“วิษณุ” โยน คนดูแลประมวลจริยธรรม วินิจฉัย ตั้ง “พุทธิพงษ์” นั่งรองเลขานายกฯ ขัด รธน. มาตรา 219 หรือไม่

เมื่อเวลา 13.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณี นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์คัดค้านมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)ที่แต่งตั้งนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ เป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ซึ่งขัดต่อจริยธรรมอย่าง ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 219 วรรคสอง เนื่องจากผู้ที่ได้รับแต่งตั้งดังกล่าวยังเป็นผู้ถูกกล่าวหาในชั้นศาลในคดีกบฏ ว่า “ไม่คบหาสมาคมกับคู่กรณี ผู้ประพฤติผิดกฎหมาย ผู้มีอิทธิพล หรือผู้มีความประพฤติ หรือผู้มีชื่อเสียงในทางเสื่อมเสีย อันอาจกระทบกระเทือนต่อความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่” เพราะปัจจุบันนายพุทธิพงษ์ยังเป็นผู้ถูกกล่าวหาในชั้นศาลในคดีกบฏร่วมกับแกนนำ กปปส. ซึ่งมีอัตราโทษที่สูง ว่า ทุกคนมีพฤติกรรมผิดกฎหมายกันทั้งนั้นหากเรามองว่าผิด แต่รัฐธรรมนูญระบุว่าตราบใดที่ยังไม่มีคำพิพากษาศาลก็ถือว่าทุกคนบริสุทธิ์ ในอดีตมีคนที่ขึ้นศาลและเป็นจำเลยแล้วแต่ยังเป็นรัฐมนตรีก็มี เป็นนายกรัฐมนตรีแล้วถูกศาลฟ้องก็มี ดังนั้น จึงไม่ใช่ความหมายของการคบหาสมาคมอย่างนั้น เพราะการคบหาสมาคมในความหมายของประมวลจริยธรรมนั้นมีความหมายของมันเอง ฉะนั้น ขอให้คนที่มีหน้าที่ดูแลประมวลจริยธรรมไปวินิจฉัยเอง นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ได้ตอบให้กับนายพุทธิพงษ์ เพราะเป็นเรื่องที่ยกตัวอย่างขึ้นมา แต่ถ้าจะพูดกันแล้ว หลักก็มีอยู่ง่ายๆเท่านั้น เพราะขึ้นชื่อว่าคนสาธารณะแล้ว จะถูกฟ้องร้องหรือถูกกล่าวหาก็เป็นเรื่องธรรมดา ครม.ชุดนี้เองก่อนจะมาถึงวันนี้ก็ถูกฟ้องไปตั้งหลายคน มีทั้งที่ยกฟ้องไปแล้วและเรื่องยังไม่จบก็มี

เมื่อถามว่า คณะรัฐมนตรียึดหลักการว่านายพุทธิพงษ์ยังคงเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาศาลใช่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า คนทั้งประเทศรู้อยู่ว่าเป็นเช่นนั้น

“ ถ้าจะไปบอกว่าห้ามคบก็คงไม่ใช่ ความมุ่งหมายไม่ใช่อย่างนั้น สมมุติว่าคนที่อื้อฉาวในข้อหายาเสพติด จนกระทั่งคนรับรู้กันทั่วไป บางทีศาลยังไม่ตัดสิน หากไปเกี่ยวข้องด้วยอาจจะลำบากหน่อย ฉะนั้น จึงมีหลักเกณฑ์บอกมาว่า ข้าราชการจะไปขอประกันตัวผู้ต้องหาในคดียาเสพติดไม่ได้ แสดงว่าเขาเขียนว่าไม่ให้คบแล้ว แต่เมื่อยังไม่มีเกณฑ์ ก็ยังไม่มีความผิด ไม่ได้บกพร่องอะไร ” นายวิษณุกล่าว