แสงไทย เค้าภูไทย

เสียงเรียกร้องกัญชาถูกกฎหมายสร้างกระแสเป็นระยะๆ หลังสุดอ้างลาวเปิดเสรี ทำให้เพิ่มสินค้ามืดอีกชนิดเสริมยาบ้าที่ทะลักเข้ามามูลค่านับพันๆล้าน ซ้ำเติมด้วยยาเสพติดนานาชนิดจากเมียนมาร์ เป็นนัยที่รัฐบาลและสังคมต้องหาทางแก้ปัญหาเร่งด่วน

ยิ่งระยะนี้ ยาบ้าชุกชุม เฉพาะสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา 3 วันซ้อน จับได้รวมกันเกือบ 10 ล้านเม็ดที่สิงห์บุรี พะเยา เชียงรายมูลค่ากว่า 2,720,000 บาท

แต่ก็ยังไม่ทำลายสถิติที่จับยาบ้าจากลาว 11 ล้านเม็ดเมื่อเดือนมกราคมศก นี้ มูลค่า 3,000 ล้านบาท

แสดงถึงแหล่งผลิตยาบ้าใหญ่ที่สุดในย่านนี้เปลี่ยนแกนไปอยู่ที่ลาว โดยแซงหน้าเมียนมาร์ ไปแล้ว

ขณะเดียวกันมีการโพสต์ข้อความในเฟซบุ้ค เย้ยหยันรัฐไทยที่ยังไม่ยอมให้กัญชาเป็นพืชถูกกฎหมายแบบบุหรี่

โดยเอ่ยอ้างว่าลาวปลูกกัญชาอย่างเสรีกันแล้ว คนไทยที่อยากทำยาเข้ากัญชารักษามะเร็งและโรคร้ายอื่นๆย้ายไปอยู่ลาว กันหมด

ได้รับอนุญาตจากทางการลาวให้ทำยาเข้ากัญชาและผลิตภัณฑ์กัญชาขายได้แล้ว มีการนำสำเนาใบอนุญาตมาโพสต์ให้ดูด้วย

สุดแท้แต่จะคิดกัน เพราะลาวเป็นชาติไม่มีทางออกทะเล พื้นที่เกษตรกรรมมีน้อย จึงจำเป็นต้องหารายได้จากธุรกิจสีเทา สีดำที่ข้ามไปจากไทย และมาจากจีนทดแทน

นายทุนยาบ้า ยาไอซ์ กัญชาจากไทย บ่อนกาสิโนจากไทย จากจีน แปลงเกษตรกรรมระบบพันธะสัญญาจากจีน ฯลฯ

ตอนนี้คนจีนเข้าไปอยู่ในลาวกว่า 500,000 คน คนไทยอีกหลายพันคน ล้วนเข้าไปอยู่ลาวเพื่อทำธุรกิจ และกิจการที่ทำในฝั่งไทยไม่ได้

ทำแล้วก็ส่งเข้าไทย เข้าจีน ตั้งแต่กระแสไฟฟ้าจากเขื่อน มาจนถึงยาบ้าดังที่จับได้ปริมาณทำลายสถิติดังกล่าว

หากทบทวนประวัติศาสตร์ยาเสพติด จะพบว่า ยาบ้า มาแทนที่เฮโรอีนซึ่งพัฒนาจากฝิ่นเพื่อให้มีฤทธิ์แรงขึ้น ซึ่งยาบ้าก็เดินตามรอยจากแรกเริ่มเป็นแอมเฟตามีนเรียกว่ายาม้า แล้วทำให้แรงขึ้นเป็นยาบ้า ยาไอซ์

ดูตามเส้นทางสายยาเสพติด หากจะย้อนทวนเอากัญชามาแทนที่ยาบ้า ยาไอซ์ เหมือนกับที่มันแทนที่เฮโรอีน จะได้ไหม ?

ผลพลอยได้จากการที่กัญชาแทนที่ยาบ้า ยาไอซ์ก็คือ มันอาจจะย้ายนักสูบบุหรี่มาเป็นนักเสพกัญชาแทนที่ได้

เป็นเพียงข้อสมมุติฐาน เพราะคงแทนที่กันไม่ได้ หรือได้ก็ไม่หมด ดังที่ยาบ้ามาแทนที่เฮโรอิน ซึ่งก็ยังแทนที่ไม่หมดร้อยเปอร์เซ็นต์ นานๆก็มีให้จับได้เสียที

หากข้อสันนิษฐานเป็นไปได้จริง ก็จะเป็นการดีต่อสุขภาพของคนไทย เพราะฤทธิ์ของกัญชาแรงน้อยกว่ายาบ้า ยาไอซ์และเฮโรอีนมาก

เทียบกับบุหรี่แล้ว ต่างเป็นพืชเสพติด ออกฤทธิ์ พิษภัยใกล้เคียงกัน

พูดอย่างนี้ คนที่เชียร์กัญชาและกระท่อมก็คงจะเอาไปเป็นน้ำหนักในการเรียกร้อง เร่งเร้าให้รัฐเปิดเสรีพืชเสพติดทั้งสอง

สำหรับบุหรี่ อัตราคนไทยตายจากมะเร็งปอดปี 2557 จำนวน 60,000 คน(ปี 58-59-60 ไม่มีข้อมูล) สาเหตุใหญ่มาจากการสูบบุหรี่

บุหรี่นั้น WHO เตือนว่า นอกจากสารนิโคตินเป็นหลักแล้ว ยังมีสารเคมีอื่นๆอีกราว 7,000 ชนิด ในจำนวนนี้ เป็นสารพิษกว่า 250 ชนิดและสารก่อมะเร็ง 70 ชนิด

โรคถึงตายจากบุหรี่ก็คือมะเร็งปอด โรคเรื้อรังคือโรคระบบทางเดินหายใจ ถุงลมโป่งพองและโรคเกี่ยวข้องเช่น หลอดเลือดหัวใจ หัวใจขาดเลือด หลอดเลือดสมองตีบ กรดในกระเพาะอาหาร สตรีมีครรภ์แท้ง ฯลฯ

ปีหนึ่งๆทั่วโลกสูบบุหรี่รวมกันกว่า 7,300,000 ตัน สูญเสียทางเศรษฐกิจปีละกว่า 5 ล้านล้านบาท

ส่วนไทย รายได้จากบุหรี่ ทั้งจากราคาขาย(ผูกขาด)และจากภาษีสรรพสามิต ปีที่แล้ว 12,500 ล้านบาท โดยเป็นภาษีและอากรสรรพสามิต 9,000 ล้านบาท ทั้งนี้คิดคิดต่อซอง ยกตัวอย่างบุหรี่กรองทิพย์ ราคาซองละ 95 บาท ภาษีสรรพสามิต 59.51 บาท

เทียบกับค่ารักษาพยาบาลคนป่วยจากพิษภัยบุหรี่ไม่ได้เลย

สำหรับกัญชา หากเป็นกัญชาตากแห้งธรรมดา ไม่ค่อยรุนแรงเท่าใด อย่างเก่งก็ หัวเราะระรื่น กินอะไรก็อร่อย ชอบของหวาน สมัยก่อนต้องเข้าคู่กับทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ข้าวหมาก-ข้าวเหนียวตัด

แต่ถ้าสูบมากๆ ติดต่อกันนานๆ จะมีผลต่อจิตประสาท ทำให้เกิดอาการหูแว่ว เห็นภาพลวงตา จิตหลอน เพ้อ คิดสับสน ทำอะไรโดยไม่รู้ตัว

หากถึงขั้นเสพติด จะเกิดอาการสูญเสียความทรงจำชั่วคราว หรือถาวร ความจำเสื่อม สับสน วิตกกังวล ซึมเศร้า ตัดสินใจช้า ขาดแรงจูงใจในการทำงาน สมรรถนะในการทำงานเสื่อมถอยจนถึงขั้น Amotivation Syndrome คือหมดอาลัยตายอยาก

ยิ่งสมัยนี้ ฝรั่งเอาสะใจ เพิ่มฤทธิ์กัญชา จากผลต่อจิตประสาท 4-8% เป็น 20-60% อาการโรคก็ยิ่งรุนแรง

ทั้งนี้โดยนำไปแปรรูปในลักษณะสารสกัด เช่นยางกัญชา(Hashish) น้ำมันกัญชา (Hashish Oil) ที่ใช้ส่วนที่ให้สารสำคัญมากที่สุดคือ Tetrahydrocannabinol(THC) ที่มีมากในช่อดอกหรือ ”กะหรี่”

หากนำไปใช้ในลักษณะสูบ สมัยก่อนผ่านน้ำในบ้องกัญชา ทำให้ลดอาการระคายหรือแสบคอ แต่สมัยนี้ใช้สูบแบบมวนบุหรี่หรือยัดไส้บุหรี่ ยิ่งทำให้อันตรายหนักไม่ต่างกับบุหรี่ เป็นมะเร็งได้เท่าๆกัน

เพราะฉะนั้น อย่าคิดว่าจะเอากัญชามารักษามะเร็งหรือคุณสมบัติทางยาอื่นๆด้านเดียว ให้คิดถึงพิษภัยที่คนไทยมักเอาไปใช้ในทางผิดๆด้วย

อย่างไรก็ดี หากกัญชาถูกกฎหมายแบบแง้มครึ่งประตู ครึ่งหนึ่งยังถือเป็นยาเสพติด อีกครึ่งใช้ทางการแพทย์ก็น่าจะเป็นทางออกแบบรอมชอมได้

โดยให้ปลูกกัญชาได้ ภายใต้การควบคุมแบบแคนาดาและสหรัฐหลายๆรัฐ ยาบ้าก็น่าจะลดหรือหมดไป

แต่ก็มีข้อแย้งว่า ในเมื่อมีการควบคุมการปลูกอย่างเข้มงวด

กัญชาจะเล็ดลอดไปสู่ตลาดยาเสพติดได้อย่างไร ?

ประเด็นนี้ คงต้องไปถามพวกซื้อ พวกเสพยาว่า พวกเขาเข้าถึงยาบ้าได้อย่างไร