“รมว.สธ.”โวไทยนิยมยั่งยืนลดค่ารักษาพยาบาลหมื่นกว่าล. ชี้ลดเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพ มั่นใจมีหมอประจําครอบครัวย่นเวลาคอยในโรงพยาบาลใหญ่น้อยลง เชื่อชาวบ้านมีความเป็นอยู่ดีขึ้น

เมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่กระทรวงสาธารณสุข น.พ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงงานดูแลสุขภาพประชาชน ตามกรอบ “ไทยนิยม ยั่งยืน เพื่อร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ” ว่า ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข มี 4 กิจกรรมได้แก่ 1.โครงการ อสม. 4.0 เพื่อพัฒนาให้มีความรู้มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น ในการดูแลประชาชน โดยให้มีการพัฒนาอสม.ทั่วประเทศ 1,030,000 คน ให้สามารถปฏิบัติงาน ด้านสาธารณสุขในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเป็นบุคลากรที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด 2.โครงการมหัศจรรย์ 1,000 วัน ส่งเสริมพัฒนาการเด็กผ่านเครือข่ายชุมชน เพราะเด็กคืออนาคตที่สําคัญของประเทศ ต้องได้รับการพัฒนาเด็กไทยให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเครือข่ายชุมชนในการค้นหา คัดกรอง และกระตุ้นพัฒนาการเด็กล่าช้าให้ได้รับการกระตุ้น ให้เด็กไทยฉลาดขึ้น เติบโตสมวัย สมส่วน

น.พ.ปิยะสกล กล่าวต่อว่า 3.โครงการสร้างอาชีพสําหรับผู้ลงทะเบียนรายได้น้อย ผ่านการอบรมนวดไทย 5,000 คน เพิ่มพูนความรู้ทักษะความสามารถด้านการนวดไทยเพื่อสุขภาพ และสร้างอาชีพ สร้างรายได้ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถนําไปประกอบอาชีพ รวมทั้งการสร้างผู้ช่วยพยาบาล 5,000 คน เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานในการดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาลให้ผู้ป่วยได้รับการบริการที่ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น และ 4. โครงการติดตามผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติดให้มีประสิทธิภาพ โดยกลไกคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิต และระบบสุขภาพอําเภอ หรือ พชอ. เพื่อเพิ่มประสิทธิผลการติดตามผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติดในระบบสมัครใจ ทั้งนี้มั่นใจว่าโครงการจะเข้าถึงและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีสุขภาพแข็งแรง มีครอบครัวที่อบอุ่น มีสังคมที่ปลอดภัย นําพาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนได้เพิ่ม

“ 4 กิจกรรมได้ดำเนินการแล้ว เพื่อให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการที่มี คุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ แก้ปัญหาตามบริบทของพื้นที่ คือโครงการหมอครอบครัว ซึ่งผลวิจัยพบว่า การจัดให้มีหมอประจําครอบครัวจะสามารถลดระยะเวลาการรอคอยในโรงพยาบาลใหญ่จาก 172 นาที ถึง 44 นาที ลดการตายในทารกแรกเกิดได้ร้อยละ 10-40 ลดค่าเดินทางของประชาชนไปโรงพยาบาลได้1,655 บาท/คน รวมทั้งลดค่าใช้จ่ายสุขภาพได้ถึงร้อยละ 25-30 ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศปีละ 50,000 ล้านบาท และโครงการ พชอ. ที่ส่งเสริมการทํางานแบบประชารัฐ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้ดีขึ้น โดยเน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ขยะและสิ่งแวดล้อม”รมว.สาธารณสุข กล่าว