แอสเสท เวิรด์ คอร์ป พัฒนาบ้านโบราณอายุกว่า 150 ปี ริมน้ำปิง จ.เชียงใหม่ สู่โครงการศูนย์การค้า ‘บ้านโบราณเชียงใหม่’ สะท้อนคุณค่าแห่งบริบทท้องถิ่นล้านนา ดึงนักท่องเที่ยวไทย-ต่างประเทศ หวังรายได้ 20 ล้านบาทต่อปี

นายณภัทร เจริญกุล กรรมการผู้จัดการกลุ่มรีเทล บริษัท แอสเสท เวิรด์ รีเทล จำกัด ภายใต้การบริหารงานของ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด หรือ TCC GROUP เปิดเผยว่า บริษัทได้นำบ้านโบราณอายุกว่า 150 ปี ย่านใจกลางเมือง จ.เชียงใหม่ ติดริมแม่น้ำปิงมาพัฒนาขึ้นเป็นศูนย์การค้าแห่งใหม่ภายใต้ชื่อ ‘บ้านโบราณเชียงใหม่ (Ancient House Chiangmai)’ ด้วยงบลงทุน 170 ล้านบาท เพื่อต้องการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมของดั้งเดิมไว้ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้เรื่องราวในอดีต

ทั้งนี้จะมีการบูรณะตัวบ้านใหม่ โดยเน้นการซ่อมปรับปรุงตัวบ้านโบราณโดยวิธีแบบโบราณโดยยังคงรักษาจิตวิญญาณของบ้านรวมทั้งรักษาสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมไว้ พร้อมกับสร้างร้านค้าในรูปแบบเฮือนแป (รูปแบบร้านค้าแบบดั้งเดิมของเชียงใหม่ที่ได้รับอิทธิพลจากภาคกลางในยุคต้นรัชกาลที่ 5 อ้างอิงจากร้านค้าย่านวัดเกตุ) เพิ่มเติมอีกจำนวน 3 หลัง ประกอบด้วยร้านค้าและร้านอาหารจำนวนรวม 7 ร้านค้า เพื่อนำเสนอในรูปแบบศูนย์การค้าเชิงวัฒนธรรมขนาดเล็ก (CULTURAL ANTIQUE MALL) ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ โดยตัวบ้านโบราณในอดีตถูกปรับให้เป็นร้านอาหาร The Chocolate Factory ส่วนร้านค้าเฮือนแปประกอบด้วยร้านค้าของที่ระลึกเชียงใหม่ 6 ร้าน เพื่อสร้างเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

นางสาวสุรภี ขันอาษา ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มศูนย์การค้าภาคเหนือ บริษัท แอสเสท เวิรด์ แอดไวซ์เซอร์รี่ จำกัด กล่าวว่า ด้านกลุ่มเป้าหมายของบ้านโบราณเชียงใหม่นั้นจะเป็นชาวไทย 70% ทั้งคนในเชียงใหม่และนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาเที่ยวเชียงใหม่ และชาวต่างชาติ 30% โดยรวมชาวต่างชาติที่อาศัยในเชียงใหม่ และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวเชียงใหม่ ซึ่งเชื่อมั่นว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ขณะที่ภายในโครงการยังรวบรวมร้านค้าของที่ระลึกอื่นๆ ไว้อีกมากมายเช่น ร้านดอยคำ, Elephant Parade, ROC (Royal Orchid Collection), Kinaree The gallery of Asia, Thai Craft หัตถกรรมไทย และ Fourvector ผนวกกับบ้านโบราณเชียงใหม่อายุกว่า 150 ปี ซึ่งมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามทรงคุณค่า และยังมีสถานที่จัดกิจกรรมริมแม่น้ำปิงบรรยากาศชิคและชิว ซึ่งถือเป็นจุดขายของโครงการที่สามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงคนท้องถิ่นได้อย่างดี

ด้านแผนการประชาสัมพันธ์โครงการ จะมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดเพื่อเพิ่มยอดขายของผู้เช่าให้มากขึ้น โดยการจัดกิจกรรมร่วมกับร้านค้าต่างๆ รวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง และนำเอาเอกลักษณ์ของบ้านโบราณเชียงใหม่มาผสมผสานกับจุดเด่นของร้านค้า รวมถึงการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายและวัฒนธรรมตามเทศกาลต่างๆ เช่น งานสินค้า OTOP งานสงกรานต์ งานยี่เป็ง เป็นต้น ส่วนเป้าหมายหลังการเปิดให้บริการคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ประมาณ 20 ล้านบาทต่อปี