เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่14ก.ย. ที่บก.ปอศ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบช.ทท. พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ รองผบช.ก.พ.ต.อ.ปภัชเดช เกตุพันธ์ พ.ต.อ.พุฒิพงศ์ มุสิกูล รองผบก.ปอศ. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1,พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท.2,พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว ผกก.ควบคุมธุรกิจนำเที่ยวฯ และนายวีระชาติ ศรีบุญมา อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด
ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมผู้ต้องหาคดีโอดีแคปปิตอลกลุ่มที่ 3 โดยจับกุมผู้ต้องหาได้ 10 ราย

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจาก ศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนผู้ได้รับความเสียหายจาก กลุ่มเครือข่าย OD Capitalจึงประสานงานกับพนักงานสอบสวนบก.ปอศ.รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับ นายชินวัตร น้อยวัน ผู้บริหาร และแม่ทีมระดับสูง ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน”โดยได้มีออกหมายจับผู้กระทำความผิด 48 ราย จับกุมแล้ว44 ราย

ต่อมาพนักงานสอบสวนบก.ปอศ.ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหากลุ่มที่ 3 อีกจำนวน 15 ราย และสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 10 ราย อยู่ระหว่างการติดตามจับกุม 5 ราย ทำให้ขณะนี้มีผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับแล้ว รวม 63 ราย จับกุมแล้ว 54 ราย หลบหนี 9 ราย ตรวจสอบพบว่าอยู่ต่างประเทศ 4 ราย โดยผู้ต้องหาชุดนี้ มีแม่ทีมระดับสูงอยู่ 4 คน มีพฤติการณ์มักจะชักชวนกลุ่มวัยรุ่นที่อยู่ระหว่างการศึกษา หรือพึ่งจบการศึกษา เข้ามาร่วมกลุ่ม อ้างภาพลักษณ์เป็นวัยรุ่นยุคใหม่ หน้าตาดี มีความรู้ มีวิสัยทัศน์ในการลงทุนทำธุรกิจ อายุน้อยแต่สามารถสร้างรายได้หลักล้านต่อเดือน ทำให้มีผู้หลงเชื่อร่วมลงทุนเป็นจำนวนมาก บางรายเป็นข้าราชการพึ่งทำงาน ยังไม่มีเงินลงทุนมากพอ ถูกหลอกให้ไปกู้เงินจากสหกรณ์ หรือหน่วยงานของตนเอง เพื่อนำมาลงทุนหวังจะได้กำไร เป็นหนี้หลักล้านบาท อย่างไรก็ตามฝากประชาสัมพันธ์ว่าการลงทุนหรือได้เงินปันผลตอบแทนเกินกว่าร้อยละ 10 ไม่เป็นความจริง อีกทั้งความเดือดร้อนน้องประชาชนในทุกวันนี้ส่วนหนึ่งมาจากเรื่องการถูกชักชวนหลอกลงทุน การตกเป็นหนี้นอกระบบ โดยเวลา 13.00 น. คณะทำงานทั้งหมดจะไปพบปลัดกระทรวงการคลัง เพื่อหารือแนวทางการดำเนินการต่อไป

ขณะที่พล.ต.ต.ชวลิต กล่าวว่าเครือข่าย OD Capital ดำเนินการในลักษณะของบริษัทโฮลดิ้ง หรือ ประกอบการในลักษณะนำเงินไปลงทุนในบริษัท ซึ่งไม่ได้มีการจดทะเบียนพานิชยกิจ ในประเทศไทย ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบการจาก กลต. และ สคบ. โดยผู้ประกอบการจะระดมเงินทุนมาจากประชาชนทั่วไป โดยเข้าติดต่อชักชวน หรือมีการโฆษณาเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ ว่าเมื่อนำเงินมาลงทุนซื้อหุ้นของ OD Capital แล้วเมื่อ บริษัท OD Capital เข้าตลาดหุ้นNASDAQ ราคาหุ้นจะเพิ่มขึ้น 3 เท่า แต่ต่อมาเมื่อเข้าตลาดหุ้นราคาหุ้นไม่ได้เป็นตามที่โฆษณา ทำให้ผู้ลงทุนได้รับความเสียหาย และช่วงหลัง OD Capital ได้เปลี่ยนแผนการลงทุนเป็นการระดมทุน โดยโฆษณาว่าจะได้รับผลตอบแทน 5-10 % ของเงินลงทุนทุกเดือน จำนวน 24-30 เดือน และหากสมาชิกสามารถชักชวนผู้อื่นมาลงทุน จะได้ค่าคอมมิสชั่นอีก 10 % และยังมีแผนไบนารี่จับคู่รับค่าคอมมิสชั่นอีก 10% ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามพรก.การกู้ยืมเงินโดยเป็นการฉ้อโกงประชาชน ในส่วนการติดตามตัวผู้ต้องหาที่หลบหนีจากแนวทางการสืบสวนบ้านมีการหลบหนีไปที่ประเทศมาเลเซียโดยหลังจากนี้ทางตำรวจไทยจะนำข้อมูลประสานกับทางการมาเลเซียเพื่อติดตามจับกุมผู้ต้องหาต่อไป

ภายหลังการแถลงข่าวพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เปิดเผย ความคืบหน้าการคดีที่เกาะเต่าว่า ขณะนี้เราไม่ได้ตัดการสอบสวนทิ้ง แต่การสอบสวนยังไม่เกิดขึ้นเพราะยังไม่ได้มีการสอบปากคำผู้เสียหาย ซึ่งหลังปรากฏข่าวทางพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งทางศปอส.ตร. ได้ดำเนินการตรวจสอบ ทั้งในส่วนการแสวงหาพยานหลักฐาน สอบปากคำ รวมทั้งตรวจสอบสภาพน้ำขึ้นน้ำลงเพื่อเทียบเคียงคืนเกิดเหตุ เพื่อให้การสรุปข้อเท็จจริงเกิดขึ้น.และเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน กระทั่งพบว่าไม่มีพยานหลักฐานใดๆบ่งชี้ว่าเกิดเหตุขึ้นจริง แต่หากสถานฑูตมีการส่งหลักฐานและบ่งชี้ว่าเกิดเหตุจริงก็จะดำเนินการสอบสวน ซึ่งขณะนี้ได้นำเรื่องเสนอต่อผบ.ตร.เพื่ออนุมัติการเดินทางไปสอบสวนที่ประเทศอังกฤษ ในส่วนที่ผู้เสียหายได้ให้ข่าวตามสำนักข่าวต่างๆในส่วนนี้มองว่าการพูดผ่านสื่อหรือการให้ข่าวไม่ใช่ช่องทางตามกฎหมาย ซึ่งผู้เสียหายต้องไปแจ้งต่อสถานฑูตอังกฤษเพื่อให้เกิดสอบสวนตามกระบวนการขั้นตอน