ดร. อรรชกา สีบุญเรือง ประธานกรรมการส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า ทีเส็บสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศไทยมาแล้วกว่า 1 ล้านล้านบาท โดยการประมูลสิทธิ์งานไมซ์นานาชาติได้ถึงเฉลี่ยปีละ 20 งาน ทั้งยังให้การสนับสนุนงานไมซ์ทั้งในและต่างประเทศมากกว่า 5,000 งาน พลิกโฉมแนวทางดำเนินงานปีหน้าใหม่ 3 ด้าน เพื่อพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์อย่างยั่งยืน

ซึ่ง ดร. อรรชกา กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 13 ปีของการดำเนินงาน ทีเส็บได้ประมูลสิทธิ์งานไมซ์นานาชาติกว่า 300 งาน หรือเฉลี่ยปีละ 20 งาน พร้อมให้การสนับสนุนงานไมซ์ทั้งในและต่างประเทศแล้ว มากกว่า 5,000 งาน รวมสร้างรายได้ให้แก่เศรษฐกิจแล้วกว่า 1,000,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ทีเส็บยังมีบทบาทในการพัฒนาธุรกิจไมซ์ด้านต่างๆ อาทิ การสร้างมาตรฐานให้กับธุรกิจไมซ์ การอำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์ วีซ่า การจัดทำคู่มือขั้นตอนและกระบวนการจัดงานไมซ์ และการพัฒนาไมซ์ซิตี้และ Area Base ขณะเดียวกันการจัดงานไมซ์แต่ละครั้งนั้นยังก่อให้เกิดองค์ความรู้ การแลกเปลี่ยนนวัตกรรม การสร้างเครือข่ายทางธุรกิจและการลงทุน ซึ่งเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล

"ข้อมูลล่าสุดในปี พ.ศ. 2560 พบว่าการดำเนินงานของทีเส็บร่วมกับผู้ประกอบการไมซ์ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจในด้านต่างๆ หลายด้าน คือ เกิดค่าใช้จ่ายจากการจัดกิจกรรมไมซ์มีมูลค่า 231,200 ล้านบาท ก่อให้เกิดเป็นรายได้ประชาชาติ เป็นมูลค่าปีละ 173,000 ล้าน บาท หรือคิดเป็น 1.1% ของ GDP ประเทศ ซึ่งสัดส่วนนี้เทียบเท่ากับประเทศสิงคโปร์ ขณะ
เดียวกันยังมีรายได้จากมูลค่าภาษีที่ภาครัฐจัดเก็บได้จากธุรกิจไมซ์ 21,600 ล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงาน 167,300 ตำแหน่ง" ดร. อรรชกา กล่าว

และจากรายงาน ของ International Congress and Convention Association หรือ ICCA และรายงานของ the Global Association of the Exhibition Industry หรือ UFI ในปีพ.ศ. 2560 พบว่า ประเทศไทยเป็นอันดับที่ 5 ของเอเชียด้านการจัดประชุมนานาชาติ เป็นอันดับที่ 7 ของเอเชียในด้านการแสดงสินค้านานาชาติ โดยเป็นที่หนึ่งของอาเซียนทั้งในด้านการประชุมและการ
แสดงสินค้า