เสือตัวที่ 6

กระบวนการดับไฟใต้ของภาครัฐ ได้รุกคืบอย่างเห็นหน้าเห็นหลังมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สถานการณ์การป่วนเมืองของบรรดากลุ่มคนนิยมความรุนแรงในพื้นที่ทั้งหลาย ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเสรีเฉกเช่นเมื่อห้วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ด้วยกระบวนการแก้ปัญหาของภาครัฐ ได้มีบทเรียนมากมายในการต่อสู้กับกลุ่มคนที่เห็นต่างจากรัฐมาเป็นลำดับ ท่ามกลางความเสียใจของบุคคลอันเป็นที่รักในการจากไปที่ผู้กล้าทั้งหลาย ต้องแลกด้วยชีวิต เลือดเนื้อของพวกเขา เพื่อรักษากฎกติกาของบ้านเมือง อันมีจุดหมายปลายทางที่สำคัญของภารกิจอันยิ่งใหญ่ของผู้กล้าทั้งหลายนี้ ก็คือการนำมาซึ่งความสงบและความเจริญก้าวหน้ามาสู่ผู้คนชาวไทยทุกหมู่เหล่าในดินแดนแห่งนี้ หากแต่ว่าหนทางในการเดินหน้าสู่เป้าหมายปลายทางแห่งความสันติสุขและความเจริญก้าวหน้าดังกล่าว ยังไม่บรรลุจุดสุดท้ายที่ต้องการ หนทางในการต่อสู้กับคนหัวคิดรุนแรงและคนเห็นต่างในพื้นที่ ยังคงต้องดำเนินต่อไป เพราะทุกนาทีที่ผ่านไป ย่อมไม่อาจหยุดยั้งความเห็นต่างจากคนที่มีแนวคิดสุดโต่งไปได้

ความท้าทายใหม่ๆ ที่กลุ่มนักคิดระดับนำในขบวนการร้ายแห่งนี้ ไม่เคยหยุดนิ่งและไม่น่าจะจำยอมต่อรัฐได้โดยง่าย ในทางตรงข้าม กลุ่มคนที่มีแนวคิดสุดโต่งเหล่านี้ จะยังคงความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้กับรัฐตามแนวความคิดของตนอย่างไม่ลดละ โดยมีการยืนยันชัดเจนจากการวิเคราะห์ปรากฏการณ์ทางวิชาการว่า แม้บุคคลเหล่านั้นตลอดจนแนวร่วมส่วนใหญ่ของขบวนการแบ่งแยกดินแดนในพื้นที่ปลายด้ามขวาน จะถูกจับกุมและเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีตามระบบศาลยุติธรรมของรัฐจนเป็นที่สิ้นสุดแล้ว คนกลุ่มนี้ ยังคงไม่ยอมรับในความผิดที่ศาลสถิตยุติธรรมได้พิจารณาลงโทษตามกระบวนการจนถึงที่สุด ผู้ต้องขังในคดีความมั่นคงส่วนใหญ่กว่า ร้อยละ 90 ยังคงปฏิเสธในสิ่งที่ตนเองถูกจองจำ และพฤติกรรมของคนกลุ่มนี้ มีความสงบนิ่งมากกว่าผู้ต้องขังในคดีความอื่นๆ คนกลุ่มนี้ ยังคงมีทัศนะเชิงลบต่อกระบวนการของรัฐที่ตนเองและพวกพ้องต้องเผชิญอยู่ในขณะนี้ และได้สะท้อนทัศนะเหล่านี้ออกไปยังบรรดาญาติสนิทมิตรสหายของตนด้วยตลอดเวลาที่สามารถกระทำได้ เหล่านี้คือต้นกำเนิดของบรรดาความรู้สึกคับข้องใจอันเป็นที่มาของการต่อต้านระบบของรัฐบนความเห็นต่างจากรัฐอย่างไม่สิ้นสุด ความรู้สึกที่ตนเองและพวกพ้องไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐ แม้ว่ากระบวนการพิสูจน์ความถูกหรือผิด จะเปิดโอกาสอย่างมากในการต่อสู้อย่างเปิดเผยโปร่งใสตรงไปตรงมาก็ตาม

ความคับข้องใจเหล่านี้ ได้ถูกถ่ายทอดออกไปยังบรรดาญาติพี่น้อง ตลอดจนมิตรสหายในพื้นที่อย่างต่อเนื่องและกว้างขวาง ซึ่งหน่วยงานภาครัฐ ยังไม่ได้ตระหนักในช่องว่างของการปลุกระดมรูปแบบใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ ช่องว่างของความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจ บนความคับข้องใจในระบบยุติธรรมของรัฐ ยังไม่ได้รับการเติมเต็มในช่องว่างเหล่านี้จากกระบวนการของรัฐแต่อย่างใด และแม้แต่ความกังวลใจของผู้ต้องขังในคดีความมั่นคงแห่งนี้ ที่มีต่อชีวิตใหม่อันเป็นปกติธรรมของของคนโดยทั่วไปที่พวกเขายังครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลาว่า เมื่อมีโอกาสลดหย่อนผ่อนโทษจนสามารถก้าวออกไปจากแดนคุมขังไดแล้ว พวกเขาอาจถูกจับตามองจากหน่วยงานความมั่นคงของรัฐมากเป็นพิเศษหรือไม่ เหล่านี้คือสิ่งสะท้อนความไม่ไว้วางใจในกลไกของรัฐที่จะหยิบยื่นให้พวกเขาได้ ผู้ต้องขังในคดีความมั่นคงส่วนใหญ่ ยังคงหวาดระแวงเจ้าหน้าที่รัฐถึงขั้นสร้างภาพขยายต่อๆ กันในเรือนจำว่า เมื่อพ้นโทษจองจำแล้ว พวกเขาอาจโดนเจ้าหน้าที่รัฐ ยัดเยียดข้อกล่าวหาความมั่นคงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต เหล่านี้คือตัวชี้วัดถึงความหวาดระแวงของกลุ่มคนที่กำลังถูกลงโทษจองจำในเรือนจำของรัฐที่บ่งบอกชัดเจนว่า ได้มีการถ่ายทอดความคิดเห็นต่างจากรัฐไปสู่กลุ่มคนคดีความมั่นคงออกไปเรื่อยๆ ซึ่งย่อมเป็นเงื่อนไขสำคัญในการปลุกระดมบ่มเพาะความคิดแปลกแยกจากรัฐออกไปมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่รัฐไทยยังไม่มีกระบวนการอย่างใดที่เป็นรูปธรรมชัดเจนในการเติมเต็มช่องว่างความคิดที่เป็นปฏิปักษ์กับรัฐเหล่านี้

และที่สำคัญ แนวคิดที่ส่งต่อกันในเรือนจำว่า ผู้ต้องขังในคดีความมั่นคงในพื้นที่ จชต. เหล่านั้น ไม่ได้รับความเป็นธรรม รวมทั้งยังส่งต่อความหวาดระแวงต่อเจ้าหน้าที่รัฐเมื่อพ้นโทษจำขังแล้วก็ตาม ยังได้ส่งต่อไปยังเครือญาติตลอดจนเพื่อนพ้องในพื้นที่อย่างต่อเนื่องอีกด้วย จนสร้างความแปลกแยกทางความคิดระหว่างคนในพื้นที่เหล่านั้นกับคนของรัฐให้หมางเมินห่างเหินกันมากขึ้นเรื่อยๆ ความสงบนิ่งบนคลื่นใต้น้ำย่อมน่ากลัวมากกว่าที่คาดคิด ประเด็นที่เป็นเงื่อนไขใหม่ของกลุ่มผู้เห็นต่างแนวคิดสุดโต่ง กำลังปรับรูปแบบของการบ่มเพาะแนวคิดการเข้าร่วมขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่หน่วยงานภาครัฐกำลังหลงลืม ละเลยหรือคาดไม่ถึง อันจะเป็นภัยต่อการแสวงหาแนวร่วมขบวนการแบ่งแยกดินแดนให้ยังทรงพลังในการขับเคลื่อนการต่อสู้กับรัฐไทยอยู่ต่อไปอย่างไม่สิ้นสุด

ดังนั้น หน่วยงานภาครัฐตั้งแต่ระดับนโยบาย จนถึงระดับพื้นที่ จะต้องรีบเร่งทำความเข้าใจต่อปรากฏการณ์ใหม่ อันเป็นการก่อตัวของคลื่นใต้น้ำแบบใหม่ท่ามกลางความสงบนิ่งของสถานการณ์ที่ดูจะดีวันดีคืน หากแต่เงื่อนไขใหม่เหล่านี้ ย่อมมีความอ่อนไหว และมีความล่อแหลมต่อการสั่งสมบ่มเพาะความหวาดระแวง จนถึงขั้นเกลียดชังต่อรัฐไทยต่อไปไม่สิ้นสุด หน่วยงานภาครัฐจะต้องเร่งสร้างการตระหนักรู้ใน มหันตภัย ที่กำลังถูกใช้เป็นเงื่อนไขในการสร้างความคับแค้นใจต่อหน่วยงานของรัฐ แล้วร่วมแรงร่วมใจในความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐทุกภาคส่วน ในการสร้างความเข้าใจรับรู้ใหม่ๆ ที่ถูกต้องต่อผู้ต้องขังในคดีความมั่นคงทั้งที่อยู่ในระหว่างการจองจำและเมื่อพ้นโทษจากเรือนจำแล้ว อย่างจริงจังและเป็นระบบ เพื่อลดโอกาสในการขยายต่อความคิดหวาดระแวงและความคิดเกลียดชังต่อรัฐให้หมดไป

หากระบวนการในการช่วยเหลือ สนับสนุนญาติพี่น้อง ลูกและภริยาของผู้ต้องขังในคดีความมั่นคงในพื้นที่ จชต. ตามสมควร เพื่อลดโอกาสในการแสวงหาแนวร่วมใหม่ๆ ให้เหลือน้อยที่สุด เหล่านี้คือโอกาสใหม่ที่รัฐ จะต้องเร่งดำเนินการดังกล่าว เพื่อเติมเต็มกระบวนการดับไฟใต้ ให้สมบูรณ์แบบและมีโอกาสบรรลุเป้าหมายสุดท้ายของรัฐ คือสันติสุขและความเจริญก้าวหน้าของคนในพื้นที่ในเร็ววัน