นายวราวุธ ศิลปอาชา ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวภายหลังจากที่ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ ร่าง พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อช่วงเย็นวันที่ 12 กันยายน ว่า ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 53/2560 ข้อ 8 ระบุให้คสช. ต้องพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิกประกาศ คสช. หรือ คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการของพรรคการเมือง ดังนั้นเชื่อว่า คสช. คงพิจารณาเรื่องดังกล่าวอย่างเร่งด่วน เพื่อให้พรรคได้เตรียมความพร้อม ทั้งนี้ส่วนตัวเชื่อว่าการพิจารณาดังกล่าวคงมีผลให้คลายล็อกบางเงื่อนไขเท่านั้น ดังนั้นสิ่งที่ คสช. ควรพิจารณาให้สอดคล้องกับการทำงานของพรรคการเมือง คือ การเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองจัดประชุมใหญ่เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรค และการหาสมาชิกพรรคการเมือง

“ควรเร่งพิจารณาโดยเฉพาะการอนุญาตให้พรรคการเมืองจัดประชุมใหญ่ และหาสมาชิกพรรคได้ เพราะหากทอดเวลาไปจนกว่าที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มีผลใช้บังคับ ช่วงกลางเดือนธันวาคม อาจทำให้พรรคเตรียมงานไม่ทันและเกิดฉุกละหุกทางการเมืองได้ ทั้งนี้ผมไม่กังวลต่อกรอบเวลาหรือระยะเวลาหาเสียงของพรรคการเมือง ตามที่มีข่าวว่าจะให้เวลา 30 วัน เพราะขั้นตอนดังกล่าวพรรคสามารถบริหารจัดการได้” นายวราวุธ กล่าว

นายวราวุธ กล่าวด้วยว่าการเตรียมความพร้อมเรื่องการเลือกตั้ง มีประเด็นที่ตนกังวล คือ การทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ฐานะผู้มีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องในกระบวนการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง, นโยบายของพรรคการเมือง, ความถูกต้องของสมาชิกพรรคการเมืองในชั้นสุดท้าย เพราะหาก กกต. มีเวลาทำงานแบบกระชั้นชิดและตรวจสอบไม่รอบคอบ อาจส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นได้ เช่น กรณีการตรวจสอบสมาชิกพรรคการเมืองที่ซ้ำซ้อนกับพรรคการเมืองอื่นหรือไม่, การส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ที่ผ่านกระบวนการเลือกตั้งขั้นต้น ที่รายชื่อที่พรรคส่งนั้นไม่ผ่านขั้นตอนหรือสังกัดพรรคไม่ครบ 90 วันเป็นต้น

“ผมฝากไปถึงนายกฯ ให้พิจารณากรอบการทำงานที่เหมาะสมและทำหน้าที่นั้นให้ดี ของ กกต. ด้วย ไม่อย่างนั้นการทำงานที่มีเนื้อหามาก และภายใต้เวลาที่จำกัด รวมถึงทรัพยากรของ กกต. ที่มีอยู่จำนวนหนึ่ง อาจมีผลกระทบต่อการเลือกตั้งได้” นายวราวุธ กล่าว.