10ส.ค. 61 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยความคืบหน้าเหตุคนร้ายบุกฆ่าชิงทรัพย์คุณตา เสียชีวิตขณะนอนฟังวิทยุ ในพื้นที่ สภ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ ได้เงินสดไป 6,000 บาท แหวนทอง 50 สตางค์ นั้นได้รับรายงานจาก สภ.ตะพาน จ.อำนาจเจริญ ว่า เมื่อวันที่ (9 ส.ค.61) เวลาประมาณ 15.00 น.คนร้ายยังไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด ก่อเหตุชิงทรัพย์ ชายชรา ที่บ้านเลขที่ 23 ม.9 หมู่บ้านนาคู ต.สร้างถ่อน้อย อ.หัวตะพาน จว.อำนาจเจริญ โดยคนร้ายได้ฉวยโอกาสที่ผู้ตายอยู่บ้านคนเดียว ได้ใช้อาวุธมีดปลายแหลมฟัน และแทง นาย บรรจง กองแก้ว อายุ 88 ปี ได้รับบาดเจ็บเป็นแผลลึกบริเวณใบหน้าและบริเวณใต้คาง จากนั้นได้ชิงเงินสด จำนวน 6,000 บาท และแหวนทองคำ หนัก 1 สลึง จำนวน 1 วง หลบหนีไป เมื่อเวลาประมาณ 15.30 น.บุตรสาวผู้ตายกลับมาพบ จึงนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ทั้งนี้เบื้องต้นพนักงานสอบสวน พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานและผู้ที่เกี่ยวข้อง จึงได้เดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพทำแผนที่เกิดเหตุ ทำแผนที่สังเขปแสดงที่เกิดเหตุ ซักถามพยานที่เห็นเหตุการณ์และผู้ที่เกี่ยวข้องในเบื้องต้น พร้อมยังให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ลงพื้นที่หาเบาะแสหรือข้อมูลของคนที่ก่อเหตุและตรวจสอบไล่กล้องวงจรปิด ในพื้นที่ที่เกิดเหตุ และร่วมกับ แพทย์นิติเวช ทำการชันสูตรพลิกศพในที่เกิดเหตุ

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่าได้รายงานเหตุให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับทราบแล้ว ท่านสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว พร้อมกำชับให้ฝ่ายสอบสวนและฝ่ายสืบสวน สอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน โดยการบูรณาการควบคู่กันไป ด้วยความรอบคอบ รวดเร็ว เป็นธรรม และสามารถตรวจสอบได้ โดยอาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์หรือพยานหลักฐานที่มีความเชื่อมโยงไปถึงผู้ที่กระทำความผิด เป็นสำคัญทั้งนี้

สำหรับคดีดังกล่าวพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการมาโดยตลอด สอบปากคำพยานไปแล้วหลายปาก ซึ่งจากการ สืบสวนและสอบสวน คนร้ายได้ลงมือขณะที่ผู้ตายซึ่งเป็นคนชราอยู่บ้านเพียงคนเดียว ภรรยาและบุตรสาวรวมถึงเพื่อนบ้านข้างเคียงออกไปร่วมงานศพ ที่วัดภายในหมู่บ้าน จึงน่าเชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นคนภายในหมู่บ้าน หรือหมู่บ้านที่อยู่ติดกันหรือใกล้เคียง อาจมีพฤติกรรมลักเล็กขโมยน้อย หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ประกอบกับ ในที่เกิดเหตุ พนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ตรวจพิสูจน์เก็บดีเอ็นเอได้ บางส่วน และคาดว่า คนร้ายน่าจะมีร่องรอยบาดแผลจากการต่อสู้ ซึ่งขณะนี้ได้นำ ตัวบุคคลต้องสงสัย มาสอบปากคำ และตรวจตามร่างกาย เก็บดีเอ็นเอ ไปแล้วประมาณ 10 ราย พร้อมทั้งประสาน สภ.ใกล้เคียง ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบตามร้านทอง เพราะคนร้ายได้ลักแหวนทองคำหนัก 1 สลึง จำนวน 1 วงไปด้วย เพราะคนร้ายอาจนำมาขาย หรือ จำนำ