ศ.ดร.ไชยา ยิ้มวิไล

การปฏิรูปประเทศกำลังคืบหน้ามามากพอสมควรแล้ว โดยได้กำหนด “ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี” หรือ “เป้าหมายและทิศทางของประเทศใน 6 ด้าน” เรียบร้อยแล้ว และขณะที่กำลังปั่นบทความอยู่ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของ “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวิชราลงกรณ บดินดรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10” ที่จะ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมลงมา แต่ “การปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน” นั้นเพื่อสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีได้ประกาศใน “ราชกิจจานุเบกษา” เรียบร้อยแล้ว

ท่านรองนายกรัฐมนตรี ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม ได้ไปเปิดเผยที่จังหวัดนครศรีธรรมราช กับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกับมูลนิธิไทยรัฐ ซึ่งจัดอบรมสัมมนาผู้บริหารโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 107 แห่งทั่วประเทศประจำปี 2561 ภายใต้หัวข้อ “การเตรียมคนไทยเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่าน” โดยท่านรองนายกรัฐมนตรี ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม เป็นประธานในพิธีและเป็นองค์ปาฐกในงานด้วย

ทั้งนี้ ท่านรองนายกฯวิษณุ โปรดมากกับคำว่า “ยุคเปลี่ยนผ่าน” เนื่องด้วยปัจจุบันประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านตาม “กระแสโลกาภิวัฒน์” ที่ทุกสรรพสิ่งล้วนผันผวนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วแทบทุกมิติ ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงในยุคเปลี่ยนผ่านในครั้งนี้ ประเทศไทยจึงมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านสู่ “ยุคนวัตกรรม-ยุควิจัย-และพัฒนา-ยุคเทคโนโลยี” เพื่อเตรียมพร้อมคนไทยเข้าสู่ “สังคมบริบทยุคใหม่”

ขอย้ำว่า รองนายกฯ วิษณุกล่าวต่อไปว่าชอบคำว่าเปลี่ยนผ่านประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเวลานี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกคนจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมและรู้เท่าทัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำอยู่คือ “ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี” หรือเป้าหมายและทิศทางของประเทศใน 6 ด้าน 1.ยุทธศาสตร์ด้านการเมืองการปกครอง 2.ด้านความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ 3.ด้านการพัฒนากำลังคนหรือทรัพยากรมนุษย์ 4.ด้านการลดความเหลื่อมล้ำ 5.ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ6.ด้านการจัดระเบียบสังคมและกลไกราชการ

รองฯวิษณุ กล่าวด้วยว่า ทั้ง 6 ยุทธศาสตร์เมื่อมีการประกาศใช้บังคับแล้วทุกคนที่เกี่ยวข้องจะต้องปฏิบัติตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะหากใครไม่ดำเนินการถ้าถูกร้องเรียน จะมีขั้นตอนในการลงโทษถึงขนาดส่งเรื่องให้ “คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ” หรือป.ป.ช. ดำเนินการเอาผิดได้ คาดว่าน่าจะเริ่มใช้แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2561 เป็นต้นไป และเนื่องจากการดำเนินงานของโรงเรียนไทยรัฐวิทยามีแผนยุทธศาสตร์โรงเรียนมาแล้วถึง 4 ฉบับ จึงอยากให้มีการกำหนดแผนยุทธศาสร์ของโรงเรียนให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20ปีด้วย

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า นอกเหนือจากยุทธศาสตร์ชาติแล้ว ช่วงยุคเปลี่ยนผ่านนี้รัฐบาลยังได้จัดทำแผนปฏิรูปประเทศที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ใน 13 ด้าน ได้แก่ 1.ด้านการเมือง 2.การบริหารระบบราชการแผ่นดิน 3.กฎหมาย 4.กระบวนการยุติธรรม 5.เศรษฐกิจ 6.สังคม 7.สื่อสารมวลชน 8.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 9.พลังงาน 10.สาธารณสุข 11.การปราบปรามการทุจริต 12.การศึกษา และ13.ตำรวจ ทั้ง 13 ด้านรัฐได้ประกาศแล้วว่าการปฏิรูปที่สำคัญที่สุด หากทำไม่สำเร็จประเทศไทยล้มเหลวนั่นก็คือ การปฏิรูปการศึกษาและการปฏิรูปตำรวจ ดังนั้นจึงต้องมีการแยกคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษาออกมาดูแลเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ เช่นเดียวกับการปฏิรูปก็มีคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ

ด้าน 12 และด้าน 13 นั้นเป็นการเพิ่มเข้ามาหากไม่สำเร็จ จึงมีการแยกออกมา ขอย้ำ! จึงมีแผนปฏิรูปที่ประกาศแล้วเพียง 11 แผนเท่านั้น

รองฯวิษณุ กล่าวอีกว่า สิ่งที่รัฐบาลเร่งรัดปฏิรูปการศึกษาไปพร้อมๆ กัน 7 ด้าน 1.แก้ปัญหาที่เด็ก 2.แก้ปัญหาที่ครู 3.แก้ปัญหาที่ตัวโรงเรียน 4.แก้ปัญหาหลักสูตร 5.ตำราเรียน 6.แก้ปัญหาในการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการศึกษา และ7.แก้ปัญหาเรื่องการทดสอบและประเมินผล ที่ผ่านมาการปฏิรูปการศึกษาล้มเหลวเพราะไม่ได้แก้ทั้ง 7 เรื่องนี้ไปพร้อมๆ กัน เมื่อแก้ที่เด็กได้ ปัญหาก็ไปปูดที่ครูและเรื่องอื่นๆ ตามมา จึงต้องแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เคยมาพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาแล้ว!

และรองนายกฯ เห็นว่าทั้ง 7 เรื่องเป็นเรื่องที่ต้องเร่งปฏิรูป นายกฯจึงมอบให้กระทรวงศึกษาธิการไปคัดเลือกโรงเรียนเพื่อนำร่องแก้ไขปัญหาเรื่องเหล่านี้ ทีดีอาร์ไอพร้อมที่จะเข้ามาช่วยดูแลในทุกๆ ด้าน แต่ขอว่าหากโรงเรียนใดเข้ามานำร่องแล้วจะต้องไม่ย้ายผู้อำนวยการโรงเรียนไปที่อื่น เพราะการย้ายผู้บริหารโรงเรียนบ่อย ถือเป็นต้นเหตุของปัญหาในทุกๆ เรื่อง พร้อมทั้งขอให้มีการออกกฎหมายรองรับเพื่อเป็นการันตีว่าไม่ว่ารัฐบาลไหนเข้ามาก็จะสานต่อเรื่องนี้ นายกฯพร้อมจะสนับสนุนโดยพร้อมใช้มาตรา 44 ดำเนินการให้เกิดความรวดเร็ว เรื่องนี้อาจจะต้องใช้เวลาทำความเข้าใจระหว่างกระทรวงศึกษาธิการและทีดีอาร์ไออีกสักระยะหนึ่ง

ในขณะเดียวกันท่านรองนายกฯ วิษณุยังต้องการให้เกิดปรัชญาการศึกษาโดยกล่าวว่า “ขอให้ทุกคนตระหนักว่าปรัชญาการศึกษาแห่งชาติ มุ่งเน้นศักยภาพของผู้เรียนอย่างเต็มที่ เน้นการคิดวิเคราะห์ริเริ่ม สร้างสรรค์ ใฝ่เรียนรู้ คิดประยุทธ์ มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะชีวิตที่ดีเอื้อต่อการดำรงชีวิตส่วนตัว การพัฒนาประเทศ ขอขอบคุณหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ถือเป็นกุศลเจตนาที่ยิ่งใหญ่และหาได้ยากยิ่ง เป็นการเสียสละที่ควรค่าแก่การยกย่องสรรเสริญ ควรที่หน่วยงานอื่นๆ จะเอาเป็นแบบอย่างที่ดีในนการตอบแทนสังคม”

และยังกล่าวอีกว่า “สิ่งที่เรากำลังจะทำไม่ใช่เพราะต้องการเอาใจทีดีอาร์ไอ แต่เพราะเราต้องการได้เด็กที่จบมาแล้วเก่งจริงมีความรู้จริง ได้คนดีมีคุณธรรม มีระเบียบวินัย เคารพกฎกติกา มีสุขภาพที่ดีทั้งอารมณ์ สังคม กาย ใจ ถ้าเรื่องนี้คือละคร ครูและผู้บริหารโรงเรียนไทยรัฐวิทยา นักเรียน ผู้ปกครอง ภาคประชาชน หรือหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในการแสดงด้วย จึงต้องเตรียมตัวให้พร้อม หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล เคยแต่งบทกลอนเอาไว้ว่า กล้วยไม้ออกดอกช้าฉันใด การศึกษาเป็นไปฉันนั้น แต่วันนี้เราอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่าน จะมาเสียเวลาชักช้าอยู่ไม่ได้ โดยเฉพาะการปฏิรูปการศึกษา แต่ทั้งหมดต้องทำด้วยความรวดเร็ว ถูกกฎหมาย สุจริตใจ แบบแผน ยุคนี้เป็นยุค พล.อ.ประยุทธ์ กล้วยไม้ออกดอกช้าฉันใด ปฏิรูปศึกษาทำได้ไว้เช่นนั้น ดังนั้นเราจึงช้าไม่ได้” นายวิษณุกล่าว...จึงขอให้เร่งปฏิรูปโดยเร็วที่สุด!