แม่ฮ่องสอน : เมื่อเร็วๆนี้ ที่บริเวณจุดชมวิวแม่น้ำสองสี อุทยานแห่งชาติแม่เงา ต.แม่สวด อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ราษฎรตำบลแม่สวด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และคณะสื่อมวลชน รับฟังการบรรยายสรุปโครงการศึกษาทบทวนการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนภูมิพล ทั้งทางด้านวิศวกรรม สิ่งแวดล้อม และสังคม โดยมี นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ฝ่ายวิชาการ เป็นผู้บรรยายสรุปในครั้งนี้ ซึ่งกรมชลประทาน ได้ข้อสรุปการศึกษาโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล ด้วยการผันน้ำจากลุ่มน้ำสาละวินจากที่มีปริมาณน้ำอยู่ในประเทศไทยไหลลงสู่ทะเลโดยเปล่าประโยชน์ นำมาเติมเข้าเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก

นายเฉลิมเกียรติ กล่าวว่า ซึ่งจากผลการศึกษา มี 2 แนวทาง ที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด แนวทางที่หนึ่ง คือ การผันน้ำจากลำน้ำยวมตอนล่าง ที่ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งจะมีการสร้างเขื่อนหินถมดาดคอนกรีต เพื่อสูบน้ำไปตามท่ออุโมงค์ความยาวประมาณ 60 กิโลเมตร ไปยังอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล ที่ อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ส่วนแนวทางที่สอง คือการผันน้ำจากแม่น้ำเมย ไปตามท่ออุโมงค์ความยาวประมาณ 16 กิโลเมตร ลงลำน้ำแม่ตื่นระยะทาง 35 กิโลเมตร เพื่อไปลงอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนภูมิพล

นายเฉลิมเกียรติ กล่าวต่อว่า คณะผู้เชี่ยวชาญจากทีมที่ปรึกษาได้พิจารณาแล้วเห็นว่า แนวทางการผันน้ำมาจากแม่น้ำแม่ยวมตอนล่างมาเติมในเขื่อนภูมิพล มีความเป็นไปได้มากกว่า แต่เพื่อสร้างความมั่นใจประกอบการตัดสินใจในเชิงนโยบายของรัฐบาล กรมชลประทานจึงได้ทำการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทั้ง 2 แนวทาง เพื่อคัดเลือกแนวทางที่เหมาะสมที่สุด ผลักดันให้เป็นจริง ซึ่งแม้การดำเนินโครงการดังกล่าว จะใช้เงินลงทุนที่สูง แต่ให้ผลตอบแทนด้านความมั่งคงของทรัพยากรน้ำแก่ประเทศ โดยจะเพิ่มปริมาณน้ำได้ประมาณ 1,800 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ส่งผลให้เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค ภาคการเกษตร และภาคอุตสาหกรรม ในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาได้ในระยะยาว

“ทั้งนี้ รัฐบาลภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีการขยายระยะเวลาการดำเนินงานของยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ จาก 12 ปี เป็น 20 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (2560-2579) โดยได้วางแผนพัฒนาแหล่งน้ำใหม่ รวมทั้งปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำเดิม โดยโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล เป็นอีกหนึ่งโครงการที่สร้างความมั่นคงของด้านทรพยากรน้ำของประเทศ ซึ่งคาดว่า โครงการดังกล่าว จะเริ่มดำเนินการได้ภายในปี 2564” นายเฉลิมเกียรติ กล่าว

ด้านนายเจแฮ พิมพ์วรรณธนา นายกอบต.แม่สวด กล่าวว่า โครงการดังกล่าว หากทางพื้นที่ภาคกลางได้ใช้ประโยชน์จากน้ำคนในพื้นที่ก็ควรได้ใช้ประโยชน์จากน้ำที่ผันไปเช่นกัน โดยต้องการให้สร้างอ่างเก็บน้ำทุกหมู่บ้านเพื่อให้ได้มีน้ำใช้ทุกฤดูกาล นอกจากนี้ในส่วนของราษฏรที่ได้รับผลกระทบทั้งเรื่องที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกิน ถนนหนทาง เจ้าของโครงการควรดูแลและชดเชยให้กับราษฏรที่ได้รับผลกระทบซึ่งเป็นการเสนอแนะที่ทางชุมชนได้แจ้งให้กับเจ้าของโครงการ
++++++++