แสนสิริต่อยอดการเป็นพันธมิตรกับยูนิเซฟกว่า 7 ปีด้วยการนำแพล็ตฟอร์มดิจิทัลสร้างแคมเปญระดมทุนออนไลน์ “บ้านแสนธรรมดา” มุ่งส่งต่อความช่วยเหลือเด็กขาดโอกาสกว่า 3 ล้านคนทั่วไทย

นางสิรินทรา มงคลนาวิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฝ่ายวางแผนองค์กรและพัฒนาความยั่งยืน บมจ.แสนสิริ เปิดเผยว่า แสนสิริ เป็นองค์กรเอกชนรายแรกที่ทำโครงการ ระดมทุนให้แก่องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย โดยนำแพล็ตฟอร์มดิจิทัลมาใช้ระดมทุนผ่านเครือข่ายออนไลน์ เพื่อให้เกิดความสะดวกในการบริจาค เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนยุคปัจจุบันที่คุ้นชินกับการจับจ่ายใช้สอยผ่านสมาร์ตโฟนหรืออินเทอร์เน็ตซึ่งเป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาสังคมเน้นการมีส่วนร่วมกับคนจำนวนมากโดยในปี 2561 นี้ ถือเป็นวาระครบ 7 ปีในการเป็นพันธมิตรหลักกับองค์การยูนิเซฟ และสนับสนุนกิจกรรมของยูนิเซฟมาโดยตลอด เราจึงตั้งใจริเริ่มจัดทำแคมเปญพิเศษ “บ้านแสนธรรมดา” ผ่านช่องทางที่ให้ทุกคนในสังคมสามารถมีส่วนร่วมในการบริจาคเงินได้ง่ายขึ้น

สิรินทรา มงคลนาวิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโสฯบมจ.แสนสิริ

สำหรับแคมเปญ “บ้านแสนธรรมดา” เป็นโครงการระดมทุนออนไลน์ที่เกิดขึ้นด้วยความตั้งใจของแสนสิริ ในการระดมทุนให้แก่องค์การยูนิเชฟ ประเทศไทย อันเกิดจากจุดยืนด้านความรับผิดชอบทางสังคมของแสนสิริเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ขาดแคลนในประเทศไทย ในปัจจัยพื้นฐานต่างๆ ที่อาจดูเป็นสิ่งธรรมดา แต่สำหรับน้องๆ ที่ขาดโอกาสแล้ว ถือเป็นความพิเศษมีค่ามายมาย โดยเงินบริจาคจากโครงการ “บ้านแสนธรรมดา” นั้นจะนำไปช่วยเด็กๆใน4 เรื่องหลัก คือ

1. การศึกษา เพิ่มโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพเหมาะสมสำหรับเด็กทุกคน , 2. ยุติความรุนแรงช่วยคุ้มครองเด็กให้ปลอดภัยจากความรุนแรงในบ้านและจากสังคม ลดการถูกทอดทิ้งและแสวงหาผลประโยชน์รูปแบบต่างๆ3. ความปลอดภัยป้องกันและตรวจสอบเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเกิดเหตุวิกฤติ และพร้อมให้การช่วยเหลือเด็กและครอบครัวในทุกพื้นที่อย่างทันท่วงที และ4.สุขภาพที่ดีการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานจัดหายาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นต่างๆ ให้เด็กที่ยากไร้และเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือการศึกษา การยุติความรุนแรง ความปลอดภัย และ ส่่งเสริมสุขภาพ ซึ่งจะช่วยในการเปลี่ยนชีวิตเด็กไทยหลายล้านคนให้ดีขึ้นได้

ส่วนเป้าหมายของ ‘บ้านแสนธรรมดา’นอกจากจะเป็นการระดมทุนจากทุกภาคส่วนในสังคม โดยเริ่มต้นเพียงคนละ 100 บาท เพื่อช่วยกันให้โอกาสแก่เด็กๆที่ขาดแคลนแล้ว เรายังต้องการชี้ให้เห็นถึงปัญหาของเด็กที่ขาดโอกาสในสังคมไทย เพื่อให้เกิดเป็นพลังสังคม ร่วมมือกันลงมือทำนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นกว่าเดิม เพราะเราเชื่อว่าเด็กคือรากฐานของสังคมที่ดีและสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมหรือ Social Change ได้ในอนาคตดังนั้นการได้มอบโอกาสให้เด็กได้มีพื้นฐานคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นสำหรับเราทุกคน”นางสิรินทรา กล่าวเสริม

นายโธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า ยูนิเซฟมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับแสนสิริในฐานะพันธมิตรหลักอย่างเป็นทางการซึ่งมีเจตนารมณ์เดียวกันตลอด7ปีและจากนี้ต่อไปด้วยแนวคิด“Children are everyone’s business” หรือเรื่องของเด็กเป็นเรื่องของเราทุกคนแสนสิริถือเป็นตัวอย่างที่ดีของภาคเอกชนที่มีส่วนร่วมในการสร้างโอกาส ที่เท่าเทียมกันในสังคมโดยเฉพาะแก่เด็กๆที่ขาดแคลน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแคมเปญนี้จะได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนของสังคมต่อไป