การทำเกษตรในปัจจุบัน มักจะพบกับปัญหาหลากหลาย เพราะมีการใช้งานทรัพยากรดินมายาวนานอย่างต่อเนื่องหลาย 10 ปี ส่งผลกระทบให้ผลผลิตของพืชที่ปลูกนั้นไม่ได้ตามเป้าหมายที่กำหนด อีกทั้งการลงทุนในรอบการผลิตนั้นเสียหายขาดทุน และอาจเป็นผลให้ไปกู้หนี้สิน เพื่อนำมาประกอบอาชีพได้ เพราะฉะนั้นการปลูกพืชในแต่ละชนิดก็มีความเหมาะสมที่แตกต่างกัน ซึ่งเกษตรกรสามารถเรียนรู้พื้นที่ความเหมาะสมได้ง่ายๆผ่านทางเทคโนโลยีของกรมพัฒนาที่ดิน ด้วย Agri-Map Online ตามนโยบายการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรมด้วย Zoning By Agri-Map

ดั่งเช่น พื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ที่ทางด้านสถานีพัฒนาที่ดินได้มีการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชที่มีความเหมาะสมกับดินของพื้นที่

นายรพีพงศ์ หน่วยจันทึก นักวิชาการเกษตรชำนาญการ สถานีพัฒนาที่ดินนครราชสีมา กล่าวว่า สถานีพัฒนาที่ดินนครราชสีมา สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 3 เราก็จะมีการเผยแพร่ให้กับพี่น้องเกษตรกรได้ทราบว่าพื้นที่ของเกษตรกรเนี่ยอยู่ในโซนไหน ซึ่งพี่น้องเกษตรกรเนี่ยจะได้รับข้อมูลข่าวสารตาม Zoning by Agri-Map ตามที่สถานีพัฒนาที่ดินได้ทำแล้วก็ได้เผยแพร่ผ่านในช่องทางของศูนย์เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรหรือว่าที่เรียกกันว่าศูนย์ ศพก. หรือศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดินของกรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งจะมีแผนที่ Zoning by Agri-Map ที่จะบอกชัดเจนว่าพื้นที่ในจังหวัดนครราชสีมาหรือจังหวัดใกล้เคียง สามารถที่จะปรับเปลี่ยนไปปลูกอะไรได้บ้าง ซึ่งเกษตรกรบางรายไม่ทราบว่าพื้นที่ของตัวเองเนี่ย ควรจะปลูกอะไรทางสถานีและทางสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 3 ของกรมพัฒนาที่ดินก็จึงได้ทำแผนที่ Zoning by Agri-Map ซึ่งจะมีองค์ประกอบของกลุ่มชุดดิน ความชื้น ปริมาณน้ำฝน พื้นที่ชลประธาน รวมไปถึงการวางแผนเรื่องของตลาดเรื่องของการขนส่ง มาเป็นองค์ประกอบที่จะมาทำแผนที่ Zoning จังหวัดนครราชสีมา

ส่วนใหญ่เกษตรกรจะปลูกข้าวมีพื้นที่ทำนาจำนวนมาก แต่ว่ามีพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมที่จะปลูกข้าวอยู่ประมาณ 8 แสนไร่ ซึ่ง 8 แสนไร่นี้ ทางกรมพัฒนาที่ดินก็ได้มีการส่งเสริมให้เกษตรกรเปลี่ยนจากการทำนาไปเปลี่ยนเป็นพืชทางเลือกอื่นอย่างเช่น อ้อยโรงงานเพราะว่าจังหวัดนครราชสีมามีโรงงานอ้อยค่อนข้างมาก แต่ส่วนพื้นที่ตรงนี้นะครับของ ตำบลมะค่า อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมาเนี่ย ค่อนข้างจะมีลักษณะพิเศษก็คือดินมีความเค็มและก็ไม่เหมาะสมที่จะปลูกข้าว เหตุผลที่ไม่เหมาะสมเพราะว่าลักษณะของดินจะเป็นดินกรวดนะครับดินกรวดแล้วในส่วนอีกส่วนหนึ่งก็คือข้าวไม่สามารถเจริญเติบโตได้เท่าที่ควรจะสังเกตว่าโดยพื้นที่โดยรอบพื้นที่ตรงนี้หลังจากที่หว่านข้าวไปแล้ว ก็จะเจออิทธิพลของความเค็มแล้วทำให้ข้าวตายเกษตรกรบางรายต้องปลูกหว่านไถกลบประมาณ 3 ครั้ง แม้กระทั่งทุกวันนี้ก็ยังไม่สามารถที่จะปลูกข้าวได้อย่างเต็มที่

มะขามเทศ ถือว่า เป็นพืชเศรษฐกิจที่ตลาดมีความต้องการสูง ทั้งยังมีคุณสมบัติเจริญเติมโตได้ดีในพื้นที่ดินเค็ม และมีราคาจำหน่ายสูงถึงกิโลกรัมละ 80-100 บาท

นายนิพนธ์ เปลี่ยนกลาง หมอดินอาสาประจำตำบล จ.นครราชสีมา เป็นหนึ่งในเกษตรกรต้นแบบที่ปรับเปลี่ยนการทำนา มาเป็นการยกร่องปลูกมะขามเทศ บริหารจัดการพื้นที่ด้วยระบบน้ำหยด แต่ในขณะที่มะขามเทศนั้นกำลังเจริญเติบโตและรอผลผลิต นายนิพนธ์ก็ได้ปล่อยปลาในร่องน้ำ เพื่อที่จะเป็นรายได้ระหว่างรอ มากถึง 6-7 แสนบาท

“เกษตรกรไทยจะต้องหันมาสนใจเทคโนโลยีกันบ้าง ซึ่งจะช่วยให้การทำเกษตรกรรมนั้นมีความง่ายมากยิ่งขึ้น และลดความเสี่ยงในการปลูกพืชแต่ละฤดูกาลอีกด้วย”นายนิพนธ์ กล่าว