เมื่อวันที่ 29 ส.ค.61 ที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแพร่ พระฐาปนพงษ์ ฐานิสโร รักษาการณ์เจ้าอาวาสวัดปางมะโอ ตำบลแม่พุง อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ พร้อมด้วยแกนชาวบ้านปางมะโอ เข้าพบนายธีระ เงินวิลัย ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแพร่ เพื่อติดตามเรื่องที่ดินทำกินของชาวบ้าน ที่มีมานานกว่า 24 ปี และได้ยื่นหนังสือมาประมาณ สองเดือนแล้ว แต่ยังไม่มีมีความคืบหน้า

พระฐาปนพงษ์ ฐานิสโร รักษาการณ์เจ้าอาวาสวัดปางมะโอ กล่าวว่า สำหรับปัญหาของชาวบ้านปางมะโอคือเรื่องที่ดินทำกินของชาวบ้าน ปัญหาการตัดไม้สักที่ปลูกไว้ไม่ได้ หลังจากที่เป็นข่าว ทางรัฐบาลก็มีการสั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาแก้ไขให้กับชาวบ้านระดับหนึ่งแล้ว สำหรับที่ดินที่ชาวบ้านต้องการให้ทางภาครัฐดำเนินการทั้งหมด 1,500 ไร่ 1 งาน 92 ตารางวา ทางนายธีระ เงินวิลัย ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแพร่ กล่าวว่า ในเรื่องนี้ทางสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแพร่ ได้ส่งเรื่องไปยังจังหวัดแพร่แล้ว ที่ล่าช้าเพราะมีการแก้ตัวเลขพื้นที่ทั้งหมด 1,500 ไร่ 1 งาน 92 ตารางวา

ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 23 พ.ค.61 นายสงัด ปัถวี รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมคณะ ได้เดินทางมา ที่ศาลาวัดปางมะโอ ตำบลแม่พุง อ.วังชิ้น จ.แพร่ พร้อมนายวทัญญู ทิพยมณฑา ผู้อำนวยการสำนักสอบสวน1 นายรัตติ สุทธวราภาส เจ้าหน้าที่สอบสวนอาวุโส สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เข้าตรวจสอบข้อร้องเรียนความเดือดร้อนของชาวบ้านปางมะโอ โดยมีนายโชคดี อมรวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ นายธีระ เงินวิลัย ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแพร่ นายปราโมทย์ ยอดแก้ว ผู้อำนวยการสำนักจัดการปฏิรูปที่ดิน สำนักงานปฏิรูปที่ดิน นางสาวธัญพร แพมงคล ปฏิรูปที่ดินจังหวัดแพร่ นายสกุลไชย จุมทอง นายอำเภอวังชิ้น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเพื่อให้ข้อมูลการแก้ปัญหาให้กับชาวบ้านด้วย ในเรื่องนี้นายพงษ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้ให้ความสนใจและพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้านตามนโยบายของรัฐบาล ที่จะคืนความสุขให้กับประชาชน โดยตั้งคณะทำงาน มีนายธีระ เงินวิลัย ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแพร่ เป็นหัวหน้าคณะทำงานแก้ไขปัญหา ซึ่งทำงานแก้ไขปัญของชาวบ้านมีการความก้าวหน้าไปมากแล้ว

ในเรื่อง ทางนายสงัด ปัถวี รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้กล่าวในวันนั้นว่า หากทางราชการเมื่อได้รับเรื่องร้องเรียนของชาวบ้านแล้ว จะต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา 120 วัน ซึ่งถ้ายังไม่เสร็จต้องมีเหตุผลเพียงพอ สามารถขยายเวลาได้อีก 60 วัน ถ้ายังไม่สามารถแก้ไขให้แล้วเสร็จถือว่าไม่มีความตั้งใจในการทำ ให้ส่งเรื่องให้กับคณะกรรมการ ปปช.ในฐานะละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันต่อไป กรณีของบ้านปางมะโอ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะต้องมาช่วยกันเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด บางอย่างอาจต้องแก้กฎหมาย แก้กฤษฎีกา ถ้าจำเป็นก็ต้องดำเนินการ ทางรองเลขาธิการผู้ตรวจการแผ่นดินที่มาไม่มีอำนาจในการจัดการ แต่ในครั้งนี้ต้องการให้เกิดการมีส่วนร่วมในการทำงานร่วมกันมากกว่า