สมจริงดังเนื้อเพลง “กราวกีฬา” ของท่าน “เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา)” ผู้ใช้นามปากกว่า “ครูเทพ” ที่ว่า “...กีฬาๆ เป็นยาวิเศษ...” โดยแท้ และเป็นจริงแน่กันแบบ “อกาลิโก (อ่านว่า อะ – กา – ลิ - โก)” คือ ให้ผลลัพธ์อย่างไม่จำกัดกาลเวลา

เรียกว่า เมื่อนำหลักการไปปฏิบัติกันเมื่อไหร่ ก็จะได้ผลลัพธ์อันสัมฤทธิ์ หรือสำเร็จ กันเมื่อนั้น

เพราะแม้เพลงกราวกีฬานี้ ถูกแต่งคำร้องโดย “ครูเทพ” มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2477 แต่ทว่า มาถึง ณ วินาทีนี้ การเล่นกีฬา หรือการออกกำลังกายที่ว่า ก็ยังให้ “ผลดี” ต่อผู้เล่นกีฬา หรือผู้ออกกำลังกาย อย่างถูกต้องเหมาะสม ไม่แปรเปลี่ยน

เปรียบไปก็ปรานประหนึ่งว่า “การเล่นกีฬา” หรือ “การออกกำลังกาย” อย่าง “ถูกวิธี” ขอเน้นย้ำว่า “ต้องถูกวิธี” คือ “ยาอายุวัฒนะดีๆ” กันอย่างไรอย่างนั้น

ถึงขนาดที่ล่าสุด ทาง “องค์การอนามัยโลก” หรือ “ดับเบิลยูเอชโอ” หรือที่หลายคนเรียกกันติดปากว่า “ฮู” ก็ยังนำเสนอแนะนำเชิงเป็นห่วงต่อสุขภาพของประชากรโลกกันทีเดียวเชียวว่า “ขอให้ประชากรโลก มาออกกำลังกายกันให้มากๆ เพื่อให้สุขภาพที่ดี”

เรียกว่า เป็นวิธีง่ายๆ แต่ได้ผลชะงัด สำหรับการดูแลสุขภาพ

โดย “ฮู” ได้ออกบทรายงานมา หลังดำเนินการศึกษาวิจัยกันมาแบบระยะยาว คือ ตั้งแต่ปี 2544 จนได้ผลประเมินออกมาว่า ประชากรโลกราว 1.4 พันล้านคน จากจำนวนทั้งสิ้น 7.4 พันล้านคน หรือคิดเป็นมากกว่า 1 ใน 4 ของประชากรโลก “ขาดการออกกำลังกาย หรือออกกำลังน้อยเกินไป ไม่เพียงพอ จนนำไปสู่ความเสี่ยงที่จะล้มป่วยด้วยโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ”

ทั้งนี้ “โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ” ที่จะบังเกิดขึ้นแก่ผู้ที่ขาดการออกกำลังกาย ตามที่ “ดับเบิลยูเอชโอ” ระบุไว้ก็ได้แก่ โรคหัวใจ โรคเบาหวานแบบที่ 2 รวมไปถึงโรคมะเร็งบางชนิด อีกต่างหากด้วย

ว่ากันถึงโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ที่ทาง “องค์การอนามัยโลก” หยิบยกมา ก็ต้องบอกว่า ล้วนเป็นโรคในระดับมฤตยู หรือเพชฌฆาต ที่พร้อมพิฆาตต่อผู้ป่วยด้วยโรคดังกล่าวกันทั้งสิ้น คือ เมื่อได้ป่วยกันแล้ว ก็ล้วนจ่อเหวมรณะ เสี่ยงสูงต่อการเสียชีวิตโดยทั้งสิ้น มิหนำซ้ำ ก็ยังเป็นโรคที่คร่าชีวิตผู้ป่วยทั่วโลกในอัตราสูงกันอีกด้วย

ยกตัวอย่าง “โรคหัวใจ” ซึ่งทาง “องค์การอนามัยโลก” ระบุชี้ชัดกันทีเดียวเชียว่า นี่!...คือ โรคที่คร่าชีวิตประชากรโลกมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง ตลอดช่วงการสำรวจหลายปีที่ผ่านมา โดยตามการประเมินระบุว่า 17.7 ล้านคน คือ ตัวเลขของผู้เสียชีวิตด้วยมฤตยูโรคร้ายนี้เมื่อปีที่แล้ว แซงหน้าทั้ง “โรคมะเร็ง” และ “โรคเบาหวาน” ที่แต่ละปีก็เด็ดชีพผู้ป่วยจำนวนนับล้านคน ซึ่งต้องบอกว่า จำนวนไม่น้อยเช่นกัน

พร้อมกันนี้ รายงานของ “ดับเบิลยูเอชโอ” ยังได้ตำหนิต่อหน่วยงานของทางการที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพของประชากรในแต่ละประเทศด้วยว่า ดำเนินการในอันที่จะกระตุก กระตุ้น เตือนต่อประชาชนพลเมืองของตน ให้มาใส่ใจในการดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกายที่ถูกต้องเหมาะสม “น้อย” กว่าที่ควรจะเป็น

โดยระบุด้วยว่า จำนวนคนออกกำลังกายทั่วโลก มีความคืบหน้าไปน้อยมาก ดังนั้น ทางการของประเทศ จึงต้องดำเนินมาตรการกระตุ้นเตือนให้ประชาชนมีความตระหนักมากกว่าที่เป็นอยู่

รายงานของ “ฮู” ยังระบุย้ำชัดไปถึงกลุ่มประเทศที่มีรายได้สูงด้วยว่า มีอัตราการออกกำลังกายกันน้อยมาก

พร้อมยกตัวอย่าง ประเทศอังกฤษ แดนผู้ดี ที่ถูก “ฮู” จับเข้าไปอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีรายได้สูงแต่ออกกำลังกายกันน้อยเกินไป โดยระบุว่า ประชากรของอังกฤษมีจำนวนทั้งสิ้นกว่า 66 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้มีจำนวนถึง 20 ล้านคน ที่ออกกำลังกายกันน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าว ถือว่าเพิ่มขึ้นตามอัตราเฉลี่ย เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงปี 2544 มีอัตราเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 32 แต่พอมาถึงปี 2559 ตัวเลขของผู้ไม่ออกกำลังกาย หรือออกกำลังกายน้อยเกินไปในอังกฤษ มีจำนวนคิดเป็นร้อยละ 37 และเมื่อแยกย่อยตามเพศภาวะ ก็พบว่า ในจำนวนดังกล่าวเป็นผู้ชายร้อยละ 32 และร้อยละ 40 สำหรับสุภาพสตรี

ทาง “ดับเบิลยูเอชโอ” ยังแสดงความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ดังกล่าวในสหรัฐฯ ที่มีอัตราตัวเลขของผู้ออกกำลังน้อย หรือแทบไม่ได้ออกกำลังกายเลย ในอัตราที่สูงเช่นเดียวกัน

ส่วนกลุ่มประเทศที่มีรายได้ต่ำ ทาง “ฮู” รายงานว่า มีอัตราการไม่ค่อยออกกำลังกายน้อยกว่ากลุ่มประเทศที่มีรายได้สูง โดยมีอัตราเพียงร้อยละ 16 เท่านั้น สำหรับตัวเลขการประเมินเมื่อปี 2559

ติติงไม่ติติงเปล่า แต่ทาง “องค์การอนามัยโลก” ยังได้เสนอแนะการออกกำลังกายให้เหมาะสมต่อการดูแลสุขภาพของแต่ละบุคคล ด้วยว่า ควร “ออกกำลังกายระดับกลางๆ” ให้ได้จำนวนเวลา 150 นาที่สัปดาห์ และ “ออกกำลังกายระดับหนักๆ” ให้ได้สัปดาห์ละ 75 นาที

สอดคล้องกับข้อเสนอแนะของ “สมาคมโรคหัวใจในสหรัฐอเมริกา” ที่ระบุไว้เช่นเดียวกัน

หากมีคำถามว่า แล้วออกกำลังกายขนาดไหนจึงจัดว่า ระดับกลางๆ หรือระดับหนักๆ ก็มีคำตอบว่า

ถ้าออกกำลังกายแล้วทำให้การเต้นของหัวใจของเรา มีอัตราการเต้นอยู่ที่ร้อยละ 50 – 70 ของอัตราการเต้นสูงสุดของแต่ละคน ก็ถือเป็นการออกกำลังกายระดับกลางๆ

ถ้าออกกำลังกายแล้วทำให้การเต้นของหัวใจของเรา มีอัตราการเต้นอยู่ที่ร้อยละ70 – 85 ของอัตราการเต้นสูงสุดของแต่ละคน ก็ถือเป็นการออกกำลังกายระดับหนักๆ

“องค์การอนามัยโลก” ยังได้แนะนำการออกำลังกายด้วยรูปแบบวิธีต่างๆ หลากหลายตามความถนัด และชื่นชอบ หลายรายการด้วยกัน เช่น การเดินเร็ว การปั่นรถจักรยาน การว่ายน้ำปกติ หรือเล่นแอโรบิกในน้ำ การตัดหญ้าแบบใช้เครื่องตัดหญ้าเดินตัด ก็สามารถออกกำลังกายในระดับกลางๆ ได้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การตัดหญ้าฯ ก็ได้ยังประโยชน์ด้านการตกแต่งสสนามหน้าบ้าน หลังบ้าน ไปในตัวเสร็จสรรพ ส่วนการออกำลังกายระดับหนักๆ ก็มีหลายรายการด้วยกัน ได้แก่ การเล่นฟุตบอล การว่ายน้ำแบบเร็ว การวิ่ง หรือการเดินจ็อกกิ้งแบบเร็ว รวมไปถึงการฝึกซ้อมศิลปะการต่อสู้ชนิดต่างๆ เป็นต้น ซึ่งผู้ออกกำลังกาย ก็ต้องพิจารณาว่า กีฬา หรือการออกกำลังกายแบบไหนที่เหมาะสมต่อตน โดยมุ่งเพื่อดูแลสุขภาพของตนให้แข็งแรงเป็นประการสำคัญ

แล้ววันนี้ ท่านผู้อ่านจัดสรรเวลาไปออกกำลังกายกันหรือยังครับ?