แสงไทย เค้าภูไทย

มาตรการห้ามจัดงานบันเทิง และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในที่สาธารณะในช่วงทรงบำเพ็ญพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศเป็นเวลา 30 วันและไว้ทุกข์ 1 ปี กลายเป็นความสับสนแก่นักท่องเที่ยว จนสายการบินและเอเยนต์ทัวร์พากันติดตามสถานการณ์และปรับตัว บ้างมองแง่ลบบ้างแง่บวก มีการแชร์ความเห็นไปตามสื่อต่างๆคนที่เข้าใจว่าห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงไว้ทุกข์ 1 ปี ก็โพสต์ว่า “งั้นมาเที่ยวไทยหลัง 1 ปีก็แล้วกัน”บ้างก็ว่า “ ไม่มีฟูลมูนปาร์ตี้ ก็อย่ามาเสียดีกว่า”

รายงานข่าวและบทวิจารณ์บางแห่งก็คาดการณ์ ไกล เช่น Red-light areas told to turn down volume as Thailand enters period of mourning for the King. (สถานที่ที่กำหนดห้ามจะทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงเมื่อประเทศไทยเข้าสู่ห้วงแห่งความอาดูรต่อกษัตริย์ผู้ล่วงลับ)

Western tourists say Thailand’s grief over fallen leader is raining on their parade. (นักท่องเที่ยวชาวตะวันตกบอกว่า ความโศกเศร้าต่อผู้นำที่จากไปของประเทศไทย เป็นเสมือนสายฝนที่ตกลงบนขบวนพาหรด)

การห้ามจัดกิจกรรมบันเทิง ปิดแหล่งเที่ยวกลางคืนที่เรียกว่า “ nightlife” อันเป็นเอกลักษณ์ของกรุงเทพฯและเมืองท่องเที่ยว ที่เป็นหนึ่งในหลายสิ่งดึงดูดใจนักท่องเที่ยว มีผลกระทบมาก

บรรดาสื่อด้านการท่องเที่ยวแนะนำให้นักท่องเที่ยวที่จะมาใช้เวลาวันหยุดในไทยเลื่อนการเดินทางออกไปจนกว่าจะหมดมาตรการห้าม
คงจะเข้าใจผิดว่า ห้ามดื่มเสียทุกที่ ซึ่งต่อมาโฆษกรัฐบาลได้อธิบายว่า เป็นเพียงการห้ามดื่มในที่สาธารณะแต่ในสถานที่ปกปิดมิดชิด ให้บริการได้ตามปกติ แต่มิให้อึกทึกจนเป็นการไม่สำรวม

เช่นเดียวกับกิจรรมบันเทิง เช่นการฉายภาพยนตร์ ก็ให้อยู่แต่ในโรง การแสดงกลางแจ้งให้งดสำหรับผลกระทบ บ้างก็ว่ากระทบมาก อย่างสายการบินในเอเชีย เอเยนต์ทัวร์และเรือท่องเที่ยว บางรายเตรียมพร้อมสำหรับการชะลอตัวในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สายการบินในเอเชียที่ขนนักท่องเที่ยวมาไทยอาทิ Japan Airlines, Korean Airlines , Asiana Airlines และ Jetstar ในเครือของ Qantas Airways พากันปรับแผนการตลาดใหม่หมดส่วนกลุ่มที่มองแง่ดี ว่าไม่มีผลกระทบจากการห้ามจัดกิจกรรมรื่นเริง การจำกัดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่สาธารณะ ให้เหตุผลว่านักท่องเที่ยวล้วนคุ้นชินกับเหตุการณ์ไม่ปกติในประเทศไทยมานานแล้ว โดยเฉพาะความขัดแย้งทางการเมืองมาตลอด จนเห็นเป็นเรื่องปกติ“ทั่วโลกล้วนมีเหตุการณ์แบบนี้กันทั้งนั้นจนชาวโลกจัดให้มันเป็นความตื่นตระหนกสากล(internationalized all of these shocks)ไปแล้ว” อึ้งว่า

“หรือแม้แต่เกิดการระเบิด(ศาลพระพรหม) แทนที่นักท่องเที่ยวจะยกเลิกการจอง กลับกลายเป็นจองเพิ่มขึ้นมาอีก”“ รัฐบาลไทยให้ความสำคัญแก่แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมมาก มีการตัดถนนและสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มขึ้นตลอดเวลา มีการขยายสนามบิน”สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นจำนวนนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ คาร์นิวาล คอร์ป.เจ้าของคอสต้า ครุยส์ เรือสำราญจากฮ่องกง ที่กำหนดจะมาเยือนภูเก็ตปลายเดือนนี้โฆษกสาวของบริษัทบอกว่า เหตุการณ์สวรรคตไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการมาเที่ยวของลูกทัวร์เห็นว่าเป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบในระยะสั้นๆเท่านั้น จากนั้นก็จะกลับเป็นปกติเชื่อว่า หลังตุลาคมไปแล้วสถานการณ์การท่องเที่ยวของไทยจะค่อยๆกลับคืนสู่ภาวะปกติ

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวทำรายได้เข้าประเทศคิดเป็นมูลค่าถึง 10% ของจีดีพีของไทย การหดตัวของการส่งออก ทำให้รัฐบาลต้องหันมากระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศด้วยการลงทุนภาครัฐและการอัดฉีดงบประมาณลงไปในชนบท ภาคเกษตรและธุรกิจขนาดย่อมถึงกว่า 18 ,000 ล้านดอลลาร์ สำนักข่าวนานาชาติรายงาน

ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ส่วนใหญ่เป็นชาวจีนเข้าประเทศถึง 7.9 ล้านคน เพิ่มขึ้นถึง 70% จากปี 2014
สำหรับชาติอื่นๆ เมื่อรวมกันแล้ว นาย คี เจา อึ้ง นักวิเคราะห์การลงทุนของ RHB Capital Bhd. ในกัวลาลัมเปอร์ เชื่อว่า มาตรการของรัฐบาลไทยกับกิจกรรมบันเทิงและการท่องเที่ยวของไทยในช่วงแห่งความโทมนัสนี้ จะกระทบต่อการท่องเที่ยวในระยะสั้นๆ ไม่กระทบในระยะยาว
โดยเขาประมาณการตัวเลขเติบโตของการทองเที่ยวไทยไว้ว่า ปีนี้ทั้งปี เมืองไทยจะรับนักท่องเที่ยวได้ถึง 33 ล้านคน และปีหน้า 2017 จะเป็น 36 ล้านคน

คาดว่าสัดส่วนนี้จะขยายตัวขึ้นมาอีกในปีนี้ โดยไตรมาสแรก มีนักท่องเที่ยวจีนหลั่งไหลเข้าไทยมากที่สุดเป็นประวัติการณ์อย่างไรก็ดี มาตรการที่ให้คนไทยไว้ทุกข์ 1 ปีนั้น ยังสับสนกันมาก ว่าจะมีข้อห้ามแบบที่ห้ามในช่วงทรงบำเพ็ญพระกุศลในหลวงในพระบรมโกศติดไปหรือไม่
คงจะต้องอธิบายว่า เป็นเพียงการแต่งกายไว้ทุกข์ของคนไทยเท่านั้น ที่ช่วงแรกพากันแต่งชุดดำทั้งชุด

แต่ต่อมาได้อนุโลมให้แต่งชุดสีอะไรก็ได้ที่สุภาพแต่ให้ติดแถบหรือริบบิ้นสีดำ เนื่องจากประชาชนที่ต้องประกอบอาชีพนอกบ้านส่วนใหญ่ไม่สะดวกในการใส่ดำทั้งชุด หรือบางส่วนไม่มีกำลังซื้อเสื้อผ้าชุดดำทั้งชุดเป็นเพียงข้อห้ามสัญลักษณ์ ไม่ครอบคลุมไปถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเมืองไทยยังคงเป็น Land of Smiles ดังเดิมเพียงแต่เป็นยิ้มเศร้าๆเท่านั้น