พระพุทธชินสีห์ แปลตามความหมายว่า พระผู้ชนะพระยาราชสีห์ หรือ พระผู้ชนะซึ่งงามสง่าประดุจพระยาราชสีห์ เป็นพระพุทธรูปสำคัญพระองค์หนึ่งของหัวเมืองฝ่ายเหนือ สร้างขึ้นคราวเดียวกันกับพระพุทธชินราช และพระศรีศาสดา ได้ประดิษฐานอยู่ในพระวิหารด้านเหนือของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลก มาแต่ต้น ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพย์ โปรดให้อัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดบวรนิเวศวิหารเมื่อปี พ.ศ.2372

การสร้างพระพุทธรูปทั้ง 3 พระองค์ ของเมืองพิษณุโลกนั้น มีตำนานกล่าวไว้ว่า เมื่อปี พ.ศ.1500 พระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎกมหาราช แห่งเมืองเชียงแสน เสด็จมาตีเมืองสองแควได้ จึงทรงสร้างเมืองสองแควขึ้นใหม่ พระราชทานนามว่า ‘เมืองพิษณุโลก’ ทำนองว่าเป็นเมืองอันพระวิษณุกรรมเสด็จลงมาสร้าง ครั้นสร้างพระนครเสร็จแล้ว มีพระราชศรัทธาสร้างวัดวาอาราม มี ‘วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ’ เป็นพระอารามหลวง แล้วทรงหล่อพระพุทธรูป 3 องค์ อันได้แก่ พระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ และพระศรีศาสดา โปรดให้ประดิษฐาน ‘พระพุทธชินราช’ ณ พระวิหารใหญ่ ทิศตะวันตกของพระมหาธาตุ ประดิษฐาน ‘พระพุทธชินสีห์’ และ ‘พระศรีศาสดา’ ณ พระวิหารใหญ่ทิศตะวันออก ทางทิศเหนือองค์หนึ่ง ทิศใต้องค์หนึ่ง พระพุทธชินสีห์และพระศรีศาสดา จึงประดิษฐานอยู่ในวิหารเดียวกันตลอดมาถึง 900 กว่าปี จนกระทั่งมีการอัญเชิญลงมากรุงเทพฯ ทั้งสององค์ คือ พระพุทธชินสีห์ และพระศรีศาสดา

สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงศ์

พระพุทธชินสีห์ แต่เดิมประดิษฐานไว้มุขหลังของพระอุโบสถของวัดบวรนิเวศวิหาร ที่เป็นจตุรมุข ต่อมา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) สมัยเมื่อยังทรงผนวช และครองวัดบวรนิเวศวิหารอยู่ ได้ทูลขอพระบรมราชานุญาตพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) อัญเชิญพระพุทธชินสีห์มาเป็นพระประธานในพระอุโบสถ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเคารพนับถือพระพุทธชินสีห์มาก ได้โปรดให้กะไหล่รัศมีองค์พระด้วยทองคำ ฝังพระเนตร และฝังเพชรที่พระอุณาโลม แล้วปิดทองทั้งองค์พระ เมื่อปี พ.ศ.2393 ต่อมาในปี พ.ศ.2397 ได้โปรดให้หล่อฐานด้วยทองสัมฤทธิ์ ปิดทองใหม่ทั้งองค์พระและฐาน แล้วให้มีการสมโภช 5 วัน

สำหรับ “พระกริ่งพระพุทธชินสีห์” หรือที่วงการพระขนานนามว่า “พระกริ่ง 7 รอบ” วัดบวรวิเวศวิหาร นี้ สร้างเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ปี พ.ศ.2499 เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุครบ 7 รอบ ของ สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (ม.ร.ว.ชื่น นพวงศ์) องค์พระราชอุปัชฌายาจารย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และในพิธีเททองหล่อพระกริ่งในครั้งนั้น ได้ทรงอาราธนาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) ซึ่งทรงผนวชเป็นพระภิกษุในบวรพุทธศาสนา และทรงประทับอยู่ที่วัดบวรนิเวศวิหาร ทรงเป็นองค์ประธานเททองปฐมฤกษ์อันเป็นมหามงคลชัย ดังความที่ได้คัดลอกบางตอนจากตำนาน วัดบวรนิเวศวิหารดังนี้

พระกริ่งพระพุทธชินสีห์ หรือ พระกริ่ง 7 รอบ

... วันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ.2499 เวลา 20.30 น. เสด็จฯ พระอุโบสถทรงจุดธูปเทียนถวายสักการะพระพุทธชินสีห์ ไวยาวัจกรวัดถวายเทียนชนวน ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชทรงจุดมาแล้ว ทรงรับเทียนชนวนนั้นจุดเทียนชัย เวลา 20.36 น. ในพิธีหล่อพระพุทธชินสีห์จำลองแทนองค์สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งทรงประชวรไม่สามารถจะเสด็จมาได้ พระสงฆ์สวดพระคาถาจุดเทียนชัย

... วันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ.2499 เวลา 07.30 น. เสด็จฯ ศาลาหน้าพระอุโบสถด้านทิศตะวันตก ไวยาวัชกรวัดทูลเกล้าฯ ถวายแผ่นทองคำเปลว 84 แผ่น ทรงวางแผ่นทองคำเปลวลงในเบ้าเวลา 07.41 น. ทรงถือสายสิญจน์ ซึ่งโยงจากเบ้าเททองหล่อพระพุทธชินสีห์จำลองแทนองค์สมเด็จพระสังฆราช พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา

‘พระพุทธชินสีห์จำลอง’ ที่หล่อนี้มี 2 แบบ คือ เป็น ‘พระบูชา’ หน้าตัก 4 นิ้วครึ่งแบบหนึ่ง และเป็น ‘พระกริ่ง’ หน้าตัก 1.7 ซ.ม.แบบหนึ่ง หล่อขึ้นสำหรับงานบำเพ็ญกุศลฉลองพระชนมายุครบ 84 พรรษาบริบูรณ์ของสมเด็จพระสังฆราชฯ พระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ประกอบพิธีหล่อแทนองค์สมเด็จพระสังฆราช พระราชอุปัชฌายาจารย์

พระกริ่งพระพุทธชินสีห์ หรือ พระกริ่ง 7 รอบ

พระกริ่ง 7 รอบ มีพุทธศิลปะแบบสุโขทัย องค์พระพุทธปฏิมาปางมารวิชัย ประทับนั่งบนอาสนะฐานซึ่งเป็นบัวเล็บช้าง ด้านหลังองค์พระมีบัว 2 คู่ และมีตัวเลขไทย "๗" ลึกลงไปในเนื้อพระปรากฏให้เห็นอยู่ตรงใต้ฐาน เนื้อองค์พระเป็นโลหะผสม มี 2 กระแส คือ กระแสเนื้อออกแดง และเนื้อออกเหลือง มีจำนวนการสร้างเพียง 500 องค์

พระกริ่ง 7 รอบ นี้ มีคุณวิเศษถึง 5 ประการ คือ เป็นพระรุ่นเดียวที่เททองโดยพระภิกษุภูมิพโล (พระบาทสมเด็พระเจ้าอยู่หัว ขณะทรงผนวช), เป็นพระกริ่งรุ่นแรกที่เททองโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, เป็นพระกริ่งที่สร้างโดยสมเด็จพระสังฆราชรูปที่ 13 ซึ่งเป็นพระราชอุปัชฌายาจารย์ของในหลวง, เป็นพระกริ่งที่สร้างร่วมกันระหว่างประมุขแห่งศาสนจักรและประมุขแห่งอาณาจักร และเป็นพระกริ่งที่จำลองรูปพระพุทธชินสีห์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำคัญประจำวัดบวรนิเวศวิหาร จึงนับเป็นพระกริ่งองค์สำคัญองค์หนึ่งของวัดบวรนิเวศวิหารที่ได้รับความนิยมและแสวงหาอย่างสูงในวงการพระเครื่อง ปัจจุบันหาดูได้ยากยิ่งครับผม

โดย  ราม  วัชรประดิษฐ์