เสือตัวที่ 6

ภายหลังจากการมีพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 มีผลบังคับใช้ ได้ส่งผลให้สถานศึกษาของรัฐเกือบทุกแห่งที่อยู่ในระดับเดียวกันกับสถานศึกษาเอกชน ตกอยู่ในสภาพที่อ่อนแอลงเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง ด้วยมีจำนวนนักเรียนในแต่ละสถานศึกษาของรัฐ ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด สะท้อนค่านิยมและแนวคิดของคนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดีว่า นิยมชมชอบสถานศึกษาในแบบใด รวมทั้งอาจสร้างโอกาสที่ผู้ใหญ่ที่เห็นต่างจากรัฐ หล่อหลอมเด็กและเยาวชนให้มีแนวโน้มพฤติกรรมไปในทางที่เป็นผลกระทบเชิงลบต่อความมั่นคงของชาติในที่สุด ปรากฏการณ์สำคัญคือ สถานศึกษาทางศาสนาอิสลามอย่างเดียวที่เรียกว่า “ปอเนาะ” หลายแห่ง ได้แปรสภาพไปเป็นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาในจำนวนที่มากขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งเป็นได้ทั้งแง่ดีที่เป็นโอกาสให้เกิดการจัดระเบียบสถานศึกษาในพื้นที่ให้เข้ามาอยู่ในระบบของรัฐ และแง่ลบที่อาจช่องทางให้เกิดการแยกเด็กและเยาวชนที่มีความเชื่อในหลักศาสนาในพื้นที่ออกจากกันตั้งแต่ในวัยเยาว์ อันส่งผลตรงข้ามต่อแนวคิดพหุวัฒนธรรมของภาครัฐ

ด้วยพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 ที่ให้ระบบการศึกษาที่เปิดกว้างให้แก่ชาวไทยมุสลิมในสนับสนุนให้การศึกษามีทางเลือกหลากหลายมากขึ้น ซึ่งการเกิดขึ้นอย่างก้าวกระโดดของโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนสำคัญประการหนึ่งคือการได้รับเงินอุดหนุนจากภาครัฐในการสนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนที่ศึกษาในสถานศึกษาเอกชนสอนศาสนาที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้กลุ่มคนในพื้นที่ต่างเร่งดำเนินการก่อตั้งสถานศึกษาเอกชนสอนศาสนาขึ้นมาหลายแห่ง และการขยายขนาดสถานศึกษาจากเดิมให้สามารถรองรับนักเรียนได้มากขึ้น นั่นก็หมายความว่า สถานศึกษาแห่งนั้น ก็จะได้รับเงินอุดหนุนรายหัวของนักเรียนในสถานศึกษาของตนเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนั้น ด้วยการที่พ่อ-แม่ ผู้ปกครองของนักเรียนในพื้นที่ส่วนใหญ่ ยังคงต้องการให้บุตรหลานของตนได้มีโอกาสศึกษาหลักศาสนาอิสลามอย่างท่องแท้ และการปฏิบัติตามหลักศาสนกิจอย่างเคร่งครัด อันเป็นวิถีชีวิตของพี่น้องชาวมุสลิมอย่างแยกไม่ออก ด้วยหลักศาสนาอิสลามเป็นทั้งชีวิตและจิตใจของประชาชนในพื้นที่อย่างแรงกล้า จึงนิยมส่งบุตรหลานของตนเข้าเรียนในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา ทั้งนี้เพื่อเป็นหลักประกันตามค่านิยมทางสังคมท้องถิ่นที่ยังคงเชื่อมั่นในบรรดาครูสอนศาสนาในสถานศึกษาเอกชนสอนศาสนา มากกว่าครูสอนศาสนาในสถานศึกษาของรัฐ เพื่อต้องการส่งเสริมให้บรรดาบุตรหลานของตนเป็นมุสลิมที่ดี ตรงตามหลักคำสอนทางศาสนา

รวมทั้งการได้รับบริการอย่างหลากหลายจากสถานศึกษาเอกชนสอนศาสนา ที่หลายแห่งให้การอุปถัมภ์ค้ำจุนเด็กและเยาวชนในพื้นที่ที่มีฐานะยากจน ให้มีโอกาสได้เรียนหนังสืออย่างทั่วถึง อันเป็นหลักสำคัญประการหนึ่งทางศาสนาอิสลามที่ผู้มีต้องช่วยเหลือพี่น้องที่ขาดแคลน ในหลากหลายประการ เช่น การที่สถานศึกษามีรถรับ-ส่งนักเรียนจนถึงบ้านพักอาศัยในชุมชนอย่างเพียงพอ การสนับสนุนอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนยากจน และการมีที่พักประจำให้เด็กและเยาวชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากสถานศึกษา ไม่สะดวกในการเดินทางไป-กลับได้ ตลอดจนครอบครัวที่มีฐานะยากจนจนผู้ปกครองไม่มีเวลาในการรับส่งบุตรหลาน โดยงบประมาณส่วนหนึ่งในการใช้จ่ายของสถานศึกษาเอกชนสอนศาสนา ได้มาจากการเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนจากรัฐ และการบริจาคเงินจากคนในชุมชน พ่อ-แม่ ผู้ปกครอง และชุมชนที่พอมีฐานะช่วยเหลือผู้อื่นได้

ประกอบกับการดำเนินการตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 ได้มีการจัดตั้งสำนักงานการศึกษาเอกชน(สช.) ในระดับจังหวัด และระดับอำเภอขึ้นอย่างเร่งรีบ ทั้งการเร่งรีบจัดตั้งและการเร่งรีบจัดหาบุคลากรเข้าบรรจุในหน่วยงานในครั้งนั้นดังกล่าว ได้เปิดช่องว่างให้ผู้บริหารบางคนของสถานศึกษาเอกชนสอนศาสนาอิสลามขนาดใหญ่บางแห่งในพื้นที่ จชต. มีโอกาสสนับสนุน ผลักดันบุคคลที่มีสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับตน เข้าบรรจุเป็นบุคลากรใน สช.จังหวัดและ สช.อำเภอ มากเป็นพิเศษ เพื่อส่งคนเข้าเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน และเอื้อประโยชน์ให้สถานศึกษาเอกชนสอนศาสนาในพื้นที่ได้อย่างมีพลัง

ดังที่ปรากฏข้อมูลการตรวจสอบรายชื่อนักเรียนที่ได้รับเงินอุดหนุนรายหัวจากกระทรวงศึกษาธิการ ในห้วงปี 2556 – 2558 โดยสถานศึกษาในพื้นที่กว่า 256 แห่ง ต้องถูกเรียกคืนเงินอุดหนุนนักเรียนรายหัวที่มีรายชื่อนักเรียนซ้ำซ้อน ส่อไปในทางทุจริต จากสถานศึกษาเอกชนสอนศาสนา เป็นเงินกว่า 134 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในความหละหลวมในการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลการอุดหนุนการศึกษาของรัฐที่มีต่อสถานศึกษาเอกชนสอนศาสนาให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ตั้งไว้

แรงจูงใจจากผลประโยชน์มหาศาลที่รั่วไหลในสถานศึกษาเอกชนสอนศาสนาอิสลามในจังหวัดชานแดนภาคใต้ จากการดำเนินงานของรัฐบางแห่ง ในรูปแบบของธุรกิจการศึกษา ส่งผลให้สถานศึกษาเอกชนสอนศาสนาอิสลามในพื้นที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ด้วยปัจจัยสำคัญประการหนึ่งคือ การได้รับเงินอุดหนุนนักเรียนรายหัวจากรัฐบาล ในอัตราต่างๆ ดังนี้ ระดับชั้นอนุบาล 11,667 บาท ประถม 11,367 บาท มัธยมต้น 13,660.50 บาท และมัธยมปลายสามัญ 13,960.50 บาท ดังนั้น จึงเกิดสถานศึกษาเอกชนสอนศสานาอิสลามที่แปรสภาพจากปอเนาะขึ้นมาอย่างมากมาย รวมทั้งสถานศึกษาที่มีอยู่เดิมก็พยายามขยายฐานนักเรียนให้มากขึ้น การมีเด็กและเยาวชนในสถานศึกษาเอกชนสอนศาสนาที่ควบคุมโดยคนในพื้นที่ส่วนหนึ่ง ทำให้แกนนำผู้ไม่หวังดีต่อรัฐ ใช้โอกาสนี้ในการจัดตั้งสมาชิกและเป็นแหล่งผลิตกำลังรบ ตลอดจนแนวร่วมขบวนการแบ่งแยกดินแดน ส่งผลให้การขับเคลื่อนการต่อสู้ของขบวนการแห่งนี้ ยังคงดำรงความต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายสิบปี