่พิมพ์เป็นหนังสือเล่มเลย ไม่ได้ลงเป็นตอนๆ ในหนังสือหรือวารสารมาก่อน ซึ่งได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่และปรากฏการณ์ใหญ่ในยุคนั้น

นอกจากจะสร้างความตื่นเต้นให้กับวงการหนังสือ เพราะแนวของเรื่องที่แปลกใหม่แล้ว ยังขายดีอีกด้วย ยอดพิมพ์ 2,000 เล่ม ขายหมดเกลี้ยงภายในเวลา 8 เดือน จนต้องพิมพ์เป็นครั้งที่ 2 ในปีเดียวกัน ทั้งที่หนังสือมีราคาถึง 2 บาท ในพ.ศ.นั้นถือว่าแพงอย่างมโหฬาร เทียบกับค่าของเงินสมัยนี้ราวพันกว่าบาท ในขณะที่หนังสือเล่มในสมัยนั้นราคาเล่มละ 35 สตางค์ จึงถือว่าแพงกว่าหนังสืออื่น ๆ เป็นสิบเท่า

“ละครแห่งชีวิต” เป็นนวนิยายที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงอย่างมากตั้งแต่ยุคนั้นมาจนถึงยุคปัจจุบัน พิมพ์ซ้ำแล้วซ้ำอีกนับครั้งไม่ถ้วน ไม่แน่ใจว่าพิมพ์กี่สิบครั้งแล้ว แต่คาดว่าน่าจะพิมพ์กว่า 30 ครั้ง ป่านนี้น่า 40 ครั้งแล้วและการพิมพ์แต่ละครั้งมียอดพิมพ์สูงลดหลั่นกันไปตามช่วงเวลา ถือว่าเป็นนวนิยายที่ครองสถิติ ยอดพิมพ์สูงสุดในยุคนั้น และ ในภายหลังได้รับยกย่องให้เป็น 1 ในหนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่านจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.)

หม่อมเจ้าอากาศดำเกิง รพีพัฒน์ ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 พฤศจิกายน 2448 ณ วังราชบุรี เชิงสะพานเทเวศรนฤมิตร เป็นพระโอรสองค์ที่ 6 ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้ารพี พัฒนศักดิ์ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ซึ่งได้รับยกย่องให้เป็น“พระบิดาแห่งกฎหมายไทย” กับหม่อมอ่อน ทรงได้รับการศึกษาชั้นต้นจากโรงเรียนอัสสัมชัญ เมื่อเรียนจบชั้นมัธยมปีที่ 3 ได้เข้าศึกษาต่อชั้นมัธยมปีที่ 4 ที่โรงเรียนมัธยมวัดเทพศิรินทร์ เพื่อนร่วมรุ่นของพระองค์ที่เป็นนักเขียนมีชื่อเสียงขจรในเวลาต่อมาคือ กุหลาบ สายประดิษฐ์หรือ“ศรีบูรพา” ผู้เขียนนวนิยายอมตะเรื่อง “ข้างหลังภาพ”นั่นเอง

หม่อมเจ้าอากาศดำเกิง รพีพัฒน์ สอบตกตอนอยู่ชั้นมัธยมปีที่ 7 จึงออกจากโรงเรียน จากนั้นไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษในขณะมีพระชนมายุ 19 พรรษา โดยได้รับเงินค่าใช้จ่ายทั้งหมดจากสมเด็จปู่ คือพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงศึกษาวิชากฎหมายที่สำนักมิดเดิ้ลเทมเปิ้ล กรุงลอนดอน โดยทรงพำนักกับครอบครัวชาวอังกฤษ เนื่องจากพระองค์ไม่โปรดวิชากฎหมาย แต่โปรดในด้านหนังสือพิมพ์และการประพันธ์ จนกระทั่งโชคชะตาบันดาลให้ ได้ไปคลุกคลีกับนักหนังสือพิมพ์ชาวอังกฤษ ทำให้มีโอกาสได้ท่องไปทั่วยุโรป

พระองค์ทรงมีพลานามัยไม่แข็งแรงอยู่แล้ว ในเวลาต่อมา จึงประชวรหนัก ทำให้ต้องพักการเรียนเป็นเวลาราว 1 ปี ประกอบกับไม่โปรดวิชากฎหมายแต่แรก พระบาทสมเด็จ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเงินทุนให้ไปศึกษาวิชาการ ที่มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา แต่มีปัญหาเกี่ยวกับดวงตา จนต้องได้ผ่าตัด หลังจากพักรักษาดวงตาที่ผ่าตัด ก็ไม่ได้เข้าศึกษาต่อที่สถาบันใดอีก นอกจากทรงคลุกคลีอยู่ในวงการหนังสือพิมพ์อังกฤษ จนกระทั่งเดินทางกลับประเทศไทย

5 ปีที่หม่อมเจ้าอากาศดำเกิง รพีพัฒน์ พำนักอยู่สหรัฐอเมริกา แม้ว่าจะไม่มีปริญญาบัตรกลับมาตุภูมิเมื่อมีพระชนมายุ 28 พรรษา แต่พระองค์ทรงมีประสบการณ์ต่างแดนมากมาย ทั้งเกี่ยวกับชีวิตของผู้คนและด้านหนังสือพิมพ์ อันเป็นต้นทุนและเป็นวัตถุดิบชั้นเยี่ยมในการก้าวสู่อาชีพนักประพันธ์ จนกระทั่งเกิดนวนิยายต่างแดนเรื่องแรกของไทยในเวลาต่อมา นั่นก็คือนวนิยายเรื่อง “ละครแห่งชีวิต” ซึ่งจะกล่าวถึงต่อไป

เมื่อเสด็จกลับมาประเทศไทย หม่อมเจ้าอากาศดำเกิง รพีพัฒน์ทรงเข้ารับราชการที่กรมไปรษณีย์ในช่วงสั้น ๆ จากนั้นทรงเข้ารับราชการที่กองบุราภิบาล กรมสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย โดยการสนับสนุนของเสนาบดีมหาดไทยคือ สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต แต่ความสนพระทัยอันแรงกล้าที่ก่อเกิดในจิตวิญญาณของพระองค์อยู่ที่การประพันธ์

ความสนพระทัยในการประพันธ์ของหม่อมเจ้าอากาศดำเกิง รพีพัฒน์ บ่มเพาะมาตั้งแต่ครั้งเรียนอยู่ชั้นมัธยมปีที่ 4 ที่โรงเรียนมัธยมวัดเทพศิรินทร์ ด้วยทรงร่วมกับกุหลาบ สายประดิษฐ์ และเพื่อนร่วมรุ่นคนอื่น ๆ ทำหนังสือในห้องเรียนชื่อ “ศรีเทพ” ดังที่กุหลาบ สายประดิษฐ์ เขียนเล่าไว้ว่า...

“....ในฐานที่ข้าพเจ้ากับหม่อมเจ้าอากาศฯ มีนิสัยต้องกันในทางเป็นผู้รักหนังสือมาตั้งแต่อยู่โรงเรียน ฉะนั้นข้าพเจ้าจึงรู้เห็นความเคลื่อนไหวของของท่านในทางนี้อยู่มาก หม่อมเจ้าอากาศฯ ได้เริ่มแสดงอัธยาศัยว่าจะเป็นนักเขียนสืบไปในภายหน้า ตั้งแต่เรียนอยู่มัธยม 6 ปีพ.ศ. 2466 ทางโรงเรียนได้ดำริออกหนังสือพิมพ์แถลงการณ์ศึกษาเทพศิรินทร์ หม่อมเจ้าอากาศฯทรงนำชีวิตของท่านออกสนามเป็นครั้งแรกด้วยเรื่อง “เอนีวา ซองครัวต์” ลงในแถลงการณ์ศึกษาเทพศิรินทร์ ฉบับประจำเดือนธันวาคม พ.ศ. 2466....”

ผลงานชิ้นแรกของหม่อมเจ้าอากาศดำเกิง รพีพัฒน์ เรื่อง “เอนีวา ซองครัวต์”เป็นเรื่องแปลยาว 3 ตอนลงในหนังสือแถลงการณ์ศึกษาเทพศิรินทร์” ซึ่งเป็นหนังสือของโรงเรียน ในปีเดียวกันนั่นเอง พระองค์ทรงแปลเรื่องสั้นอีก 2-3 เรื่องส่งไปวารสารศัพท์ไทยรายเดือน ใช้นามปากกา “วรเศวต”

ในช่วงที่พระองค์ทรงทำงานที่กรมสาธารณสุข ได้ทรงนิพนธ์นวนิยายเรื่องแรก คือ “ละครแห่งชีวิต” โดยสมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงประทานเงินทุนในการจัดพิมพ์ เมื่อปีพ.ศ. 2472 ปรากฏว่านวนิยายเรื่องนี้โด่งดังราวกับพลุแตก ได้รับคำชื่นชมจากนักอ่านอย่างกว้างขวางและได้รับการพิมพ์ซ้ำ จนนับครั้งไม่ถ้วนดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

จึงถือได้ว่าหม่อมเจ้าอากาศดำเกิง รพีพัฒน์ ทรงเป็นผู้บุกเบิกนวนิยายต่างแดนหรือไพรัชนิยายเป็นคนแรกของไทยและมีอิทธิพลต่อการเขียนนวนิยายแนวต่างแดนของนักเขียนคนอื่น ๆ ในยุคต่อ ๆ มา

อ่านต่อนที่ 1 https://siamrath.co.th/n/44710
อ่านตอนที่ 2 https://siamrath.co.th/n/45419
อ่านตอนที่ 3https://siamrath.co.th/n/46335