"บิ๊กตู่" ลั่นปชต.เกิดแน่ ต้องไม่ขัดแย้ง อวย ปธ.เครือซีพี "ศุภชัย" เก่งและดีแต่ไม่เล่นการเมือง เปรียบตัวเองทนอึดเหมือนยางมิชลิน เผยอยากเป็นเหมือนป๋า ไม่ตอบโต้ใคร สัญญาในใจอยากใช้คำพูด "กลับบ้านเถอะลูก" กับสื่อ

เมื่อเวลา 15.30 น. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานเปิดงานประกาศความร่วมมือ "การสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมด้านการศึกษา" ภายใต้โครงการสานพลังประชารัฐ คอนเน็กซ์-อีดี พร้อมปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ "การศึกษากับการเตรียมคนไทยในอนาคต" โดยนายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า การศึกษาเป็นส่วนที่สำคัญ และเป็นปัจจัยในการพัฒนาประเทศ

พวกเรากำลังเดินไปข้างหน้า แต่มีอีกพวกดึงขาซ้าย อีกพวกก็ดึงขาขวา ดึงไปข้างหน้า ข้างหลังบ้าง เซไปเซมา แต่เรามีหลักชัยที่จะพัฒนาประเทศ ถ้าเป็นทหารเรียกว่ากำลังต่อสู้กับอริราชศัตรู แต่เรากำลังต่อสู้กับความไม่รู้ จึงต้องปรับตัวและประเทศให้สอดคล้องกับการบริหารราชการ

ปัจจุบันกำลังพัฒนาให้เป็นประเทศไทยแลนด์ 4.0 หลายคนยังไม่รู้ว่าเราอยู่ตรงไหน แล้วไอ้คนที่ไม่รู้ก็มาออกมาแสดงความคิดเห็นในโซเชียลมีเดีย โดยที่ตัวเองไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลย แต่ขอแสดงความคิดเห็น นี่ไงโลกเปลี่ยนแปลง วันหน้าอำนาจรัฐกฎหมายคนจะปฏิเสธทั้งหมด เป็นวิกฤติในอนาคต โลกประชาธิปไตย การใช้โซเชียลมีเดีย ใช้ระบบดิจิตอลซึ่งรัฐไม่สามารถควบคุมได้ วันนี้เรากำลังสร้างความเข้มแข็งโดยใช้ระบบการศึกษา ซึ่งจะมีส่วนร่วมในการพัฒนาคน

"เราต้องรู้ว่าวันนี้ เรายืนอยู่ตรงไหนของโลก เขารบแบบที่เรารบกันตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาเลิกทำแบบนี้กันมานานแล้ว ประเทศมหาอำนาจบางประเทศโตช้ากว่าเราด้วยซ้ำ แต่เขาเบื่อความขัดแย้ง เพราะไม่เกิดประโยชน์อะไร การสู้รบกันก็ตายเปล่าทั้งสิ้น แล้วทำไมเราไม่ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน วันนี้เขาคิดแบบนี้ทั้งโลก เว้นแต่ประเทศมหาอำนาจบางประเทศ แต่เราไม่ใช่มหาอำนาจ แต่ถ้าเราไม่ขัดแย้งกันทุกวัน ป่านนี้เราเป็นมหาอำนาจแล้ว ซึ่งผมกลัวมหาอำนาจคือความขัดแย้งอันดับหนึ่ง ประวัติศาศาสตร์วันนี้เกิดจากอดีตที่ผ่านมา เราทำวันนี้เพื่อประวัติศาสตร์วันข้างหน้า เราต้องสอนคนให้รักในทางที่ถูก เพราะแผ่นดินผืนนี้ ทำให้คนเกิดและคนตาย ที่เรายืนใช้พื้นที่ไม่เกินหนึ่งตารางฟุต นอนตายลงไปไม่เกิน 2 เมตร มันจะอะไรกันนักหนา เราจึงควรเผื่อแผ่แบ่งปัน ลดความเหลื่อมล้ำ แก้ไขความไม่เท่าเทียม และประชาธิปไตยต้องเกิดบนโลกใบนี้ มันห้ามกันไม่ได้ กฎหมายกฎระเบียบเป็นสิ่งสำคัญทำให้เกิดความเป็นธรรม และความเท่าเทียมของโอกาสไม่ว่าจะยากดีมีจน ทุกคนก็ต้องเคารพกฎหมาย เว้นแต่พวกผู้มีอิทธิพล พวกแสวงหาผลประโยชน์เป็นคนละพวกต้องเอาไปติดคุก ใครไม่ทำตามกติกาก็ต้องติดคุก โดยต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบของกระบวนการยุติธรรม" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เราอย่าหนีความเป็นจริง ตนเป็นคนชอบตั้งคำถาม แต่ครูไม่เปิดโอกาสให้ถาม ครูส่วนใหญ่สอนเต็มชั่วโมง จนทำให้วันนี้ตนพูดมาก วันนี้ตนก็กลายเป็นครู แม่และภรรยาก็เป็นครู แต่ทุกวันนี้ทุกคนเป็นครูของตน อาชีพที่ดีที่สุดสามารถเป็นอะไรได้ทุกอย่างไม่ใช่ทหารแต่น่าจะเป็นหมอ เป็นได้ทั้งรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง เพราะเป็นคนฉลาด แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับชะตาชีวิตและต้นทุนทางสังคมและครอบครัว

"ผมถามคุณศุภชัย(นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์) ในฐานะประธานโครงการฯ ว่าจะลงเล่นการเมืองไหม ซึ่งคุณศุภชัย ปฏิเสธทันทีว่า ไม่เอา แต่ทำไมคนที่ไม่ทำอะไรเลยอยากจะมาเล่นการเมือง ผมไม่เข้าใจ เขาประสบความสำเร็จ แต่ไม่ทนทรมาน เหมือนผมทน ถามว่าผมทนไหม ผมทนอึดยิ่งกว่ายางมิชลิน เด้งซ้ายเด้งขวาแต่สู้ได้ ถ้ามีกำลังใจแบบทุกวันนี้ก็สู้ตายไม่กลัว ผมเองเป็นเพียงผู้นำทางพวกเราทุกคนเดินไปข้างหน้า มีอุปสรรคอะไรรัฐบาลจะได้แก้ โดยไม่ต้องการสิ่งตอบแทน เพราะถือเป็นหน้าที่ทำเพื่อแผ่นดิน ซึ่งภายในประเทศของเราอยู่กันอย่างมีความสุขมาโดยตลอด วันนี้ทุกอย่างดีขึ้น เพราะเวลาผมไปต่างจังหวัดก็ขอความมั่นใจจากประชาชนอย่าทำร้ายประเทศของเราอีกเลย ผมก็สัญญาในใจของผมแล้วว่า จากวันนี้ไปจะไม่ตอบโต้ใครอีกแล้ว แต่ดันอดไม่ได้สักที ผมสัญญาทุกวัน สวดมนต์ก่อนนอน พรุ่งนี้อย่าพลาดอย่าตอบคำถามใคร คำถามสื่อที่ไม่เข้าหูก็อย่าไปตอบ นึกถึงภาพอดีตนายกฯ ทุกคน คำว่า กลับบ้านเถิดลูก ผมก็พยายามจะพูดเมื่อคิดได้ เพราะวันนี้เรากำลังเผชิญปัญหา ผมเข้ามาเริ่มตั้งแต่ต่ำกว่าศูนย์ แม้แต่จีดีพี อยู่ที่ร้อยละ 0.9 มันดีตรงไหน วันนี้โตขึ้นร้อยละ 4.8 แล้วบอกว่า 4.5 ก็ไม่ดี ไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไรกัน วันนี้เรากำลังเผื่อแผ่เพิ่มรายได้ให้กับผู้มีรายได้น้อย เราอยากได้อยากดีแบบต่างประเทศ แต่ไม่มีวิธีคิดที่ถูกต้องไม่มีฮาวทูดู แต่คนที่จะทำให้ทุกอย่างเดินหน้าไปได้คือรัฐบาล ซึ่งต้องทำอย่างที่ผมได้คิดไว้ อาจจะมีผิดบ้างถูกบ้างแต่อย่าทำให้ผิดกฎหมาย" นายกฯ กล่าว