เตรียมหารือกับผู้ประกอบกิจการเพื่อให้เป็นมาตรฐาน ซึ่งสิ้นเดือนนี้สมาคมช่างสักนัดประชุมกัน ระบุถือเป็นนิมิตรหมายดี

นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าฯกทม.เป็นประธานการประชุมหารือเรื่องการประกอบกิจการสักผิวหนัง หรือเจาะส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกาย โดย กล่าวว่า การสักเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ดังนั้นผู้ประกอบกิจการสักต้องมีการขอใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งในการออกใบอนุญาตนั้นกรุงเทพมหานครจะดูแลใน 3 ด้าน ได้แก่ 1. กายภาพของร้าน 2. เครื่องมือเครื่องใช้ในการสัก และ 3. บุคลากรที่ทำการสัก

ทั้งนี้ สำนักงานกฎหมาย กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับบุคลากรที่ทำการสักตามข้อกฎหมายที่มีความชัดเจนขึ้น ซึ่งที่ประชุมเห็นตรงกันว่าช่างสักไม่ได้เป็นกิจการที่ต้องควบคุมจึงไม่ถือว่าจะต้องจดทะเบียนตามวิชาชีพเวชกรรม ซึ่งวิชาชีพเวชกรรมจะหมายถึงแพทย์ พยาบาล เท่านั้น อีกทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ไม่ได้อยู่ในข่ายเครื่องมือควบคุมทางการแพทย์ จึงไม่ได้ขึ้นตรงต่อการควบคุมของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ที่ประชุมจึงได้หารือว่าการกำหนดเกณฑ์ของเครื่องมือ และสีที่ใช้ต้องเป็นอย่างไร เพื่อที่ผู้บริโภคจะได้ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบและได้รับการสักที่มีคุณภาพไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

กรุงเทพมหานครจะมีการหารือกับผู้ประกอบกิจการสัก หรือช่างสักให้มีการใช้เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน ซึ่งภายในสิ้นเดือนนี้สมาคมช่างสักจะมีการจัดประชุมกัน กรุงเทพมหานครก็จะได้เข้าไปหารือเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้อีกครั้ง รวมถึงให้คำแนะนำในเรื่องเครื่องมือ สีที่ใช้สัก หรือแม้แต่ช่างสักที่มีอยู่ประมาณ 4,000 – 5,000 ราย ที่จะทำอย่างไรให้สามารถยกระดับช่างสัก และมีการจดทะเบียนประกอบวิชาชีพช่างสักได้

          รองผู้ว่าฯ กล่าวต่อว่า ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เพราะในเรื่องดังกล่าวมีความชัดเจนขึ้นมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเครื่องมือ และสีที่ใช้สัก ว่าควรมีการควบคุมหรือมี อย. หรือไม่ โดยจะมีการกำหนดเกณฑ์และมาตรฐานเกี่ยวกับช่างสักและผู้ที่จะรับการสักให้มีความชัดเจน ปัจจุบันในพื้นที่กรุงเทพฯ มีร้านสักที่มีใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพถูกต้อง จำนวน 65 ราย และขณะนี้มีผู้มาขอใบอนุญาตฯ เพิ่มอีก 65 ราย แต่ยังมีร้านสักอีกหลายร้านที่อยู่ตามแหล่งต่างๆ ยังไม่ได้มายื่นขอใบอนุญาต เช่น ตลาดไม่สามารถทำได้ ซึ่งได้แจ้งให้ 50 สำนักงานเขต ตรวจสอบร้านสักในพื้นที่ของตน พร้อมให้คำแนะนำให้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย เป็นการช่วยยกระดับการสักให้มีคุณภาพและความปลอดภัย ประชาชนเกิดความมั่นใจว่ามาสักแล้วได้รับความปลอดภัย