วันนี้ (16 ก.ย. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.สุโขทัย มีเจ้าของร้านส้มตำแห่งหนึ่งได้หันมาปลูกผัก ผลไม้ ในพื้นที่รอบบ้านของตัวเอง ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อหวังเพิ่มรายได้ และลดรายจ่ายในการซื้อผัก ผลไม้ ที่ต้องใช้ทำขายในร้าน ปรากฏพอปลูกได้ครบรอบปี ก็พบว่าสามารถช่วยลดต้นทุนได้ถึงปีละเกือบ 100,000 บาท ทำให้มีเงินเหลือเก็บออมด้วย

โดยร้านที่ว่านี้ชื่อร้าน “ส้มตำป้าแคร์” เป็นเพิงหลังเล็ก มีซุ้มให้นั่ง อยู่ริมถนนหน้าบ้านเลขที่ 108 หมู่ 8 บ้านหนองเรือ ต.โตนด อ.คีรีมาศ เปิดขายมานานเกือบ 7 ปีแล้ว ตั้งแต่ 7 โมงเช้า ถึงบ่าย 3 ทุกวัน เว้นวันพุธหยุด 1 วัน ลูกค้ามีทั้งชาวบ้าน นักเรียน และหน่วยงานราชการ แวะเวียนมากินประจำ

นางทองไสย์ (แคร์) เณรพัด อายุ 44 ปี เจ้าของร้านส้มตำป้าแคร์ เปิดเผยว่า เดิมมีอาชีพเป็นช่างเย็บผ้า ก่อนหันมาเปิดร้านส้มตำ แต่ระยะหลังเศรษฐกิจไม่ดี ขายได้กำไรน้อย เลยเกิดแนวคิดที่จะปลูกผัก ผลไม้ ทำขายเอง บริเวณพื้นที่รอบบ้านที่มีอยู่ 2 ไร่ โดยปลูกทั้งกล้วย ฝรั่ง มะม่วง มะละกอ มะกอกป่า แก้วมังกร พริก แตงกวา ถั่วฝักยาว มะนาว มะเขือเทศ และหน่อไม้ ปลอดสารพิษร้อยเปอร์เซ็นต์ เริ่มปลูกมาได้ 2 ปีแล้ว ได้ผลดีมาก

“เมื่อก่อนต้องจ่ายเงินซื้อผักที่ตลาดเดือนละ 8,000 หรือปีละ 96,000 บาท เพื่อใช้ทำส้มตำ ซุปหน่อไม้ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ต้องเพราะผักปลูกเองหมด รวมทั้งแคบหมูกับไข่เค็มก็ทำเองด้วย ผักเหลือก็แบ่งขายชาวบ้านในราคาถูก ส่วนลูกค้าที่ร้านก็สบายใจ ได้กินส้มตำราคาเดิม ไม่แพง แถมปลอดสารพิษด้วย” นางทองไสย์ กล่าว