เมื่อเวลา 20.15 น. วันศุกร์ที่ 10 ส.ค. 61 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ว่า

สวัสดีครับ พ่อแม่พี่น้องชาวไทยที่รักทุกท่าน

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงดำรงฐานะเป็นทั้งสมเด็จพระอัครมเหสีที่ทรงติดตาม “พ่อหลวง” โดยทรงร่วมทุกข์สุข และทรงสนับสนุนพระราชกรณียกิจนานัปการ อย่างมิได้ทรงย่อท้อ อีกทั้ง ทรงเป็นพระราชมารดาผู้ประเสริฐ โดยทรงอบรมสั่งสอนพระราชโอรส พระราชธิดา ให้ตระหนักในหน้าที่ อันพึงทรงบำเพ็ญต่อชาติบ้านเมือง และอาณาประชาราษฎร์ นะครับ

สำหรับในฐานะที่ทรงเป็น “แม่ของแผ่นดิน” นั้นพระองค์ทรงพากเพียร และมีพระวิริยะอุตสาหะ ประกอบพระราชกรณียกิจทั้งปวง เพื่อให้ประชาชนหาเลี้ยงชีพได้โดยชอบ เป็นปกติสุข บ้านเมืองมีความมั่นคง ไม่แตกแยก เป็นสำคัญ ซึ่งหลักการทรงงานของพระองค์ ที่ทรงยึดถือ คือ “ศาสตร์พระราชา” ของในหลวงรัชกาลที่ 9

อาทิ ทรงให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาใน “ชนบท - ชุมชน” ที่เป็นพื้นฐานของประเทศ อีกทั้งเป็นแหล่งผลิต แหล่งอาหาร และ เกษตรกรรมของคนทั้งประเทศ ทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้าน “จิตใจ” อันจะนำไปสู่ความสุข สันติ และการพัฒนาที่ยั่งยืน อย่างแท้จริง

อีกทั้ง ทรงให้ความสำคัญกับการให้ “โอกาส” แก่ราษฎร ที่จะได้รับการพัฒนา และมีส่วนร่วม อย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา ภายใต้พระบรมโพธิสมภาร เป็นต้น ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปณิธานอันแน่วแน่ ที่จะทรง “สืบสาน รักษา ต่อยอด” หลักการทรงงานและศาสตร์พระราชาดังกล่าว เพื่อสร้างประโยชน์สุขให้กับปวงชนชาวไทยทุกคน จวบจนทุกวันนี้ และตลอดไป

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 รัฐบาลขอเชิญประชาชนร่วมกิจกรรม เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และแสดงความจงรักภักดี ด้วยการประดับธงชาติไทยคู่กับธงพระนามาภิไธย ส.ก. พระฉายาลักษณ์ และตั้งเครื่องราชสักการะ ตามหน่วยงาน อาคาร บ้านเรือน พร้อมจัดสถานที่ลงนามถวายพระพร ตลอดเดือนสิงหาคม

โดยในวันอาทิตย์ที่ 12 สิงหาคม นี้ เวลา 19 นาฬิกา ขอเชิญปวงชนชาวไทยร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะ จุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล และร่วมร้องเพลง“สดุดีพระแม่เจ้า” อย่างพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ นะครับ นอกจากนี้ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกท่าน ร่วมกันสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย

โดยทรงส่งเสริมอาชีพและช่วยเหลือราษฎรให้มีอาชีพเสริม เพิ่มพูนรายได้อย่างกว้างขวาง ภายใต้โครงการส่งเสริมศิลปาชีพ และมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ทำให้เกิดการเผยแพร่มรดกทางภูมิปัญญา ไปสู่นักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างประเทศ เปรียบประดุจทรงเป็น"พระประทีป" ส่องสว่างนำทางพสกนิกรไทย ทั้งชาติ ซึ่งมีส่วนสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ของแต่ละภูมิภาค

รัฐบาลจึงได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย ขับเคลื่อนโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์นะครับ ซึ่งก็เป็นไปตามแนวทางของ “ศิลปาชีพ” เดิม ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถนะครับ ได้ทรงเริ่มต้นไว้ โดยจะจัดงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP ก้าวไกลด้วยพระบารมี” ขึ้น ระหว่างวันที่ 11 - 19 สิงหาคม นี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี นะครับ

สำหรับ “วันแม่แห่งชาติ” ประจำปี 2561 นี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานคำขวัญ ความว่า “เมื่อเรารวมกำลังกันทั้งชาติ ย่อมสามารถช่วยไทยไขปัญหา ผนึกแรงหลอมรวมร่วมปัญญา จักนำพาชาติตนรอดพ้นภัย” ผมเห็นว่าเป็น “สัจธรรม” นะครับ

ที่เราได้พิสูจน์ให้ทั้งโลกได้เห็น “พลังแห่งความสามัคคี” ของคนในชาติจากความสำเร็จในการกู้ภัย “ทีมเยาวชนหมูป่า” ที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ที่ผ่านมา ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ และ “ความรู้ รัก สามัคคี” นี้ จะเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ ให้เราได้เสมอนะครับ ในหลายๆเรื่องด้วยกัน อาทิ โครงการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ที่จะช่วยปลูกฝัง “จิตสาธารณะ” ให้กับประชาชน และเยาวชนไทย ในการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ด้วยกิจกรรมต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และแก้ไขปัญหาให้แก่สังคม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำท่วมในเขตชุมชน ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศนะครับ ปัญหาการจราจร และอื่นๆ เป็นต้น

ในวันนี้ ผมได้เห็นกิจกรรมต่อยอดมากมายนะครับ ในลักษณะ “พลังประชารัฐ” ที่น่าชื่นชมนะครับ ยกตัวอย่างเช่น ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 6 จาก 100ประเทศนะครับ ที่กำลังประสบปัญหาเรื่องการจัดการขยะ เป็นเรื่องร้ายแรงนะครับ โดยในแต่ละปี จะมีขยะรูปแบบต่าง ๆ เกิดขึ้น และ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นกล่องโฟม จากการบรรจุอาหาร วันละ 138 ล้านใบ กระดาษชำระเกือบ 4 ล้านตันต่อปี

ถุงพลาสติก 5,300 ตันต่อปี ขยะจากขวดพลาสติก มากกว่า 3,800 ล้านใบต่อปี หรือ แม้แต่หลอดพลาสติก 500 ล้านหลอดต่อวัน ไม่นับรวมขยะอื่นๆ อีกมากมายนะครับ ทั้งที่ย่อยสลายได้ และย่อยสลายไม่ได้ ขยะพิษ อะไรต่างๆ อีกมากมายนะครับ อันเกิดจากน้ำมือของเราเอง ทั้งชาวชุมชน นักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างประเทศ

ดังนั้น เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการลดภาระสิ่งแวดล้อม ในแหล่งท่องเที่ยว โดยการช่วยกันลดใช้ขยะพลาสติกนะครับ ได้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีไทย ไปพร้อมๆ กับการสร้างกระแสใส่ใจสิ่งแวดล้อม ภายใต้โครงการ “เที่ยวไทยเท่ ไม่สร้างขยะ ลดโลกเลอะ” ที่มุ่งเน้นการรณรงค์ปลูกจิตสำนึก และ กระตุ้นให้นักท่องเที่ยว

ร่วมกันรับผิดชอบต่อทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม ลดการสร้างภาระขยะในแหล่งท่องเที่ยว หรือเรียกได้ว่าเป็น “การท่องเที่ยวแบบรับผิดชอบ” ต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเราสามารถทำง่ายๆ ตามคำแนะนำ เช่น ลดการสร้างขยะ หรือพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง ด้วยการใช้ถุงผ้าขวดน้ำ ปิ่นโต กล่องข้าวส่วนตัวแบบพกพานะครับ หลอดดูดน้ำจากวัสดุธรรมชาติ หรือ ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ และ การใช้ผ้าเช็ดหน้า เป็นต้น

นอกจากนี้ ก็ยังมีโครงการความร่วมมือ ภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติกและขยะอย่างยั่งยืนนะครับ ก็หลายกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกะทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้วยนะครับ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ กระทรวงมหาดไทย และทุกพื้นที่นะครับ วันนี้ผมก็ได้สั่งย้ำไปแล้วว่าในสถานที่ราชการทั้งหมด จำเป็นต้องขจัดขยะเหล่านี้ให้ได้มากที่สุดนะครับ มีการประเมินด้วยนะครับ การใช้ขยะถุงพลาสติกต่างๆ ในสถานที่ราชการ ทุกสถานที่ราชการนะครับ

วันนี้ภาครัฐก็มุ่งเน้นการให้ความรู้กับชุมชน เราต้องรู้นะครับ ว่าจะเกิดภัยอะไรบ้าง ถ้ารู้เราจะได้ไม่ทำ เราต้องปรับพฤติกรรมใหม่ อาจจะลดความสะดวกสบายลงไปบ้าง อีกเรื่องสำคัญก็คือการจัดการขยะอินทรีย์ ที่จะต้องช่วยให้การคัดแยกขยะมีประสิทธิภาพ กรุณาแยกขยะให้หน่อยนะครับ ถึงแม้ว่าบางครั้งจะมีการเก็บ เพราะว่าเรายังมีปัญหาเรื่องของการเก็บขยะ แยกกันอีกต่างหากนะครับ

เพราะเป็นหน้าที่ของหลายหน่วยงานด้วยกัน แล้วงบประมาณในเรื่องนี้ก็ไม่มากนักนะครับ เราต้องช่วยกันลดตรงนี้นะครับ ขยะจะต้องถูกแยกอย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่ชั้นต้น อย่าไปโทษการเก็บ โทษอะไร ต่อไปเราแยกไว้เถิดครับ เดี๋ยวเขาจะได้หาวิธีการที่จะจัดการขยะเหล่านี้ให้ได้โดยเร็วนะครับ ตัวขยะที่คัดแยกได้มีคุณภาพมากขึ้น ใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น รวมความไปถึงในเรื่องของการให้การสนับสนุนผู้ประกอบการรีไซเคิลให้ได้มาตรฐาน อีกด้วย

ทั้งนี้ ผมเห็นว่าความเคลื่อนไหวในการ “รักษ์โลก” ด้วยการควบคุมขยะนั้น เป็นสิ่งที่ดี และสอดคล้องกับกระแสโลก และปัญหาของเราภายในประเทศ นะครับ เรื่องขยะทราบมาว่ามีกลุ่ม Trash Hero นะครับ ผมอยากตั้งชื่อให้ว่า “ผู้พิทักษ์โลกให้ปลอดขยะ” ที่เน้นการปลูกฝังกลุ่มเยาวชน ให้มีจิตสำนึก ร่วมแก้ปัญหาขยะในชุมชน ชายหาด และพื้นที่สาธารณะ สถานประกอบการ ร้านค้าอะไรก็แล้วแต่นะครับ ด้วยทั้งหมด

โดยมีองค์กรกลางรับบริจาคถุงมือ - ถุงขยะ - อาหาร - เครื่องดื่มเล็กๆ น้อยๆ จากผู้ประกอบการในพื้นที่นะครับ ฝากถึงผู้ประกอบการด้วยนะครับ ซึ่งเป็นส่วนใหญ่นะครับ ที่เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นเมื่อให้บริการไป ประชาชนก็เอาไปใช้ด้วยความสะดวก ง่ายดาย ก็ไปสร้างภาระต่อไปนะครับ ทำยังไงจะสร้างการมีส่วนร่วมได้ ระหว่างทั้งผู้ประกอบการ รวมความไปถึงผู้รับบริการด้วย ต้องหากลไก วิธีการ ช่วยกันเถิดครับ ขยะเราจะได้หมดสิ้นไป หรือน้อยลง สามารถบริหารจัดการได้นะครับ

สำหรับ “เยาวชนจิตอาสา” ที่ได้สละเวลา และแรงกาย มาร่วมกิจกรรมกำจัดขยะ และรักษาสิ่งแวดล้อม กิจกรรมนี้ เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลกนะครับ รวมทั้งประเทศไทยของเรา ผมอยากให้เราถูกยกระดับดีขึ้นในเรืองการบริหารจัดการขยะ ในสายตาของต่างประเทศด้วย

วันนี้ของเรามีสมาชิกเข้าร่วมกิจกรรมแล้ว นี่พียงคน 1 แสนคนนะครับ สามารถกำจัดขยะได้ เกือบ 6 แสนกิโลกรัม ถ้าเราคำนวณถึงคนทั้งประเทศนี่ 50-60 ล้านคน นี่ จะลดได้เท่าไร เพราะฉะนั้นปัญหาขยะที่เป็นตัวเลขข้างต้นมา จะลดลงทันทีนะครับ ขอให้เริ่มตั้งแต่บัดนี้ ขอชื่นชมนะครับ เป็นกำลังใจ ให้ประสบความสำเร็จ ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ อย่าให้ต้องบังคับใช้กฎหมาย หรือโทษกันไป โทษกันมานะครับ วันนี้ก็ต้องฟังกัน แล้วก็หารือกันสังคมช่วยกันได้นะครับ

เพื่อสังคมและเพื่อส่วนรวมของเราเอง ผมก็เชื่อว่ากิจกรรมแบบนี้ จะเป็นหนึ่งในหลายๆ กิจกรรมนะครับ ที่จะเพาะพันธุ์ “ต้นกล้าแห่งความดีงาม” ในเรื่องอื่นๆ อีกด้วยนะครับ ให้กับบ้านเมือง และสังคมโลก ต่อไป นะครับ

ในส่วนของรัฐบาล การแก้ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องขยะพลาสติกนั้น อยากให้พี่น้องประชาชนช่วยกันพิจารณาดูให้ดีว่า การบังคับใช้กฎหมายแต่เพียงอย่างเดียว จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนหรือไม่

ผมเชื่อว่าทุกคนรู้คำตอบดีว่า การแก้ปัญหาที่ยั่งยืนนั้น เราต้องอาศัยความร่วมมือกัน ทั้งประชาชน เอกชน ผู้ประกอบการ อย่างที่ผมกล่าวไปแล้วข้างต้นนะครับ รวมทั้งช่วยกันสอดส่องพฤติการณ์ที่ผิดกฎหมาย เช่น การลักลอบนำขยะพิษ ซากอิเล็กทรอนิกส์ เข้ามาในประเทศ นะครับ ต้องแก้ไขให้ได้ ให้เร็วที่สุดนะครับ การทิ้งขยะจากรถที่เดินทางบนท้องถนน ก็โยนลงมาจากรถตัวเองไปข้างทาง แบบนี้ถือว่าไม่รับผิดชอบเลยนะครับ

การนำขยะไปกองสุมกัน หรือทิ้งนอกพื้นที่ที่เตรียมไว้ บางทีภาชนะไม่พอ ก็ทิ้ง อีเหละเขละขละ ไว้ข้างนอก ก็ต้องไปแก้กัน เจ้าหน้าทีต้องเตรียมภาชนะให้เพียงพอนะครับ มีการเก็บอะไรต่างๆ ตามห้วงระยะเวลา เราไม่สามรถจะแยกเก็บ วันนี้ เก็บพรุ่งนี้ วันที่ 2 เก็บอีกพวก อีกกลุ่มหนึ่ง อีกประเภทหนึ่ง ทำไม่ได้ในขณะนี้นะครับ ถ้าเราแยกไว้ก่อน เขาจะได้ไปหาทางว่าจะทำอย่างไร ไม่ใช่ว่าไม่ทำอะไรเลย แล้วให้เขามารับผิดชอบเก็บอย่างเดียว ผมว่าก็ยากเหมือนกันนะ ทั้งสองส่วนนะครับ การทิ้งนอกพื้นที่ที่เตรียมไว้นี่สำคัญที่สุดนะครับ

หลักการสำคัญ ก็คือ “ขยะเกิดที่ไหน ต้องกำจัดที่นั่น” ดังนั้น การสร้างโรงขยะในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเราจะต้องกระจายไปกว่า 300 แห่งใน Cluster ต่างๆ ทั่วประเทศนะครับ ประเทศเรามีท่าไร 77 จังหวัด ใช่ไหมครับ รวมกรุงเทพ มหานครด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องแบ่ง Cluster ของเราทั้งหมด 77 จังหวัด ได้ 300 กว่าแห่ง ที่จำเป็นต้องมรการบริหารจัดการขยะ มีโรงขยะ เพื่อจะลดการขนย้ายขยะไปกำจัด ในพื้นที่ที่มีระยะทางไกล ไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน ของภาคเอกชนนะครับ เพราะถ้าจะต้องสิ้นเปลืองทั้งการลงทุน สิ้นเปลืองทั้งการขนย้าย ระหว่างการขนย้ายก็ เรี่ย ราด ไปตลอดทาง วันนี้ก็ยังมีอยู่นะครับ

ซึ่งเรื่องนี้แต่ละท้องถิ่นต้องเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะเป็นผู้รับผิดชอบตามกฎหมายนะครับ การจะจัดตั้งอะไรขึ้นมา ก็ต้องขออนุมัติขึ้นมา ให้ถูกต้อง ไม่ใช่รัฐบาลมุ่งหวังจะทำเรื่องนี้เพื่อเอื้อประโยชน์ใคร เพราะว่ามีกฎหมายอยู่แล้ว วันนี้ต้องบูรณาการกฎหมายของทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวงให้ได้ ทำงานร่วมกันนะครับ การลงทุน หรือการดำเนินการใดๆ ก็ต้องทำให้ถูกต้อง โปร่งใส มีประสิทธิภาพ ตรวจสอบได้ ตามที่ผมได้เคยกล่าวมาแล้วนะครับ เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

พี่น้องประชาชน ครับ, การบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลนี้ เน้นการบูณาการ ทั้งในเรื่องแผนงาน โครงการ งบประมาณ เครื่องมือ ระบบต่างๆ เพื่อความเป็นเอกภาพ สำหรับเตรียมการรับมือ และแก้ไขปัญหา ทั้งน้ำท่วม และน้ำแล้ง เราต้องพิจารณาไปด้วยกันนะครับ พร้อมๆ กัน

ทั้งนี้ เราไม่อาจพร่องน้ำ หรือ ผลักดันมวลน้ำลงทะเลจนหมด หรือมากเกินไป โดยไม่คิดถึงวันข้างหน้า หากฝนขาดช่วง ฝนตกนอกเขื่อน เราก็อาจจะเกิดปัญหาภัยแล้ง แทนอุทกภัยนะครับ เราต้องคำนวณการเก็บกักน้ำ ให้สอดคล้องกับความต้องการใช้น้ำทุกมิติโดยเฉพาะภาคการผลิตที่หล่อเลี้ยงระบบเศรษฐกิจ และน้ำกินน้ำใช้น้ำบริโภคในชีวิตประจำวันนะครับ ของพวกเราทุกคนอีกด้วย ประกอบกับการพยากรณ์ลมฟ้าอากาศเราต้องติดตามตลอดนะครับ เพื่อจะบริหารจัดการได้เหมาะสม

3 ปีที่ผ่านมา เราถือว่าบริหารได้ดีนะครับ จากท่วมมาก เคยท่วมมากก็เหลือเป็นท่วมน้อย จากท่วมนาน เป็นท่วมไม่นานนะครับ คือเราต้องไม่ให้เกิดความเดือดร้อนมากที่สุดนะครับ เราได้พยายามทำให้เต็มที่ ทำอย่างไรพี่น้องประชาชนจะเดือดร้อนน้อยที่สุด

ปัจจุบัน สถานการณ์น้ำ ภาคเหนือและภาคกลาง ที่เชื่อมโยงกัน “ไม่มีปัญหา” ด้วยหลากหลายมาตรการ เช่น การกำหนดให้พื้นที่ 12 ทุ่ง พื้นที่ภาคกลาง สำหรับรองรับน้ำ เป็น “แก้มลิง” ที่สามารถส่งเสริมให้ทำประมงเป็นอาชีพเสริม ทดแทนการทำนาได้ นะครับ ในช่วงที่มีอุทกภัย หรือน้ำมาก

สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก็ “เริ่มคลี่คลาย” นะครับ ด้วยระดับน้ำในแม่น้ำโขงเริ่มลดลง แต่เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร นะครับ ก็ยังมีวิกฤตอยู่ ต้องเร่งระบายออกในปริมาณที่เหมาะสม ถ้าระบายมากเกินไป ก็ไหลท่วม ประชาชนก็เดือดร้อนมาก ต้องมีเวลาในการเตรียมตัวนะครับ การอพยพ การเคลื่อนย้าย คน สัตว์ พืช ต่างๆ เหล่านี้ มีมาตรการทุกมาตรการ ที่จะต้องเป็นแผนเผชิญเหตุ ในการเข้าสู่ขั้นตอน การป้องกัน การฟื้นฟู การเยียวยา ต่อไปนะครับ เพื่อจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และชาวเกษตรกร ให้ได้

ส่วนภาคตะวันตกนั้น การบริหารจัดการน้ำและสถานการณ์น้ำ เขื่อนแก่งกระจาน - เขื่อนวชิราลงกรณ์ ปัจจุบันยังคงอยู่ในสถานการณ์น่าเป็นห่วงนะครับ ระดับน้ำสูง เราคงต้องเฝ้าติดตาม แล้วก็เตรียมปฏิบัติการตามแผนเผชิญเหตุ ซึ่งมีประชาชนเกี่ยวข้องในทางปฏิบัติด้วยนะครับ เราต้องมีการเร่งระบายน้ำลงทะเล ให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำฝนด้วยนะครับ และใช้ข้อมูลทางสถิติที่ผ่านๆ มาเป็นพื้นฐานในการพร่องน้ำ

ในช่วงที่ผ่านมานั้น ระดับน้ำในเขื่อนแก่งกระจานสูงขึ้นนะครับ เราก็ได้มีการพร่องน้ำล่วงหน้าแล้ว ถึง 42% นะครับ โดยที่ไม่มีใครเดือดร้อน แต่เมื่อปริมาณฝนตกมาเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา ฝนตกมาถึง กว่า 100 มิลลิเมตร ลงมาวันเดียวนะครับ เพิ่มปริมาณน้ำจนน้ำเต็มเขื่อน นั่นแหละครับคือสถานการณ์ ของธรรมชาติของเรา

ซึ่งเราหยุดธรรมชาติไม่ได้ แต่ต้องมีการบริหารจัดการที่เหมาะสมนะครับ อาจจะต้องมีการท่วมบ้าง เพราะการระบายน้ำก็ต้องมากขึ้น ถ้าปริมาณน้ำเติมเข้ามาอีกนะครับ อันนี้ คือสิ่งที่ทุกคนต้องเข้าใจในข้อเท็จจริงนะครับ ไม่อย่างนั้น ถ้าทุกคนบอกเดือดร้อนหมด แล้วก็ทำอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น ยังไงก็มีปัญหา เราทำอย่างไรจะลดความเดือดร้อนให้มากที่สุด

แล้วทำอย่างไรจะฟื้นฟูให้ได้มากที่สุด ก็ต้องดูแลทั้งเกษตรกร ทั้งทำไร่ทำนา ชาวประมงนะครับ เรื่องบ้านช่องอะไรต่างๆ ก็ต้องดูหมดนะครับ รัฐบาลก็มีมาตรการอย่างนี้อยู่แล้ว เรามีประสบการณ์มามากมายนะครับ จากน้ำท่วมปี 54 วันนี้เราก็ต้องบริหารจัดการน้ำให้ได้นะครับ อย่างที่ผมได้กล่าวไปแล้วเรื่องหลักการในการนะครับ มีการบริหารที่เป็นเอกภาพนะครับ เป็นองค์รวม แล้วให้หน่วยงานต่างๆ เข้ามาทำงานร่วมกัน

วันนี้เราก็ได้เสริมคันกั้นน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำ เพื่อป้องกันน้ำล้นตลิ่งนะครับ แต่ก็ขึ้นกับปริมาณน้ำที่จะต้องลงมาอีก เราก็ต้องเตรียมความพร้อมตรงนี้ไว้ด้วยนะครับ และมีการขุดลอกท้ายน้ำแม่น้ำเพชรบุรี รวมทั้ง เร่งขุดคลองระบายน้ำ D9 เพื่อให้น้ำระบายได้เร็วขึ้นนะครับ วันนี้ก็สามารถระบายน้ำไปได้ระดับหนึ่งนะครับ ก็ยังมี 1 หรือ 2 เส้น

ถ้าทำได้ เราก็จะสามารถพร่องน้ำได้มากกว่านี้นะครับ โดยที่ไม่ผ่านบ้านเรือนประชาชนมากนักนะครับ แล้วน้ำก็ไม่สูงจนเกินไป ที่จะเอ่อล้นท่วมอะไรต่างๆ อย่างเช่นวันนี้ ก็ขอความร่วมมือจากภาคประชาชนที่เป็นเจ้าของที่ดินด้วยนะครับ ในเรื่องของการสร้างเขื่อน สร้างแก้มลิง หรือทางระบายน้ำ เพื่อระบายน้ำลงสู่ทะเลอีกด้วยนะครับ

ทุกภาคจำเป็นต้องสร้างเพิ่มนะครับ เพื่อจะระบายน้ำ หรือพร่องน้ำจากภาคตะวันตก ตะวันออก ไปให้ได้โดยเร็ว ไม่ว่าจะลงทะเล หรือเป็นเส้นทางอื่นๆ ที่ไม่ให้ไหลเข้าท่วมตัวเมือง เข้าพื้นที่เศรษฐกิจ โรงพยาบาล การสัญจรไปมา ถนนหนทาง ต้องมีทางเบี่ยงทั้งหมดนะครับ วันนี้เราทำได้ระดับหนึ่งจากการบริหารจัดการน้ำ จาก 4 ปี ของเรา

บางอันยังทำได้ไม่สมบูรณ์ บางอันยังทำไม่ได้ เพราะยังไม่ผ่านการพิจารณา หรือการทำประชาพิจารณ์นะครับ บางทีก็ติดอยู่ไม่กี่ราย ติดอยู่ระยะทางไม่เท่าไร ขณะเดียวกัน อีกเกือบ 50 กิโล ทำไปแล้วขาดอยู่ 3- 4 กิโลต้นๆ อะไรทำนองนี้ ถ้าทำต่อไม่ได้ ก็ไปไม่ได้

ปัจจุบันเราได้ตั้งศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤตนะครับ ในเรื่องน้ำนะครับ เพื่อบูรณาการข้อมูล การคาดการณ์สถานการณ์น้ำ สำหรับจัดทำเป็นแผนปฏิบัติการตามช่วงเวลา เพื่อจะรองรับทุกระดับของความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงแจ้งเตือนพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบให้ชัดเจน นะครับ

อาทิ การเตรียมการช่วยเหลือ การเคลื่อนย้ายประชาชน บางทีท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต้องมีการตัดสินใจเองด้วยนะครับ ก่อนที่น้ำจะมา แล้วก็กว่าที่หน่วยงานจกภายนอก หรือหน่วยงานระดับบนจะลงมาช่วยได้ทันนะครับ ก็เสียหายไปก่อนแล้ว เพราะฉะนั้นเราต้องดูให้ละเอียดนะครับ ทุกคนก็ต้องช่วยดูแลประชาชน และไปกับรัฐบาลด้วย แล้วเร่งระบายน้ำ เราก็มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำในจุดเสี่ยง การติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำนะครับ เราก็มีจำนวนมากพอสมควร

วันนี้ก็ทยอยใช้ดำเนินการไปแล้ว ที่เพชรบุรีนะครับ เราก็เตรียมพร้อมที่เหลือไว้ ในพื้นที่อื่นๆ อีกด้วยนะครับ ในครั้งที่แล้วนี่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเราก็เอาไปใช้ด้วยนะครับ การระบายน้ำสู่แม่น้ำโขง ทั้งนี้ก็เพื่อจะเร่งระบายน้ำในจุดที่มีการระบายน้ำได้ช้า น้ำที่ออกทะเล วันนี้ก็ต้องไปดูระดับน้ำในทะเลด้วย มีน้ำขึ้น น้ำลง วันหนึ่ง 2 ช่วงนะครับ

เพราะฉะนั้นก็ต้องไปดูด้วย ไม่ใช่ว่ารอจนกระทั่งน้ำขึ้น แล้วระบายตอนนั้นก็ไม่ได้ ช่วงไหนที่น้ำทะเลไม่หนุน อาจจะมีการระบายมากหน่อย อาจมีผลกระทบมากสักนิดหนึ่ง เหล่านี้ต้องทำความเข้าใจให้ได้นะครับ การเตรียมพร้อมยานพาหนะขนย้ายเครื่องจักรกล - รถขุดตัก ประจำในพื้นที่ ให้พร้อมที่จะขุดเปิดทางน้ำได้ทันที ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ไปกระทบต่อเขตเมืองมากนักนะครับ การหน่วงน้ำเหนือเขื่อน การเร่งระบายน้ำหน้าเขื่อน ท้ายน้ำนะครับ แล้วเราจะต้องดูจังหวะการขึ้นลงของน้ำทะเลตามที่ผมกล่าวไปแล้วนะครับ

เพื่อจะตัดเข้าระบบชลประทานฝั่งซ้าย -ฝั่งขวา การผันเข้าคลองระบาย D9 นะครับที่ผมพูดถึง ที่เพชรบุรีนะครับ เรื่องการเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือผมพูดไปแล้ว แผนเผชิญเหตุต่างๆ แล้วถ้าหากว่าในช่วงต่อไปนี้ วันที่ 10 ไปแล้ว ถึงวันที่ 15 มีฝนเติมเข้ามาอีก มีมรสุมลูกใหม่เข้ามา

วันนี้รอบบ้านเราโดนหมด ทุกประเทศเลยนะครับ เราก็ช่วยเหลือไปทุกประเทศนั่นแหละ เราก็เดือดร้อนไปด้วยเช่นเดียวกัน แต่ให้นึกเสมอว่า เรายังเบากว่าเขานะครับ เราก็เป็นแผ่นดินธรรม แผ่นดินทอง นะครับ ที่เรียกว่าสุวรรณภูมิ บรรพบุรุษของเราได้เลือกพื้นที่ของเราได้เหมาะสม ในการทำการเกษตร แต่อย่างไรก็ตามเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำอยู่บ้าง เป็นพื้นที่เป็นพื้นราบเยอะ

เมื่อฝนตกมากมาก ก็อยู่ที่เราจะบริหารจัดการน้ำอย่างไรให้เกิดประโยชน์นะครับ และให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด มีสมมติฐานที่ตั้งไว้ การเคลื่อนย้ายเตรียมการไว้ล่วงหน้านะครับ ขอเตือนไว้ทุกพื้นที่นะครับโดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงอยู่แล้วเดิม มีจากภัยธรรมชาติ ฝนตกหนัก แผ่นดินถล่ม ถ้าเราหลีกเลี่ยงได้นะครับ ก็ต้องอพยพออกไปก่อน ไม่ต้องรอใครเขามาสั่ง

ตัวเองก็รู้ตัวเองอยู่แล้ว ถ้าใครอยู่ใกล้เขา ดูซิครับว่าน้ำเยอะแค่ไหน ถ้าตก 3 วัน 3 คืน แล้วยังไม่ย้าย แล้วอยู่ใกล้เขา โอกาสพร้อมที่จะได้รับบาดเจ็บสูญเสียนะครับ เราต้องป้องกันตัวเอง ได้ก่อนนะครับ แล้วรัฐบาลก็จะบริหารจัดการ ตั้งแต่ต้นทางจรดปลายทาง ให้ได้ ทั้งก่อน - ระหว่าง - หลัง การเกิดสาธารณภัยต่างๆ นะครับ การแจ้งเตือนภัยของทางราชการ และ การสื่อสารกับพี่น้องประชาชน จะต้องเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

ในเรื่องนี้ก็ขอให้ดูแลในเรื่องประปา ในเรื่องน้ำใช้บริโภคนะครับบางทีน้ำท่วมระบบประปาเสียหายใช้ไม่ได้ ไฟฟ้าก็ใช้ไม่ได้ บางครั้งต้องมีการเตรียมการเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเทียนไข ตะเกียง ตะเกียงน้ำมัน อะไรเหล่านี้ แต่ต้องระวังเรื่องอัคคีภัยด้วย ก็ขอให้มีการเตรียมพร้อมของประชาชนไปด้วย

และการติดต่อสื่อสารในช่วงที่การสื่อสารขาดเช่น โทรศัพท์ใช้ไม่ได้จะทำอย่างไร หอกระจายข่าวใช้ไม่ได้ จะทำอย่างไร ท่านต้องเตรียมการของท่าน การเตรียมออกข่าวแจ้งทางวิทยุปรกติ AM FM ก็ต้องเตรียมการให้พร้อมว่าจะใช้ได้อย่างไร การเตรียมการอพยพคน ใครจะเฝ้าบ้าน ใครจะไปอยู่ในพื้นที่ที่เตรียมการให้ไปพักพิงอยู่ท่านต้องแยกแยะเหล่านี้ให้ออก เราจึงจะสามารถแก้ปัญหาได้ ขอให้ฟังทางราชการกำหนดอย่างใกล้ชิดด้วย

ในช่วงที่ผ่านมา ก่อนที่ผมได้ลงพื้นที่ จ.เพชรบุรี นั้นก็ทราบว่ามีการรายงานข่าว อาจจะ"เกินความเป็นจริง"อาจจะโดยบความตั้งใจ ไม่ตั้งใจ เข้าใจผิด หรือไม่เข้าใจเช่น การระบายน้ำผ่าน spill-wayจนเกิดความตื่นตระหนก จนเกิดมโนภาพที่น่ากลัวจนหลายคณะทัวร์ยกเลิกที่พัก และการเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ชายหาดชะอำ - หัวหิน จนเกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจในพื้นที่

ประชาชนก็ไม่มีความสุข ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง ไม่ได้เป็นอย่างนั้น มีกิจกรรม สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ อีกมากมายในพื้นที่ ถ้าบอกทั้งจังหวัด มันก็เดือดร้อนทั้งจังหวัด แต่มันเป็นบางพื้นที่เท่านั้นเอง ท่านก็ต้องชี้แจงให้เข้าใจว่าตรงไหนมันท่วม ตรงไหนมันเสี่ยง ตรงไหนที่ไม่มีฝน หรือยังปรกติอยู่ เพื่อที่นักท่องเที่ยวจะได้ไป และได้เพิ่มอาชีพรายได้ให้กับเขา ท่านทำลายเศรษฐกิจเขาไม่ได้นะครับ

ชาวเพชรบุรีเขาฝากมา แล้วรวมความถึงจังหวัดอื่นๆด้วย เพราะเราคงต้องพึ่งพาการท่องเที่ยวของชุมชน การท่องเที่ยวในประเทศ ท่องเที่ยวต่างประเทศอยู่นะครับขอให้ความมั่นใจ ในการบริหารจัดการของภาครัฐด้วย หน้านี้เรารู้อยู่แล้ว หน้าฝน เป็นช่วยโลว์ของท่านอยู่แล้ว ท่านอย่าทำให้ทุกอย่างมันโลว์ไปกว่าเดิมเลย ก็ขอร้องสื่อทุกสื่อด้วย ช่วยแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องด้วย นะครับ ผมไม่ได้ตำหนิ เพียงแต่แนะนำให้ทราบว่าควรจะทำอย่างไร

พี่น้องประชาชนที่รักครับ วันนี้ผมมีหลายประเด็นที่อยากทำความเข้าใจให้ตรงกันจะได้ร่วมมือกันขับเคลื่อนประเทศของเรา

เรื่อง พ.ร.บ. ข้าว เหมือนกัน ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ร่างขึ้นมานั้นอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา ในประเด็นที่ว่า เราจะมีคนดูแลการประกอบการข้าวได้อย่างไร ทั้งเกษตรกร ผู้ค้าข้าว เพราะมันเป็นห่วงโซ่เดียวกัน ต้องดูแลทั้งหมด ไม่ว่าในเรื่องของการผลิต ในการแปรรูป ในการตลาด มันต้องไปดูว่ากลไกที่มีอยู่วันนี้มันเพียงพอหรือยัง เรามีกลไกในการดูแลอย่างเป็นระบบอยู่แล้ว ผมก็เรียนให้ทราบเท่านั้นเองว่า

เรามีกรมการข้าว ที่จัดทำยุทธศาสตร์ข้าวของประเทศ มีการสนับสนุนการศึกษา และวิจัยพันธุ์ข้าว การถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยี รวมถึง การจัดการผลผลิต ทุกๆ ปี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการผลิตนั้น มีการขึ้นทะเบียน การปลูกข้าวในทุกจังหวัด กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตร ทุกอย่างมีข้อมูลทั้งหมด

นั่นเขาเรียกว่าบิ๊กเดต้าเข้ามา เพื่อจะมาบริหารรวมกันเรียกว่าการทำแผนการผลิตข้าวครบวงจร โดยมีคณะกรรมการฯ ทั้งภาครัฐ เช่น กระทรวงพาณิชย์ ปลายทางภาคเอกชน เช่น ตัวแทนจากสมาคมเกษตรกร สมาคมโรงสี มาหารือร่วมกันเพื่อวางแผน “การผลิต” ไปจนถึง “การตลาด”

ตั้งแต่การกำหนดอุปสงค์-อุปทาน ช่วงเวลาการผลิต บางครั้งอาจจะต้องมีการผลิต เหลื่อมเวลากันจากเหนือมาใต้ ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ต้นทาง กลางทาง ปลายทางนะครับ เพื่อให้สอดคล้องกับการบริหารจัดการน้ำ ไม่งั้น ออกมามากเวลาเดียวกัน ทั้งหมดปลูกพร้อมกัน นั่นคือปัญหา

วันนี้ราคาข้าวก็สูงอยู่แล้ว ถ้าสมมติว่าเราปลูกพร้อมกันทั้งหมด แล้วปลูกหลายขอบเข้ามาอีก ข้าวมากแล้วจะขายไม่ออก ราคาก็จะลดลง นี่ผมเป็นห่วงนะ ตอนนี้ก็มีการผลิตข้าวมากขึ้น ก็ขอให้ระมัดระวังด้วย แล้ววันหน้าเราจะเอาเงินที่ไหนมา ท่านต้องไปดูว่า เอ๊ะวันนี้สิ่งของต่างๆ ที่มันดีไม่ว่าจะเกษตรกรรม ไม่ว่าจะประมง ไม่ว่าจะปลูกข้าว ปลูกยาง ปลูกผลไม้ ทุกอย่างราคามันดี ค่อนข้างดี เพราะอะไร เพราะปริมาณของเรายังไม่มากนัก เมื่อมากขึ้นไป การแข่งขันมันทำได้ยากการส่งออกไปต่างประเทศ มันก็มีปัญหาหมด

วันนี้เรื่องข้าวเราบริหารโดยคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน วันนี้มีการปรับปรุงระเบียบ นบข.มากมายนะครับ ไม่ใช่เป็นแบบเดิม มีความเข้มงวดในทุกมิติ ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง ตั้งแต่การบริหาร การผลิต ไปถึงการเพิ่มมูลค่าสร้างนวัตกรรมเรื่องข้าวออกมาไปถึงการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศคำนวณความต้องการต่างๆมาทั้งหมดแล้วจึงเป็นแผนออกมาว่าเราจะปลูกข้าวกันอย่างไร

วันนี้เรามีกรอบนโยบาย แผนงานต่างๆ มีมาตรการทั้งระบบ มีการบูรณาการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทุกหน่วยงานกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร กระทรวงพาณิชย์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีตัวแทนจากสมาคมผู้ส่งออกข้าว มาด้วย นักวิชาการ เข้าร่วมหารือใน นบข. ด้วย

ในการจะกำหนดแผนงานโครงการมาตรการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรสถาบันเกษตรกรโรงสีผู้ค้า และผู้ส่งออกข้าวการลดต้นทุนปลูกข้าว เพิ่มปัจจัยการผลิต ลดการลงทุน การสนับสนุนพันธุ์ข้าว ในส่วนของรัฐ ในส่วนของการพัฒนาพันธุ์ข้าว ในส่วนของประชาชน ในส่วนของเกษตรกรเองด้วย เพื่อให้เกิดการการบริหารจัดการข้าวทั้งระบบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

เพราะฉะนั้นการที่ท่านพิจารณาในเรื่องของความจำเป็นของ พ.ร.บ. ข้าว ก็ต้องหารือกันต่อไป จะต้องดูถึงความซ้ำซ้อน ไม่ซ้ำซ้อน มันดีกว่าหรือไม่อย่างไร แล้วก็ขอให้รับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย ว่ามันมีปัญหาหรือเปล่า ครบถ้วนหรือยัง ถ้ายังไม่ครบจะทำอย่างไร จะมีหรือไม่มี เป็นเรื่องของการพิจารณา ด้วยหลักการและเหตุผลที่ครบถ้วนนะครับ ไปดูตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง

สิ่งที่ผมเน้นย้ำอย่างเดียว ดูแลต้นทางให้มากที่สุด เกษตรกรผู้ปลูกข้าว และดูในเรื่องของตลาดนำการผลิต ดีมานด์-ซัพพลาย อุปสงค์-อุปทานให้ได้ ทำอย่างไรให้ประชาชนมีรายได้สูงขึ้น

เรื่องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ วันนี้น่ายินดี ธนาคารโลกประกาศผลการจัดลำดับความสามารถด้านโลจิสติกส์ ประจำปี 2561 โดยประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 32 จาก 160 ประเทศทั่วโลก “ดีขึ้น 13 อันดับ” ขณะที่เราวางแผนไปแล้ว บางอันทำ บางอันอยู่ในระหว่างการเตรียมการ บางอย่างเป็นอนาคต เขายังให้เราขึ้นมาถึงขนาดนี้ ไม่ใช่ว่าเราทำเสร็จไปทุกอย่าง แต่เขาเห็นความพัฒนาในช่วงนี้มันดีขึ้น 13 อันดับ

ถือเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน และอันดับ 7 ของเอเชีย อันดับ 2 ของอาเซียน ก็ต้องไปดูอีกว่าประเทศเรามันใหญ่แค่ไหน ประเทศอันดับ 1 เขามีพื้นที่แค่ไหน เรามีแค่ไหน เราได้มาอย่างนี้ ไม่ได้มาโดยง่าย แต่เป็นผลสัมฤทธิ์เชิงประจักษ์ของการบริหารงานอย่างมียุทธศาสตร์ และเอาจริงเอาจังของรัฐบาล และทุกๆ ฝ่ายที่ร่วมมือกัน

2 ปีที่ผ่านมา เราได้ขับเคลื่อนแผนงาน และจัดสรรงบประมาณในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ จนสามารถมองเห็นเป็นรูปธรรมได้ เห็นอนาคต ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นในประเทศไทยของเรา รถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง หรือแม้กระทั่งเส้นทางที่ไม่เคยมีรถไฟวิ่ง ก็ต้องมีแผนงานทั้งหมด ท่าเรือ ขยายสนามบินเพิ่มเติม อะไรต่างๆ เหล่านี้ เป็นสิ่งที่ได้รับการพิจารณาการประเมินไปด้วย

แสดงว่าแผนที่เราทำไว้ สิ่งที่เราทำวันนี้ การจัดทำอนาคต ได้รับการตอบรับที่ดี ก็ขอให้ทุกคนเข้าใจด้วย ขณะเดียวกันไม่ใช่คิดจะทำ มีเงิน หาเงินมา เราต้องดูกฎหมายด้วยนะครับ กฎหมาย กฎระเบียบ ให้สอดคล้องกับ “ปัจจัยแวดล้อมทางเศรษฐกิจ” ในปัจจุบันของโลกอีกด้วย ประชาชนต้องเห็นด้วยให้ความร่วมมือ เพราะการทำเส้นทางเหล่านี้มันเป็นที่ของเอกชนเกือบทั้งสิ้น

เราไม่ละเลยนะครับ ต้องคำนึงถึงความสมดุลของความเจริญทั้งด้านวัตถุ และจิตใจ ไปด้วย รักษาความสมดุลทางธรรมชาติด้วย วันนี้ก็ขอให้อย่าเป็นกังวลนะครับ รัฐบาลกังวลอยู่แล้วเรื่องของการลงทุนต่างๆ ที่มีตัวเลขอาจจะดูมากมายนะครับ

แต่เรามีกฎ กติกา กฎหมาย ควบคุม ไม่ให้เกิดหนี้สาธารณะ เกินกว่าร้อยละ 60 ตามที่ พรบ. วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 ได้กำหนดไว้

การลงทุนต่างๆ จำเป็นต้องมี “เงินลงทุน” ทั้งจากการคลังหรือภาครัฐ นะครับ บวก PPP รัฐร่วมเอกชน หรือ เอกชนลงทุนเอง แต่ต้องมีทั้ง 3 แบบร่วมกัน รัฐบาลลงทุนคนเดียวไม่ไหวแล้ว ไม่ได้ ทั้งของเก่าของใหม่ วันนี้เราต้องทำให้มันชัดเจนขึ้น จำเป็นต้องกำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์บนที่ดิน เพื่อประกอบกิจการอย่างอื่น อันเป็นประโยชน์ เป็นรายได้ทั้งต่อรัฐ และประชาชน และผู้ลงทุนด้วย

ถ้าเราไม่ดำเนินการแบบนี้นะครับ วันหน้า ผลประโยชน์ระยะยาวของรัฐก็ไม่เกิดขึ้น ยิ่งจะลดลงไปเรื่อยๆ ประชาชนจะไม่ได้รับบริการที่เพียงพอ ต้องฝากให้ช่วยกันคิดด้วยนะครับ เราไม่ได้มุ่งหวังให้เกิดประโยชน์เฉพาะนายทุน อย่างที่ได้กล่าวอ้างกันในวันนี้ มีการประมูล การจัดซื้อจัดจ้าง หลายลักษณะนะครับ ขออย่ามาบิดเบือนกันเลย ไม่อย่างนั้นเกิดขึ้นไม่ได้ สิ่งใหม่ๆ กำลังคิดกำลังเกิด แต่หลายคนก็ไม่ไว้ใจ เรื่องไม่ไว้ใจ เรื่องการทุจริตผิดกฎหมาย คอรัปชั่น ว่ากันอีกเรื่องหนึ่ง ก็ต้องรับผิดชอบกันไปนะครับ ตามลำดับความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงานที่มีอยู่นะครับ รวมถึงการลงทุนใน EEC หรือพื้นที่อื่นๆ ด้วย

ในโลกแห่งความเป็นจริงนั้น ในระบบของโลกใบนี้ การค้าเสรี เราหลีกเลี่ยงการลงทุนจากนักลงทุนไม่ได้นะครับ และรัฐบาลก็ไม่ควรต้องแบกภาระมากมายเช่นเดิมอีกต่อไป เราต้องรับภาระเรื่องของรัฐสวัสดิการ อีกมากมายที่เราทำมาแล้วในหลายๆ เรือง นะครับ ทำยังไงถึงจะดีขึ้นล่ะ ทำไมถ้าเราไม่ลงทุนเพิ่ม มันก็ไม่มีรายได้มาเติมอีก แล้วเรารายได้จากที่ไหนนะครับ

ฉะนั้นเรื่องใดก็ตามที่ใช้เงินไปแล้วไม่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่ม ไม่ทันต่อความต้องการของประชาชน วันนี้เราต้องทำใหม่ทั้งหมดนะครับ ที่เรานำมาใช้นั้นเป็นหลักการที่ต่างประเทศใช้มาแล้วทั้งสิ้น เพื่อลดภาระของรัฐบาล

แล้วก็มีผลประโยชน์ตอบแทนที่คุ้มค่า และช่วยแก้ปัญหาในระยะแรก ซึ่งไม่เกิดผลกำไรหรอกครับ เส้นทางใหม่ๆเหล่านี้ ก็ต้องทำยังไงให้ผู้ที่เขาประกอบการได้มีเงินทุนที่จะมาหมุนเวียนในการชำระหนี้ ให้เค้าไปด้วย ต้องคิดแบบนี้นะครับ ถ้าเราไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกันเลยมันก็เกิดไม่ได้ทั้งหมด ไม่เกิดแรงจูงใจในการลงทุน

และข้อสำคัญ ทุกอย่างยังเป็นของรัฐเมื่อระยะเวลาที่กำหนดไว้มันก็กลับมาเป็นของรัฐทั้งหมดนะครับ ไม่ว่าจะเป็นใครลงทุนก็ตาม รัฐต้องได้ประโยชน์ ประชาชนได้รับการบริการ และ สามารถดูแลประชาชนให้เข้าถึงในเรื่องของรัฐสวัสดิการ ต่อไปในวันหน้าด้วย สังคมผู้สูงวัยอีกด้วย

สำหรับเรื่องการแก้ไขปัญหาจราจรนะครับ ในกรุงเทพมหานคร เราก็ต้องแก้ปัญหาทั้งระบบนะครับ รถไฟฟ้า รถเมล์ ส่วนนอก กทม. รถไฟ รถไฟฟ้า ที่อาจต้องมีเพิ่มขึ้น ถนนหนทาง ท่าอากาศยาน ท่าเรือ จะเชื่อมโยงกันได้อย่างไร ครอบคลุมการขนส่ง ทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ

เราต้องสร้างเครือข่ายนะครับ ให้บูรณาการร่วมกัน สอดประสานกัน ต้องใช้เวลาในการก่อสร้าง ใช้งบประมาณ หางบประมาณมาสร้าง รวมทั้งจุดเชื่อมด้วย แต่ปัญหาอุปสรรคของประชาชนผู้สัญจรนะครับ และในเรื่องของการลงทุน ไม่ง่ายนักนะครับ ทุกรัฐบาลต้องทำ ทำให้ต่อเนื่อง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการก่อสร้าง วันนี้เราต้องมาเร่งก่อสร้างในยุคนี้โดยเฉพาะในเขตเมือง และ กทม. ที่อาจจะเป็นเหตุให้ “รถติด” ในหลายเส้นทาง ก็พยายามแก้ปัญหาให้อยู่อย่างเต็มที่ เราต้องสร้างความเชื่อมโยง ในลักษณะ "ไร้รอยต่อ"

ไม่ใช่ทำตรงนี้ไปตรงโน้นจบแค่นั้นแล้วมาติดข้างล่าง ไม่ได้ ผมได้สั่งการไปแล้วนะครับ ให้เกิดการต่อเนื่อง การข้ามไม่ต้องลงข้างล่าง คนที่เค้าไม่ต้องการลงจะต้องบังคับให้ลงแล้วไปขึ้นใหม่ ก็เสียเงินเสียทอง 2-3 ต่อ ต้องคิดแบบนี้ ขอให้ทุกคนอดทนนะครับ เพื่อความสะดวกสบายในวันข้างหน้า

วันนี้ก็ กทม. ก็กำลังจะหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อน ในกรุงเทพมหานคร ในการสัญจรประจำวันของพี่น้องประชาชนอยู่ นะครับ เรื่องที่จอดรถต่างๆ รถใต้ดิน ผมก็พูดมาหลายทีแล้วก็ยังไม่เกิดขึ้นเท่าไหร่นะครับ เกิดขึ้นน้อยมาก ในส่วนของการก่อสร้าง สถานประกอบการธุรกิจ ศูนย์การค้า ต้องคำนึงถึงที่จอดรถด้วยนะครับ ท่านต้องมีที่จอดรถยนต์ไม่พอ แล้วจอดล้นมาข้างล่าง คนที่สัญจรไปมาก็ติดไปหมด มันต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันนะครับ

อีกเรื่องที่สำคัญก็คือเรื่องปฏิรูปการศึกษา ปฏิรูปตำรวจ และระบบราชการ หรือการปฏิรูปตามยุทธศาสตร์ชาติ 6 ข้อ เราก็ต้องมีการวางแผน ในการจัดทำแผนแม่บท แผนแม่บทในการปฏิรูปนะครับ ทุกอย่างต้องมีแผนหมด และทยอยดำเนินการเป็นเรื่อง ๆ บางเรื่อง 1 ปี 2 ปี 3 ปี 5 ปี 10 ปี 15 ปี 20 ปี วาดภาพอนาคตให้เกิดขึ้น โครงสร้างต่างๆ จะเป็นอย่างไร ถนนหนทางจะเป็นอย่างไร เศรษฐกิจการลงทุนจะเป็นอย่างไร ชุมชนเมือง ชนบทจะเกิดขึ้นได้อย่างไร

เหล่านี้ต้องมองอนาคตยาวไกลนะครับ แล้วเราค่อยๆ เดินตามนี้ออกไป นั่นแหละเค้าเรียกว่าแผนแม่บท การปฏิรูปก็อยู่ในแผนแม่บทนี่แหละครับ ทั้งหมดนั้นต้องมีเป้าหมายอันเดียวกัน ที่เราต้องการ แล้วไปสู่การบริหารจัดการที่มีการดำเนินการของงบประมาณของหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่อันนี้ทำติดของอันนี้ ติดของอันโน้น ก็ติดไปหมด วันนี้รัฐบาลเต็มที่นะครับที่จะแก้ไขปลดล็อคสิ่งต่างๆเหล่านี้

กฎหมายเดิมมีอยู่มากนะครับที่ต้องแก้ไข หลายกระทรวงก็ไม่ได้รับการแก้ไขเหมือนเดิม เราก็ต้องมาแก้วันนี้นะครับ สิ่งที่ทำวันนี้เรื่องกฎหมายไม่ได้ทำเพื่อรักษาอำนาจรัฐบาล ทำเพื่อรักษาอำนาจประชาชนในการเลือกตั้ง รัฐบาลเข้ามาเลือกตั้งสส.เข้ามาเป็นรัฐบาลนะครับ

อะไรที่ผมทำได้ก็ให้ทำ เว้นแต่ว่าเราไม่ต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลง ไม่มีการปรับปรุงตนเอง ไม่อยากจะเหน็ดเหนื่อยก็แล้วแต่นะครับ ผมไม่อยากให้มีการบิดเบือน จนเราเริ่มต้นอะไรก็ไม่ได้ สร้างความขัดแย้งในภาครัฐ ประชาชนโดยไม่จำเป็นนะครับ เราจะเดินก้าวที่สอง ก้าวที่สาม ก้าวที่สี่ เราต้องเดินก้าวหนึ่งเสมอ ไม่อย่างนั้นหกล้มนะครับ

ในเรื่องการเป็นประชาธิปไตยซึ่งเป็นเป้าหมายของเรา นั้น “การเลือกตั้ง” ก็เป็นกระบวนการหนึ่ง ซึ่งมีความสำคัญ แม้จะไม่ใช่คำตอบทั้งหมดอย่างที่ประชาชนให้ความคิดเห็นมากับการตอบแบบสอบถามที่ผมออกไป 10 ข้อนะครับ

แต่ทั้งนี้เพื่อให้การเลือกตั้งที่จะมาถึง เป็นไปด้วยความโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม เราก็จำเป็นต้องสร้าง “ภูมิคุ้มกัน” สร้างการมีส่วนร่วมให้กับประชาชนทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะพรรคการเมือง นักการเมือง ที่มีความคิดเห็นที่เห็นว่าประเทศไทยควรต้องเปลี่ยนแปลงแล้ว

วันนี้เห็นหลายคน หลายฝ่ายย้ายกันไปย้ายกันมา ก็เป็นเรื่องของท่าน แต่ถ้าทุกคนคิดว่าไอ้การย้ายมานี่จะทำให้เกิดความร่วมมือกันมากขึ้นในการทำงาน ซึ่งผมคิดว่าในวันหน้ารัฐบาลใหม่ที่เข้ามา ก็คงต้องทำตามกติกา กฎระเบียบ กฎหมายมากมายนะครับ เราคงทำอย่างเดิมไม่ได้อีกต่อไป ในกรณีที่ทำให้เกิดความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจจากประชาชนนะครับ เราทำไม่ได้อีกแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นเราต้องปลูกฝังคุณธรรม ประกอบกับให้ความรู้ ความเข้าใจ ที่ลึกซึ้งและถ่องแท้ อย่างต่อเนื่อง

โดยสิ่งที่ทำได้วันนี้เลย ก็คือทุกคนต้องเตรียมการ การรักษาสิทธิ์ของตนด้วยการออกมาใช้สิทธิ์ แล้วก็ต้องมีความรู้ว่าใช้อย่างไร จะเกิดผลอย่างไร ช่วยกันรักษากฎหมาย ไม่ยอมให้ใครละเมิดกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง และ ไม่เพิกเฉยต่อพฤติกรรมการซื้อสิทธิ์ - ขายเสียงนะครับ

การมาเลือกตั้งตั้งแต่กาบัตรแล้วจะเป็นอย่างไร ไม่กาใครเลยแล้วจะเกิดอะไรขึ้น หรือคนต่างจังหวัดเลือกตั้งมาคนในกรุงเทพฯไม่เลือก ไม่ออกไปเลือกตั้งเพราะไม่ชอบการเมือง ก็เป็นแบบเดิมทั้งหมดนะครับ ทุกคนต้องร่วมมือกัน เดินหน้าประเทศของเราไปได้นะครับ ไม่ว่าจะใครก็ตาม

วันนี้เราก็ต้องมาดูในเรื่องของผู้ที่จะมาร่วมมือกันในวันข้างหน้า ผมเองก็ต้อง ร่วมมือนะครับ ด้วยการไปเลือกตั้ง ไปเลือกตั้งในคูหาเหมือนท่านเหมือนกัน ผมก็ต้องการรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลเข้ามาบริหารประเทศ อย่างมียุทธศาสตร์ อย่างที่เราต้องการ นะครับ

สุดท้ายนี้... แม้ว่าผมจะพยายามสื่อสารกับพี่น้องประชาชนในทุกครั้งที่มีโอกาส ทั้งในรายการนี้ “ทุกคืนวันศุกร์” หรือ การให้สัมภาษณ์สื่อฯ ในประเด็นต่างๆ ที่จำเป็นต้องทำให้เกิดความชัดเจน และถูกต้อง แต่ก็ยังคงปรากฏว่ามีข้อมูลข่าวสารบางส่วนที่ผิดเพี้ยน - บิดเบือน ฟังไม่จบ หรือไม่มีข้อมูลพื้นฐานนะครับ เกิดขึ้นเป็นระยะๆ

ผมก็ขอเน้นย้ำนะครับ ช่องทางสื่อสาร ที่จะเป็น “คำตอบสุดท้าย ที่เชื่อถือได้” กรณีที่ท่านยังสงสัยอยู่ เรามีช่องทางของรัฐบาลและ คสช. ขอให้ไว้เนื้อเชื่อใจเถอะครับ

อาทิ ไลน์แอด “ข่าวจริงประเทศไทย” โดยกรมประชาสัมพันธ์ facebook “สายตรงไทยนิยม” โดยสำนักนายกรัฐมนตรี และ “ไทยคู่ฟ้า” โดยสำนักโฆษกฯ รวมทั้งGNEWS โดยสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (สพร.) เป็นต้น ซึ่ง “ข้อเท็จจริง” เหล่านี้ ที่ปรากฏนั้น เกิดจากการบูรณาการกันอย่างเป็นระบบ ถามมาตอบไปนะครับด้วยข้อมูล ด้วยหลักการ ด้วยผล ด้วยกฎหมาย ท่านต้องเข้าใจคำว่ากฎหมายด้วยนะครับ

แล้วยังมีรายการ “เดินหน้าประเทศไทย” โดย คสช. และ ความร่วมมือจากสถานีวิทยุโทรทัศน์ “ทุกช่อง” อย่าเพิ่งเบื่อนะครับ เพราะเรากำลังเปลี่ยนแปลงประเทศของเรา เรากำลังสร้างประวัติศาสตร์ของเรานะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมก็ได้ให้มีการปรับเนื้อหาให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน รูปแบบที่น่าสนใจยิ่งขึ้น

ในวันเสาร์ นี้นะครับ เน้นเรื่องการปฏิรูปประเทศ จะมีดารา นักร้อง หรือผู้มีชื่อเสียง มาร่วมดำเนินรายการนะครับ ก็คงจะน่าดูกว่าที่ผมพูด และ เชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกัน “สร้างไทยไปด้วยกัน” ขอขอบคุณนะครับ ทุกท่านที่ได้มาร่วมกันสร้างสรรค์สังคม ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ และประชาชน

วันพรุ่งนี้ ก็จะเป็น “ณเดชน์ คูกิมิยะ”ที่จะพาพี่น้องประชาชนไขปัญหา “หนี้นอกระบบ” นะครับ ซึ่งมีความก้าวหน้าพอสมควร ซึ่งเป็นทุกข์ของพี่น้องประชาชนจำนวนมากนะครับ

ขอบคุณนะครับ ขอให้ “ทุกคน” รักษาสุขภาพ และ “ทุกครอบครัว” มีความสุขนะครับ สวัสดีครับ