ชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์

เพื่อการซึมซับพื้นที่ที่เคยเป็นหนึ่งในอดีตศูนย์กลางอันยิ่งใหญ่ของ อาณาจักรศรีวิชัยŽ ซึ่งมีอำนาจเหนือช่องแคบมะละกายุคศตวรรษที่ 6-13 และเกี่ยวเนื่องมาถึง ชายแดนใต้Ž และอีกหลายพื้นที่ของประเทศไทย ผู้เขียนจึงตัดสินใจเดินทางไปเกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย เป้าหมายหลักคือเมืองปาเล็มบัง-จัมบี หลังสัมผัสวิถีชีวิตผู้คน ทั้งบ้านเรือน ร้านค้า สารพัดเรือขายสินค้าที่ลอยล่องตลอดสองฝั่งแม่น้ำมูสิอันกว้างใหญ่ และใช้เวลานั่งรถตระเวนชมบรรยากาศเมืองปาเล็มบัง สิ่งที่ได้พบเห็นในโลกสมัยใหม่ ล้วนสะท้อนประวัติศาสตร์ว่าด้วย อาณาจักรศรีวิชัยŽ ผสานความเป็นสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นชื่อมหาวิทยาลัยศรีวิชัย (Universitas Sriwijaya) พิพิธภัณฑ์ ร้านค้า ฯลฯ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานที่น่าสนใจแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมของชาวบ้านที่มักไปเยี่ยมเยือน คือ ร่องรอยประวัติศาสตร์บริเวณอุทยานโบราณคดี Bukit-Siguntang (Seguntang หรือ Siguntang Mahameru) ลักษณะเป็นเนินเขาสูง 29-30 เมตร ตั้งอยู่ห่างจากแม่น้ำมูสี (Musi) เส้นเลือดใหญ่ของเมืองปาเล็มบังประมาณ 3 กิโลเมตร ณ ที่แห่งนี้มีแหล่งโบราณคดีสำคัญหลายแห่ง เชื่อกันว่าเกี่ยวเนื่องกับอาณาจักรศรีวิชัยและเป็นดินแดนดั้งเดิมของ ชาวมาเลย์Ž

ปี ค.ศ.1920 บนเนินเขาแห่งนี้ มีการค้นพบรูปปั้นพระพุทธรูปทำจากหินแกรนิตแบบอมราวดีที่พัฒนาในอินเดียใต้ยุคประมาณศตวรรษที่ 2-5 ขนาดความสูง 277 เซนติเมตร เริ่มแรกมีการพบส่วนศีรษะก่อน ก่อนที่อีกหลายเดือนต่อมาจึงพบส่วนของร่างกาย รูปปั้นนี้ถูกจัดแสดงไว้ใน พิพิธภัณฑ์สุลต่านมะห์มุด IIŽ ซึ่งผู้เขียนมีโอกาสได้ไปเยือนในเวลาต่อมา นอกจากนี้บริเวณเนินเขายังพบรูปปั้นหิน พระพุทธรูป อีกหลายประเภท รวมถึงมีก้อนหินรูปทรงแปลกตาวางอยู่กระจัดกระจายไปทั่ว รู้จักกันในชื่อ Siguntang Hill Conscious Stone ส่วนทางด้านใต้ของเนินเขายังมีโบราณสถาน เครื่องเซรามิคจากจีนสมัยราชวงศ์ถังและราชวงศ์ซ่ง หินจารึก 2 ชิ้น คือ หิน Tuwa Talang และ Kedukan Bukit Inscription Stone ที่สำคัญ คือ สุสานโบราณที่เชื่อมโยงเรื่องราวเกี่ยวกับชาวมาเลย์-ศรีวิชัย และขุนนาง โดยมีร่างผู้เสียชีวิตถูกฝังอยู่บริเวณนี้รวม 7 ร่าง

ใน วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี บันทึกข้อมูลว่า ตามต้นฉบับของ Sulalatus Salatin Bukit Siguntang เชื่อกันว่าเป็นบ้านเทพธิดาแห่งหนึ่งชื่อ Sang Sapurba คือบรรพบุรุษของมลายูผู้ครองอาณาจักรสุมาตราตะวันออก บอร์เนียว และคาบสมุทรมลายู นอกจากนี้ Bukit Seguntang ถือเป็นส่วนหนึ่งของภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของ Mahameru ในตำนานเทพเจ้าฮินดูและพุทธศาสนา

พุทธศาสนาแบบมหายาน เจริญรุ่งเรืองในอาณาจักรศรีวิชัย ประชาชนทางแหลมมลายูเดิมส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนาŽ นี่คือหลักฐานทางประวัติศาสตร์สำคัญเรื่องหนึ่งจากบันทึกของ หลวงจีนอี้จิงŽ ซึ่งเดินทางจากเมืองกวางตุ้ง ประเทศจีน โดยอาศัยเรือของพวกอาหรับผ่าน ฟูนันŽ มาพักที่อาณาจักรศรีวิชัยในเดือน 11 พ.ศ.1214 รวมเวลา 2 เดือน ก่อนจะเดินทางต่อผ่านเมืองไทรบุรี หมู่เกาะนิโคบาร์ กระทั่งถึงเมืองท่าตามพรลิงก์ที่อินเดีย เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา อย่างไรก็ตาม จากเดิมที่นับถือพระพุทธศาสนา เมื่อมีการติดต่อกับพ่อค้าอาหรับมุสลิมที่เดินทางผ่านเพื่อไปยังประเทศจีน ทำให้ต่อมาศาสนาอิสลามถูกเผยแพร่ไปยังอีกหลายพื้นที่ ทั้ง มะละกา กลันตัน ปะหัง หรือ ปาตานี จนกลายเป็น รัฐอิสลามŽ ในที่สุด

ย้อนไปในอดีต ในฐานะแผ่นดินซึ่งเป็นจุดร่วมของ 3 น่านน้ำสำคัญ คือ ทะเลจีนใต้ ทะเลอันดามัน และอ่าวไทย อาณาจักรศรีวิชัยŽ หรือ รัฐศรีวิชัยŽ จึงถือเป็นรัฐแห่งน่านสมุทร กำเนิด เติบโต และผูกพันกับเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบมะละกามายาวนานด้วยทำเลที่ตั้งที่โดดเด่น กลายเป็นชุมชนการค้าตามชายฝั่งริมทะเล เชื่อมโยงกับสถานีการค้าอื่น ๆ ในน่านทะเล โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 5-7 เมื่อเหล่าพ่อค้านักเดินเรือนิยมสัญจรผ่านทางช่องแคบมะละกาอันเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมโลกตะวันออก (จีน)ตะวันตก (อินเดีย) และเชื่อมการค้าแถบหมู่เกาะอินโดนีเซียทั้งหมด

มีหลักฐานทางประวิติศาสตร์ว่า ช่วงอาณาจักรฟูนัน (Funan) บริเวณลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างซึ่งเป็นรัฐที่รุ่งเรืองด้านการค้าขายและการเดินเรือที่สำคัญระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 1-6 และชนชั้นสูงเป็นพวก มาลาโยโพลีนีเซียนŽ ถึงกาลล่มสลาย เกิดอาณาจักรแห่งใหม่ขึ้นมาแทนที่ชื่อว่า อาณาจักรศรีวิชัยŽ หรือ อาณาจักรศรีโพธิ์Ž ก่อตั้งโดย ราชวงศ์ไศเลนทร์Ž ได้รับการเรียกขานว่าเป็น ชาติพันธุ์มลายูโบราณŽ มีอาณาเขตกว้างไกลครอบคลุมถึงแถบคาบสมุทรมลายู เกาะสุมาตรา เกาะชวา ช่องแคบมะละกา ช่องแคบซุนดา และรวมถึงบริเวณภาคใต้ของประเทศไทย

เรื่องจุดกำเนิดคำว่า ศรีวิชัยŽ ศาสตราจารย์ ม.จ.สุภัทรดิศ ดิศกุล เขียนไว้ใน อาณาจักรศรีวิชัยŽ ว่า วารสารของสมาคมรอยัลเอเชียติคสาขามลายู (Journal of the Malaysian Branch of the Royal Asiatic Society) ฉบับที่ 52 เล่ม 2 ค.ศ.1979 (พ.ศ.1522) ศาสตราจารย์ วอลเตอร์ส (G.W.Wolters) แห่งมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์ในสหรัฐอเมริกา ได้รวบรวมเขียนเรื่องความเป็นมาของอาณาจักรศรีวิชัยตั้งแต่ต้นลงมาจนถึงปัจจุบันเป็นภาษาอังกฤษ จึงได้นำมาสรุปเป็นภาษาไทยว่า ใน พ.ศ.2261 บาทหลวงเรอโนโดต์ (Renaudot) ได้ตีพิมพ์คำแปลจดหมายเหตุการเดินทางของชาวอาหรับ 2 คนใน พ.ศ.1394 และกลางพุทธศตวรรษที่ 15 ในจดหมายเหตุการเดินทางฉบับที่ 2 ได้กล่าวถึงอาณาจักรที่มีความสำคัญทางด้านการค้าขายและตั้งอยู่ระหว่างประเทศอินเดียและประเทศจีน มีนามว่า เซอร์เบซา (Serbeza)

อีก 200 ปีต่อมา คือใน พ.ศ.2461 ศาสตราจารย์เซเดส์จึงได้กล่าวว่า อาณาจักรนี้มีนามว่า ศรีวิชัยŽ ด้วยการเปรียบเทียบกับคำภาษาอาหรับว่า สรีบุซา (Sribuza) และคำภาษาจีนสมัยราชวงศ์ถังว่า ซิ ลิ โฟ ชิ (Shih-Li-fo-shih) และท่านได้กล่าวว่า เป็นอาณาจักรที่มีกล่าวไว้ในจารึก พ.ศ.1229 บนเกาะบังกา ในศิลาจารึกวัดเสมาเมือง จ.นครศรีธรรมราช พ.ศ.1318 (ซึ่งบางท่านก็กล่าวว่าน่าจะมาจากวัดเวียง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี มากกว่า) และบรรดาจารึกของราชวงศ์โจฬะในประเทศอินเดียภาคใต้ในพุทธศตวรรษที่ 16 ศาสตราจารย์เซเดส์เชื่อตามความคิดเห็นของศาสตราจารย์เกรินเนเวลดต์ (Groeneveldt) ใน พ.ศ.2419 ว่าอาณาจักรศรีวิชัยนี้เป็นของชาวมลายู และมีราชธานีตั้งอยู่ที่เมืองปาเล็มบัง ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะสุมาตรา แต่ใน พ.ศ.2461 ดินแดนแถบเมืองปาเล็มบังก็ไม่มีซากโบราณสถานมาก จนกระทั่งศาสตราจารย์เซเดส์จำต้องกล่าวว่า ผู้ปกครองอาณาจักรศรีวิชัยมัวแต่ยุ่งเกี่ยวกับการควบคุมการเดินทางในช่องแคบมะละกา จนกระทั่งไม่มีเวลาที่จะมาสร้างศาสนสถานมากมายดังเช่นในเกาะชวาได้

ก่อนหน้านั้น ใน พ.ศ.2447 ศาสตราจารย์เปลลิโอต์ (Pelliot) นักปราชญ์ฝรั่งเศสอีกท่านหนึ่งก็สนใจในอาณาจักรศรีวิชัยซึ่งขณะนั้นยังเชื่อกันว่าชื่อ ศรีโภชะŽ ในขณะนั้นศาสตราจารย์เปลลิโอต์เชื่อว่าอาณาจักรศรีวิชัยตั้งอยู่บนเกาะชวามาก่อน และเพิ่งมาตั้งอยู่บนเกาะสุมาตราตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 12 ลงมา รวมทั้งเชื่อตามศาสตราจารย์บีล (Beal) ซึ่งได้กล่าวไว้ตั้งแต่ พ.ศ.2429 ว่า ราชธานีของอาณาจักรศรีวิชัยอยู่ที่เมืองปาเล็มบัง

ต่อมา มีข้อถกเถียงมากมายเกี่ยวกับเรื่อง ที่ตั้งŽ ของอาณาจักรศรีวิชัย เช่นที่ พลตำรวจตรี สรรเพชญ ธรรมาธิกุล เขียนไว้ใน ตามพรลิงค์ ศรีวิชัย อาณาจักรที่ถูกลืมŽ บอกเล่าถึงประวัติศาสตร์ราชอาณาจักรทะเลใต้ หรือเช่นเดียวกับที่ เสนีย์อนุชิต ถาวรเศรษฐ อนุกรรมการและเลขานุการ คณะอนุกรรมการตรวจสอบหลักฐานอาณาจักรศรีโพธิ์ วุฒิสภา เขียนไว้ในหนังสือ สยามประเทศไม่ได้เริ่มต้นที่สุโขทัยŽ เน้นย้ำถึง ศรีโพธิ์Ž มหาอาณาจักรนอกประวัติศาสตร์ (รัชกาลที่ 1 พ่อหะนิมิต)