สมบัติ ภู่กาญจน์

( ต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว )

กาลครั้งหนึ่ง ขณะที่เมืองไทยเป็นประชาธิปไตยมาได้ 18 ปี

ประชาชนคนไทยคนหนึ่ง เกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นบางประการ จึงเขียนปัญหาไปถามม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ว่า

“ คณะเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อพ.ศ. 75 ทำไปโดยอ้างว่า เพื่อเป็นการนำระบอบประชาธิปไตยมาให้แก่ประชาชน นั้น อยากถามว่า ขณะนี้ นำมาให้แล้วหรือไม่? และเป็นประชาธิปไตยแบบไหน?และมีนิมิตรตรงไหนบ้าง ที่พอจะให้ราษฎรผู้อยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงเช่นข้าพเจ้านี้ ยึดถือและปฏิบัติได้ ”

คำถามนี้เป็น 1 ใน 7 ข้อ ที่ผู้ถามซึ่งใช้นามแฝงว่า “ดาวใต้” เขียนไปหาม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ที่หนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน เมื่อปลายปี พ.ศ.2493 เพื่ออยากฟังคำตอบ ว่านักสื่อสารมวลชนชื่อ คึกฤทธิ์ ปราโมช จะมีความเห็นในเรื่องนี้ว่าอย่างไร

คึกฤทธิ์ ปราโมชนั้นไม่ใช่คณะผู้เปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 แต่เป็นเพียงประชาชนคนไทยวัยหนุ่มคนหนึ่ง ซึ่งเคยมีประสบการณ์เป็นนักการเมืองมา 2 ปี แล้วก็ลาออกจากส.ส. มาลองทำงานด้านสื่อสารมวลชน ด้วยความเชื่อที่ว่า การทำหน้าที่สื่อสารมวลชนให้ดี ก็สามารถจะทำประโยชน์ให้แก่สังคมได้ไม่แพ้อาชีพอื่น นำคำถามของคนไทยท่านนี้มาตอบในคอลัมน์ของตนเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2493 ด้วยข้อความดังนี้

“ ประชาธิปไตยมิใช่ของสำเร็จรูป ที่พอนำมาให้กันแล้ว ก็จะใช้การได้ทันที

ผู้เปลี่ยนแปลงการปกครอง เพียงแต่เปิดทาง ให้ประชาธิปไตยได้ก้าวเข้ามาในประเทศไทยเท่านั้นเอง ต้องเข้าใจกันว่าอย่างนั้นครับ

ส่วนภาระต่อไป ที่จะเป็นประชาธิปไตยกันแบบไหน จะดีหรือเลวอย่างไรนั้น เป็นเรื่องของคนไทยทั้งมวลที่จะต้องช่วยกันทำ ช่วยกันก่อสิ่งที่มีประโยชน์ให้เกิดขึ้นตรงกับที่คนส่วนใหญ่เขาต้องการกันต่อไป

และการที่จะทำให้ประชาธิปไตยอันสมบูรณ์เกิดขึ้นได้ในเมืองไทยนั้น ก็ไม่ใช่การแก่งแย่งแข่งดี หรือการแสวงหาประโยชน์ให้เกิดขึ้นแก่ตนเองหรือพรรคพวก แล้วก็หาเหตุทะเลาะกันให้วุ่น เหมือนอย่างที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้ครับ ”

ณ กาลครั้งนี้ ขณะที่เมืองไทยเป็นประชาธิปไตยมาได้ปีที่ 86 แล้ว ผมอยากถามท่านผู้อ่านว่า คำถามคำตอบอย่างนี้ ฟังแล้วล้าสมัยเกินไปหรือเปล่า?

ผมเองมีความเชื่อว่ายังไม่ล้าสมัย จึงอยากชวนเชิญให้ท่านผู้อ่าน โปรดอ่านซ้ำกันที่คำตอบของอาจารย์คึกฤทธิ์ ที่ว่า “ประชาธิปไตยจะดีหรือเลวอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่ที่คนไทยทั้งมวลต้องช่วยกันคิดช่วยกันทำ ช่วยกันก่อให้เกิดสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่ ให้มากกว่าการแก่งแย่งแข่งดี หรือแอบแฝงกันหาผลประโยชน์เข้าตัวเองหรือพรรคพวก แล้วก็หาเหตุซัดกันให้วุ่น” เหตุการณ์อย่างนี้ เรายังคุ้นหูคุ้นตากันหรือเปล่า ในโลกการเมืองยุคปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม อาจารย์คึกฤทธิ์ตายจากไปแล้วเมื่อปี พ.ศ. 2538 ซึ่งหลังจากนั้นไม่เกินสองปี ประเทศไทยก็มี“สถาบันพระปกเกล้า” ซึ่งผมมีส่วนเกี่ยวข้องเล็กน้อยอยู่บ้างเมื่อครั้งแรกเกิด ก็อุบัติขึ้นมา ในวาระฉลองครบรอบปีที่ 20 เมื่อต้นเดือนกันยายนนี้ สถาบันพระปกเกล้าได้เชิญฝรั่งซึ่งมีนามว่าศาสตราจารย์แลรี ไดมอนด์ นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด สหรัฐอเมริกา ให้มาแสดงทรรศนะเรื่อง‘การรับมือกับวิกฤติประชาธิปไตยโลก’

ซึ่ง กาลครั้งนี้ นักวิชาการฝรั่งผู้นี้ยืนยัน ว่า

ประชาธิปไตยทั่วโลกกำลังอยู่ในภาวะอันตรายเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเหตุ 5 ประการ ดังต่อไปนี้ คือ

1. การถดถอยของประชาธิปไตยและเสรีภาพ (อันมีอยู่ทั่วโลก)

2. นโยบายประชานิยมที่ไม่มีความเป็นเสรีนิยม (คิดดูเองก็แล้วกัน)

3. การแบ่งขั้วทางการเมืองอย่างรุนแรง ผ่านทางโซเชียลมีเดีย (ที่เห็นกันอยู่)

4. การฟื้นคืนของอำนาจเผด็จการในรูปแบบใหม่ (เห็นได้จากจีนและรัสเซีย) และ

5. การเสื่อมถอยในคุณค่าประชาธิปไตยบวกกับความเชื่อมั่นในตัวเองสูง (เห็นได้จากสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป)

โลกกำลังเผชิญกับภัยประชาธิปไตยเหล่านี้ เราต้องพยายามเข้าใจสิ่งที่มันเกิดขึ้น- ไม่เศร้า- และไม่ท้อถอย ในความพยายามทุกวิถีทางที่จะพัฒนาประชาธิปไตยต่อไปในโลก ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นทุกวัน

ไปสู่จุดมุ่งหมายที่ว่า

รัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยต้องเป็นรัฐบาลที่มีคุณภาพสูง..

รัฐบาลที่ดีต้องควบคุมการละเมิดอำนาจ หรือการคอรัปชั่น ได้อย่างมีประสิทธิภาพ..

ขณะที่พยายามรักษากฎหมาย รัฐบาล(ที่ดี)ก็ต้องฟังเสียงประชาชน หรือข้อเรียกร้องของประชาชน โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวกับเสรีภาพ........

นี่คือทรรศนะจากฝรั่ง ซึ่งผมอยากให้เราพิจารณาอันตรายทั้ง๕ และเป้าหมายทั้ง 3 ของรัฐบาลประชาธิปไตยในอุดมคติ กันหลายๆครั้ง ก็จะดี

ซึ่งความเห็นเหล่านี้ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันก็อ่านได้ ( เพื่อเช็คดูว่า รัฐบาลที่เรานำอยู่นั้นเฉียดกับประชาธิปไตยหรือไม่และแค่ไหนเพียงใด)

นายกรัฐมนตรีในอนาคตก็อ่านได้ ( เพื่อที่จะตั้งเป้าหมายไว้ว่า เราจะมีกึ๋น..เอ๊ย..ขอประทานโทษ ..เราจะต้องทำอย่างไรบ้างเพื่อให้ไปสู่จุดหมายนี้ )

ส่วนประชาชนทั่วไป นั้นอ่านเพื่อให้เกิดความรู้ ที่จะนำไปสู่ความคิด...... ( ก่อนที่จะถึงวันเลือกตั้งที่กำลังลุ้นกันอยู่ว่าเราควรทำอย่างไร?)

ครับ - คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตคนไทยคนหนึ่งที่รักเมืองไทยตลอดชีวิต ‘สื่อสาร’ผ่านมวลชนไทยมาแล้ว 68 ปี ว่า ประชาธิปไตยจะดีหรือเลวอย่างไรนั้น เราต้องช่วยกันคิด ช่วยกันเข้าใจ และช่วยกันทำในสิ่งที่เกิดประโยชน์กับคนส่วนใหญ่ .แต่คนที่โตไม่ทัน(หรือยังไม่เกิด)หลายคน กำลังมีแต่ความหงุดหงิด หรือไม่ก็ แบ่งแยกกันสุดขั้วอยู่ในโซเชียลมีเดีย.. ปรากฎการณ์เหล่านี้ ควรมีอยู่ต่อไปหรือไม่ ผมอยากให้ท่านผู้อ่านได้โปรดพิจารณา

ใช้ ‘สติ’ ‘สัมปชัญญะ’ และ ‘ความอดทน’ให้มากขึ้น

ถามตัวเองว่า เราจะทำกันได้หรือไม่ ดีไหมครับ?

กดติดตาม
สยามรัฐ LINE อฟช.
ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน