สนช.พบประชาชน 76 จังหวัด สะท้อนปัญหา 7ด้าน ตัวแทนรัฐบาลพร้อมนำไปแก้ไขโดยยึดหลักกฎหมาย “พีระศักดิ์”ยันโครงการมีต่อในรูป สนช.พบประชาชนตามวิถีไทยแบบยั่งยืน

เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ที่รัฐสภา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) จัดโครงการ สนช.พบประชาชน 76 จังหวัด โดยมีผู้แทนภาคราชการ ผู้แทนจากภาคประชาชน กว่า 900 คนแบ่งเป็นจังหวัดละ 8-10 คน โดยมาจากภาคประชาชน ผู้ว่าราชการจังหวัด นายกฯองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)ทั้ง 76 จังหวัด โดยมีตัวแทนจากคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับ 7 กลุ่มปัญหาคือ ปัญหาที่ดิน ปัญหาแหล่งน้ำ ปัญหาด้านการเกษตรฯ ปัญหาการคมนาคม ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาสิ่งแวดล้อม และปัญหาด้านสังคม มาร่วมชี้แจงในครั้งนี้ด้วย อาทิ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายอาคม เติมวิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.ท่องเทียวและกีฬา และตัวแทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.กล่าวเปิดโครงการฯว่า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาสนช.ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหนึ่งในห้าสาย ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาของประเทศในสถานการณ์ที่เกิดความขัดแย้งในบ้านเมือง สนช.มีความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ทั้งการพิจารณากฎหมายและร่วมปฏิบัติภารกิจเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียน และแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ที่สนช.ลงไปรับฟังปัญหา และสะท้อนมายังสนช. ทำให้ปัญหาของประชาชนได้รับการแก้ไขอย่างฉับผลันทันทีและมีประสิทธิภาพ และอีกหลายปัญหาซึ่งเป็นปัญหาขนาดใหญ่ ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาแก้ไข โดยการแก้กฎมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการกำหนดเป็นแผนงานหรือโครงการของส่วนราชการเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาในอนาคต

ภายหลังตัวแทนทั้ง 7 ด้านได้สะท้อนปัญหาในพื้นที่เสร็จสิ้น นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.ท่องเทียวและกีฬา ชี้แจงว่า ปัญหาทั้ง 7 ด้าน แบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ1.ปัญหาฐานชีวิต และ2.ปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลมีเป้าหมายชัดเจนที่จะมุ่งแก้ปัญหาไปสู่ความยั่งยืนโดยการใช้พลังด้านการท่องเที่ยวสร้างฐานทางเศรษฐกิจ ที่เวลานี้มีรายได้ 3 ล้านล้านบาท ซึ่งรัฐบาลไม่ได้มองว่าท่องเที่ยวเพื่อเศรษฐกิจอย่างเดียว แต่เพื่อลดความเลื่อมล้ำ

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ยืนยันว่าปัญหาทุกปัญหาจะนำไปแก้ปัญหา รัฐบาลยืนยันที่จะร่วมกับสนช.ดำเนินโครงการนี้ต่อไปในอนาคต เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหา ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเดือนร้อนของประชาชน โดยมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแล และในสัปดาห์หน้าก็จะมีบางเรื่องที่เสนอเข้าครม.เพื่อนำไปแก้ไขไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่ดินทำกินที่ถือเป็นเรื่องใหญ่ แต่รัฐบาลก็ต้องยึดหลักกฎหมายโดยการใช้หลักนิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์ มาดูแล เพื่อให้เกิดประโยชน์รวมกัน เพื่อทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตามแนวทางประชารัฐ จนนำไปสู่โครงการไทยนิยมยั่งยืน และยืนยันว่าจะร่วมมือกับสนช.ต่อไป เพื่อให้ทำประชาขนมีคามสุข มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และปัญหาได้รับการแก้ไขพอสมควร
นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสนชคนที่ 2 ในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการฯ กล่าวว่า ประชาชนไม่ต้องห่วง เพราะโครงการสนช.พบประชาชนยังอยู่ โดยต่อยอดเป็นโครงการสนช.พบประชาชนตามวิถีไทยแบบยั่งยืน โดยแบ่งพื้นที่ให้สมาชิกสนช.รับผิดชอบ 15 โซน คลอบคุม 76 จังหวัด ดังนั้นหากประชาชนมีปัญหาอะไรที่ต้องการให้แก้ไขก็สามารถแจงมาได้ สนช.ที่รับผิดชอบก็จะลงพื้นที่ไปรับฟังปัญหาเพื่อแก้ไขต่อไป