" โอม ศรีเคณ ศายะ นะมะ"

"พระพิฆเนศ" หนึ่งในเทพเจ้าฮินดูที่ชาวไทยให้การเคารพบูชากันอย่างมาก ด้วยเชื่อกันว่าพระองค์เป็น "เทพเจ้าผู้ขจัดอุปสรรค" และ "ประทานความสำเร็จ" ให้แก่ผู้ศรัทธาทั้งปวง .. ในโอกาส "วันคณศจตุรถี" หรือวันคล้ายวันประสูติพระพิฆเนศที่กำลังจะมาถึง ซึ่งปีนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน 2561 ... เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองและเอาใจแฟนๆสยามรัฐ ที่เคารพและศรัทธาต่อองค์พระพิฆเนศ ในวันนี้จึงขอชวนคุณผู้อ่านร่วมตามรอย "พระพิฆเนศ" ในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์

น้อยคนนักที่จะทราบว่า บนพื้นที่ ประมาณ 2.3 กิโลเมตร หรือ 1,438 ไร่ ของ "เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นนอก" ซึ่งครอบคลุมท้องที่ แขวงชนะสงคราม แขวงบวรนิเวศ แขวงสำราญราษฎร์ แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ แขวงเสาชิงช้า แขวงวัดราชบพิธ แขวงตลาดยอด และแขวงบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร อันมีอาณาเขต ล้อมรอบด้วยคลองคูเมืองเดิม (คลองหลอด) แม่น้ำเจ้าพระยา ด้านทิศเหนือ และคลองรอบกรุง(คลองบาลำพู-คลองโอ่งอ่าง) แม่น้ำเจ้าพระยาด้านทิศใต้ นอกจากจะเป็นที่ตั้งของศาสนสถานที่สำคัญของประเทศ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆจำนวนมากแล้ว ยังเป็นที่มีสถานที่สักการะ “พระพิฆเนศ” รวมอยู่ด้วยถึง 4 แห่ง

ในการเดินทางไปสักการะพระพิฆเนศบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ ต้องบอกว่าตามอัธยาศัย หรืออาจแบ่งเป็น 2 เส้นทางตามสะดวกก็ได้ โดยหากคุณตั้งต้นบริเวณเสาชิงช้า ขอแนะนำให้เริ่มกันที่ "เทวสถานโบสถ์พราหมณ์" หรือที่นิยมเรียกกันทั่วๆไปว่า "โบสถ์พราหมณ์" ศาสนสถานสำคัญในศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู ที่อยู่คู่กรุงเทพมหานครตั้งแต่ครั้งสร้างกรุง

พระพิฆเนศ  เทวสถานโบสถ์พราหมณ์  (ขอบคุณภาพภาพจาก เพจ - Aksorn Pichai)

ภายในเทวสถาน ประกอบไปด้วย 3 สถานที่สำคัญ ได้แก่ สถานพระอิศวร สถานพระพิฆเนศ วถานพระนารายณ์ ซึ่งจุดหมายของเราอยู่ที่ "สถานพระคเณศ" โดย พระพิฆเนศ (องค์ประธาน) สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยา ราวพุทธศตวรรษที่ 21-22 องค์พระพิฆเนศสร้างด้วยสำริด มีขนาดหน้าตักกว้างประมาณ 85 ซม. ประทับนั่งสมาธิ พระบาทขวาทับพระบาทซ้าย ลักษณะพระองค์ค่อนข้างอวบอ้วน มีสองพระกร พระกรขวาถืองาหัก และพระกรซ้าย สันนิษฐานว่าถือเหล็กจารหรือ คณปติลิงคะ

พระพิฆเนศ  วัดเทพมณเฑียร   (ขอบคุณภาพจาก เพจ - นัท จุลภัสสร  )

ไม่ไกลกันนักเพียงแค่ข้ามถนน แล้วเดินลัดเลาะเลียบกำแพงวัดสุทัศนเทพวรามไปทางถนนศิริพงษ์ ก็จะพบกับ "วัดเทพมณเฑียร" ศาสนสถานสำคัญอีกแห่งในศาสนาฮินดู ภายในโบสถ์ประดิษฐานเทวรูปหินอ่อนของพระผู้เป็นเจ้าองค์สำคัญ รวมถึง "พระพิฆเนศ" ซึ่ง ณ ที่แห่งนี้ยังมีแผ่นหินอ่อนแกะสลัก ดินศักดิ์สิทธิ์จากพุทธสังเวชนียสถานที่สำคัญ 4 แห่ง อันได้แก่ ลุมพินี (สถานที่ประสูติ) พุทธคยา (สถานที่ตรัสรู้) สารนาถ (สถานที่แสดงปฐมเทศนา) และ กุสินารา (สถานที่ปรินิพพาน) รวมทั้งน้ำจากแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ในอินเดีย เช่น แม่น้ำคงคา แม่น้ำยมุนา และ แม่น้ำสุรัสวดี ที่อัญเชิญมาจากประเทศอินเดีย นำมาประดิษฐานไว้ด้วย

พระพิฆเนศ -  พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร (ขอบคุณภาพจาก เพจ - Aksorn Pichai)

อีกหนึ่งเส้นทางสำหรับผู้ที่ตั้งต้นบริเวณสนามหลวง ชวนคุณแวะไปที่ "ห้องศิลปะชวา อาคารมหาสุรสิงหนาท พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร" .. ชมและสักการะ "พระคเณศ ศิลปะชวาตะวันออก พุทธศตวรรษที่ 15-16" ความพิเศษของพระพิฆเนศองค์นี้อยู่ที่ ประติมากรรมที่ค่อนข้างโดดเด่น ซึ่งจำหลักขึ้นจากศิลา สูง 172 ซม. องค์พระพิฆเนศประทับนั่งบนบัลลังก์กระโหลกมนุษย์ มี 4 กร พระหัตถ์ขวาบนถือขวาน พระหัตถ์ซ้ายบนถือพวงลูกประคำ ส่วนพระหัตถ์ขวาและพระหัตถ์ซ้ายล่างถือถ้วยขนม ทรงเครื่องประดับอันประกอบได้ด้วย ศิราภรณ์กุณฑลรูปกระโหลก พาหุรัด เข็มขัด รัดองค์ ทองพระกร ทองพระบาท รวมทั้งทรงภูษาลวดลายกระโหลกมนุษย์ และสวมสายยัชโญปวีตรูปงู ตามประวัติระบุว่า ผู้สำเร็จราชการฮอลันดาได้นำมาถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ในครั้งเสด็จประพาสชวา เมื่อปี พ.ศ. 2439

พระพิฆเนศ  - วิทยาลัยนาฏศิลป์ กรุงเทพฯ

ปิดท้ายกันที่ "วิทยาลัยนาฎศิลป์ กรุงเทพมหานคร" ซึ่งมีเทวรูปของพระพิฆเนศประดิษฐานอยู่ทางทิศใต้ของพระอุโบสถ วัดบวรสถานสุทธาวาส หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า "วัดพระแก้ววังหน้า" โดย พระพิฆเนศ มีขนาดสูงประมาณ 250 ซม. ประดิษฐานอยู่บนแท่นสองชั้น ด้านหลังองค์เทวรูปเป็นแผ่นหินกลม มีสี่พระกร ทรงวัชระ ปาศะ ทันตะ และหม้อ(หรือขัน )น้ำ ประทับนั่งในลักษณะแยกพระชงฆ์ออกจากกันโดยฝ่าพระบาททั้งสองข้างหันเข้าหากัน ทรงเครื่องเทวพัสตราภรณ์ประดับด้วยงูและหัวกะโหลก ซึ่งถือเป็นลักษณะทางประติมากรรมที่ได้รับอิทธิพลจากชวา ความน่าสนใจของเทวรูปองค์นี้ก็คือ ออกแบบโดย ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี และมี นายชิ้น ชื่นประสิทธิ์ เป็นผู้หล่อ โดยหล่อขึ้นจากปูนซีเมนต์ทั้งองค์ นับเป็นเทวรูปขนาดใหญ่ที่มีความงดงาม และถือเป็นต้นแบบของพระพิฆเนศวรที่วิทยาลัยนาฏศิลป์ทั่วประเทศ ในการจัดสร้างเพื่อประดิษฐานประจำยังวิทยาลัยนั้นๆ รวมถึงเป็นต้นแบบในการจัดสร้างวัตถุมงคลของทางกรมศิลปากรอีกด้วย

ขอบคุณ สถานที่ : วัดเทพมณเฑียร, เทวสถานโบสถ์พราหมณ์, วิทยาลัยนาฏศิลป์ กรุงเทพมหานคร และ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

ขอบคุณ ภาพ : เพจ - Aksorn Pichai และ เพจ - นัท จุลภัสสร