ชลประทานขุดเปิดคลอง D 9 ระบายน้ำจากเขื่อนเพชรลงทะเลลดระดับน้ำในแม่น้ำ ผวจ.ยืนยันสถานการณ์ปกติเมืองเพชรน้ำไม่ท่วม แต่ไม่ประมาท สั่งให้ทุกหน่วยงานคงความเตรียมพร้อมเนื่องจากเป็นต้นฤดูฝน

เมื่อเวลา 09.00 น วันที่ 10 สิงหาคม นางฉัตรพร ราษฎร์ดุษดี ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วยนายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน นายสันต์ จรเจริญ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเพชรบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางมายังคลองสาย 3 บริเวณจุดตัดผันน้ำไปสู่ประตูระบายน้ำคลอง D9 บ้านวังขุนด่าน-บ้านกระจับ หมู่ 2 ตำบลท่าคอย อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เพื่อตรวจดูผลการดำเนินการระบายน้ำ

นายเฉลิมเกียรติ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในเขื่อนแก่งกระจาน ณ ปัจจุบัน มีน้ำไหลเข้าจากเดิมวันละกว่า20 ล้าน ลดเหลือประมาณ 15 ล้าน ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนแก่งกระจานในเวลานี้โดยรวมลดลง ระดับน้ำล้นสปิลเวย์ลดลงชั่วโมงละ 1-2 เซนติเมตร ทำให้ขณะนี้มีน้ำล้นระดับน้ำล้นสปิลเวย์เหลือประมาณ 56 เซนติเมตร ส่วนที่เขื่อนเพชรซึ่งมีคลองส่งน้ำสายหลัก 4 สาย สามารถระบายน้ำในระบบทั้งหมดได้ 70 ลบ.ม./วินาที และระบายน้ำลงแม่น้ำเพชรบุรีในอัตรา 114 ลบ.ม./วินาที

ทั้งนี้ตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมากรมชลประทาน ร่วมกับหน่วยงานทหาร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชน ได้ระดมเครื่องจักรรถแบคโฮกว่า 30 คัน เร่งขุดขยายคลองชลประทานสาย 3 จากเขื่อนเพชร ต.ท่าคอย อ.ท่ายาง ผ่านทางคลองกระจับระยะทางรวม 7.6 กม.เพื่อเชื่อมต่อกับอาคารประตูระบายน้ำคลอง D9 หมู่ 1 บ้านระหารบอน ต.ท่ายาง อ.ท่ายาง เพื่อตัดยอดมวลน้ำเหนือเขื่อนเพชรผ่านคลองสาย 3 เชื่อมต่อคลอง D9 ลงสู่ทะเลอ่าวไทยที่บ้านโตนดน้อย ต.ปึกเตียน อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี กระทั่งเมื่อเวลา 19.30 น.วันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมาการขุดคลองเชื่อมต่อ คลองสาย 3- คลองกระจับ และประตูระบายน้ำ D 9 ดำเนินการแล้วเสร็จ และมีการปล่อยน้ำทำให้สามารถทยอยพร่องระบายน้ำจากคลองสาย 3 ผ่านคลอง D 9 ลงสู่ทะเลอ่าวไทยที่บ้านโตนดน้อย ต.ปึกเตียน ในอัตรา 35 ลบ.ม./วินาที โดยมวลน้ำก้อนแรกที่ระบายได้ไหลลงสู่ทะเลที่ ต.ปึกเตียนแล้ว ทำให้สามารถพร่องน้ำในเขื่อนเพชรได้เป็นอย่างดีซึ่งส่งผลให้เขื่อนเพชรปล่อยระบายน้ำลงแม่น้ำเพชรบุรีได้ลดลง และจะทำให้น้ำในแม่น้ำเพชรบุรีต่ำกว่าตลิ่ง

นางฉัตรพร กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมาพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี เกิดสภาวะสถานการณ์น้ำมาก และเกิดอุทกภัยในบางพื้นที่เท่านั้น ไม่ได้ประสบภัยเต็มพื้นที่ทั้งจังหวัด หรือทั้งอำเภอ หรือทั้งตำบลใด ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา มีพื้นที่ที่ประสบสถานการณ์อุทกภัยรวม 2 อำเภอ คืออำเภอแก่งกระจาน และอำเภอท่ายาง รวมพื้นที่ประสบภัย 6 ตำบล 27 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน 1,714 คน 396 ครัวเรือน

ที่ผ่านมาเขื่อนเพชรมีการบริหารจัดการที่ดี และขณะนี้ได้พยายามที่จะลดปริมาณน้ำให้เหลือน้อยที่สุด ไม่เกิน 120 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะเป็นปริมาณน้ำที่เพียงพอที่ตลิ่งในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรีรับได้ในอัตราไม่เกิน 150 ลบ.ม./วินาที ในช่วงนี้หากไม่มีพายุฝนเพิ่มปริมาณน้ำเข้ามาอย่างคาดไม่ถึงเชื่อมั่นว่าน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีจะไม่ล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี แต่มีบางจุดเช่นที่บ้านกุ่ม หนองโสน ที่อยู่ริมแม่น้ำเพชรบุรี อาจจะมีน้ำไหลผ่านเข้าไปบ้าง ซึ่งทางจังหวัดจะเร่งตรวจสอบให้การช่วยเหลือต่อไป

ทั้งนี้เนื่องจากช่วงนี้ยังคงเป็นต้นฤดูฝนจึงได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเตรียมพร้อมรับทุกสถานการณ์ ทั้งเฝ้าระวัง ติดตาม ประเมิน ตรวจสอบ ป้องกัน ช่วยเหลือ แก้ไข และขอให้ประชาชนคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำจากจังหวัดเพชรบุรี และชลประทานเพชรบุรี ซึ่งหากมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลงจังหวัดจะประกาศในทุกช่องทางให้ประชาชนทราบล่วงหน้าทันที