29 ส.ค.61 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว/รองหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาลภายใต้การบริหารประเทศของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้กำหนดยุทธศาสตร์และมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และได้เร่งรัดให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ให้เห็นเป็นรูปธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้จริงจังในการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กระทรวงต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา จัดอันดับสถานการณ์การค้ามนุษย์ของประเทศไทยในจาก “เทียร์ 2 เฝ้าจับตามอง” เป็น “เทียร์ 2” สามารถลดการกระทำความความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ให้ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

ทั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังมีความมุ่งมั่นและต้องการที่จะทำให้ขบวนการค้ามนุษย์ทุกรูปแบบให้หมดไปจากประเทศไทย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จึงได้แต่งตั้งชุดปฏิบัติการในการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติตามคำสั่งที่ 385/2561 โดยได้รวบรวมเจ้าหน้าที่ที่มีความสามารถมาปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเพื่อเร่งรัดในการปฏิบัติการติดตามจับกุมขบวนการค้ามนุษย์หลอกลวงแรงงานข้ามชาติให้หมดไป

จากการสืบสวนทราบว่าขบวนการหลอกลวงแรงงานข้ามชาตินี้มีจุดเริ่มต้นในการหลอกลวงแรงงานเกิดขึ้นจากเอเย่นชาวเมียนมาร์ที่อาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซียมีความต้องการแรงงานจากประเทศเมียนมาร์ซึ่งมีราคาถูกไปทำงานในประเทศมาเลเซียและจะติดต่อไปยังเอเย่นชาวเมียนมาร์ที่อาศัยอยู่ในประเทศเมียนมาร์ เพื่อรวบรวมคนจากรัฐต่างๆ โดยหลอกลวงว่าจะให้ไปประกอบอาชีพทำการเกษตร โรงงาน ประมงหรือก่อสร้าง มีรายได้ดี มีคุณภาพชีวิตการเป็นอยู่ที่ดี การเดินทางไปทำงานทำอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่การปฏิบัติกลับเป็นการลักลอบเดินทางผ่านเข้ามาประเทศไทยตามช่องธรรมชาติตามแนวชายแดนไทย – เมียนมาร์ การเดินทางโดยรถยนต์แบบแออัด ต้องซ่อนตัวในช่องลับของรถซึ่งมีความลำบากและทนทุกข์ทรมานมาก ต้องพักอาศัยในป่าซึ่งไม่มีการดูแลต้องนอนกลางป่า ข้าวและน้ำดื่มไม่เพียงพอ ระหว่างรอรับการนำพาเพื่อไปยังประเทศมาเลเซีย ซึ่งขั้นตอนการขนส่งที่มีความทุกข์ทรมานนี้อยู่ในประเทศไทยโดยขบวนการค้ามนุษย์หลอกลวงแรงงานใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน

อย่างไรก็ตามในขบวนการมีผู้ร่วมกระทำผิดหลายส่วน มีการแบ่งหน้าที่ในการขนส่ง และแบ่งผลประโยชน์ที่ได้จากการหลอกลวงนำพา โดยมีการเรียกรับเงินค่าจ้างนำพาในราคาที่สูงกว่าปกติ รวมถึงการให้แรงงานเป็นหนี้ และเรียกเก็บจากการทำงานที่ปลายทางในรูปแบบเอารัดเอาเปรียบแรงงานหรือรูปแบบสัญญาทาส ชุดปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงทำการสืบสวนสอบสวนขยายผลจนสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามพืนที่ต่าง ประกอบด้วย สภ.ไชยา จว.สุราษฎร์ธานี ( ไชยา 1 ) เมื่อ 25 เม.ย. 61 ช่วยเหลือเหยื่อแรงงานพม่า จำนวน 15 คน ตรวจยึดรถทัวร์ / จับคนขับรถ ข้อหาค้ามนุษย์ฯ 3 คนออกหมายจับ 9 คน จับได้ 6 คน แจ้งข้อ 2 คน , สภ.ไชยา จว.สุราษฎร์ธานี ( ไชยา 2 )เมื่อ 4 พ.ค. 61 ช่วยเหลือเหยื่อแรงงานพม่า จำนวน 9 คน ตรวจยึดรถทัวร์ จับคนขับข้อหาค้ามนุษย์ฯ จำนวน 3 คน ออกหมายจับ - คน,สภ.ควนมีด จว.สงขลา เมื่อ 19 พ.ค. 61 ช่วยเหลือเหยื่อแรงงานพม่า จำนวน 29 คน ตรวจยึดรถยนต์ จำนวน 3 คัน จับคนขับข้อหาค้ามนุษย์ฯ จำนวน 3 คน ออกหมายจับ 9 คน จับได้ 5 คน,สภ.เขาชัยสน จว.พัทลุง เมื่อ 29 พ.ค. 61 ช่วยเหลือเหยื่อแรงงานพม่า จำนวน 37 คน ออกหมายจับ 7 คนจับกุมได้ 4 คน,สภ.การะเกด จว.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 61 ช่วยเหลือเหยื่อแรงงานพม่า จำนวน 8 คน ออกหมายจับ 6 คน จับได้ 4 คน แจ้งข้อหา 1 คน, สภ.บางกล่ำ จว.สงขลา เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 61 ช่วยเหลือเหยื่อแรงงานพม่า จำนวน 8 คน / ออกหมายจับ 9 คน จับได้ 1 คน, สภ.โคกโพธิ์ จว.ปัตตานี เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 61 ช่วยเหลือเหยื่อแรงงานพม่า จำนวน 29 คน ตรวจยึดรถยนต์ 4 คัน /จับคนขับ 4 คน ออกหมายจับ 2 คน จับได้ 1 คน รวมผลการจับคดีค้ามนุษย์ 7 คดี 5 จังหวัดภาคใต้ามารถ ช่วยเหลือเหยื่อแรงงานพม่า จำนวน 135 คนจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 13 คน ขยายผลออกหมายจับ จำนวน 42 หมาย จับกุมตามหมายจับ จำนวน 21 หมายแจ้งข้อหา จำนวน 3 คน

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การปฏิบัติการในครั้งนี้ พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ ที่ปรึกษา (มค 1) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ , ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว รองหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน และ พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 /รองหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน ร่วมกันเปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น จับกุม จากการขยายผลการจับกุมเครือข่ายขบวนการค้ามนุษย์ที่ผ่านมาทั้ง 7 คดี ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้สืบสวนขยายผลนำไปสู่การออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 42 ราย และยังมีผู้ร่วมสนับสนุนขบวนการค้ามนุษย์เกี่ยวกับเส้นทางการเงิน จึงได้มีการเปิดปฏิบัติการ ระดมจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ และตรวจค้นจุดต้องสงสัยในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก จว.นราธิวาส จำนวน 7 เป้าหมาย เพื่อค้นหา และรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทางด้านการเงิน

"จากการเปิดปฏิบัติการในครั้งนี้ ได้จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับแล้วทั้งสิ้น 21 หมายจับ อยู่ระหว่างการติดตามจับกุมอีกจำนวน ๒๑ ราย และจากการตรวจค้นพบพยานหลักฐานเกี่ยวข้องด้านการเงินจำนวนหนึ่ง ซึ่งจะได้มีการซักถามขยายผลในส่วนหลักฐานที่ได้และดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป" พล.ต.ต.สุรเชษฐ์